โฮก-โฮกฮาก (๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

โฮก-โฮกฮาก

          โฮก เป็นคำเลียนเสียงอย่างเสียงคำรามของเสือ เช่น พอได้ยินเสียงเสือคำรามโฮก เด็กน้อยที่ยืนอยู่หน้ากรงในสวนสัตว์ก็ตกใจร้องไห้จ้า. หรืออย่างเสียงเห่ากระโชกของสุนัข เช่น สุนัขของฉันกระโชกโฮกเดียว ขโมยก็วิ่งแน่บไปเลย. หรืออย่างเสียงซดอาหารที่เป็นน้ำแรง ๆ จนเกิดเสียงดัง เช่น ต้มโคล้งปลาดุกของคุณป้าคงจะอร่อยมาก ได้ยินเสียงคุณลุงซดน้ำแกงดังโฮกทีเดียว

          เมื่อใช้ว่า โฮกฮาก หมายถึง อาการพูดกระชากเสียงหรือพูดกระแทกเสียงอย่างไม่น่าฟัง เช่น เด็กคนนี้กิริยามารยาทไม่เรียบร้อยแล้วยังพูดเสียงโฮกฮากอีก. มักใช้เข้าคู่กับคำว่า กระโชก ซึ่งหมายถึง กระแทกเสียงเป็น กระโชกโฮกฮาก เช่น ลูกได้เป็นหัวหน้างานก็ดีแล้ว จำไว้ว่าอย่าแสดงอำนาจพูดกระโชกโฮกฮากกับลูกน้องนะลูก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ดอกฟ้า (๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖)

ดอกฟ้า

          ดอกฟ้า เป็นคำเปรียบหมายถึงหญิงที่มีฐานะสูงศักดิ์กว่าชายที่หมายปอง ใช้เป็นสำนวนว่า ดอกฟ้ากับหมาวัด หมายความว่า ผู้หญิงที่มีฐานะหรือศักดิ์ศรีสูงกว่าผู้ชาย ในขณะที่เปรียบผู้ชายเป็นหมาวัดซึ่งเป็นสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง มีฐานะที่ต่ำต้อย เป็นสำนวนที่ใช้ในเชิงดูถูกหรือกล่าวถึงความไม่คู่ควร ยังมีสำนวนอื่นที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น กระต่ายหมายจันทร์ เปรียบผู้ชายเป็นกระต่ายที่ต่ำต้อย และหญิงเป็นดวงจันทร์ที่อยู่สูง นอกจากนี้ยังพบคำว่าดอกฟ้าที่ใช้เป็นคำสอน เช่น อย่าหมายเด็ดดอกฟ้า หรือ ดอกฟ้าไม่โน้มกิ่ง เป็นต้น

          ในวรรณคดีเรื่องกามนิต นางวาสิฏฐีเคยพูดว่า “ดูซี กามนิต นั่นคือแม่คงคาในสถานสวรรค์ ขอให้เราปฏิญญาต่อพระคงคาในสวรรค์ซึ่งมีน้ำขาวดั่งเงินยวง เป็นที่เลี้ยงดอกบัวในทะเลบนสวรรค์โน้น” และกามนิตรำพึงว่า “รู้สึกประหนึ่งว่าดวงใจของเราทั้งสอง ในทันทีทันใดลอยขึ้นอยู่เหนือความทุกข์แห่งโลกนี้ ขึ้นไปจุติอยู่ในดอกฟ้าบนสวรรค์ คำพูดของกามนิตและวาสิฏฐีทำให้ทราบว่า “ดอกฟ้าบนสวรรค์” ของกามนิต คือ “ดอกบัวในทะเลบนสวรรค์” ของวาสิฏฐี นั่นเอง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทิพย์ (๑) (๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

ทิพย์ (๑)

          ทิพย์  เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า เป็นของเทวดา  ในภาษาไทยใช้คำว่าทิพย์  หมายถึง  ที่มีลักษณะพิเศษต่างกับลักษณะปรกติ เช่น  หูทิพย์ คือ หูที่สามารถได้ยินเสียงได้เป็นพิเศษ คือได้ยินไปไกล  อยู่บนสวรรค์แต่สามารถได้ยินเสียงพูดของคนที่อยู่บนโลกได้  หรือได้ยินคำที่คนพูดอยู่ในใจ  เป็นต้น.  ตาทิพย์  หมายถึงดวงตาที่สามารถแลเห็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจเห็นได้.  อาหารทิพย์ เป็นอาหารพิเศษที่มีรสอร่อยที่สุดและเพียงแต่นึกอยากกินก็จะได้รสอาหารนั้น   เทวดาทั้งหลายมักจะอิ่มทิพย์  หมายความว่า ไม่ต้องกินอาหารอะไรก็จะรู้สึกเสมือนได้กินสิ่งที่ต้องการและอิ่มอยู่ได้ตลอดเวลา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อปริหานิยธรรม (๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

อปริหานิยธรรม

         อปริหานิยธรรม (อ่านว่า อะ-ปะ-ริ-หา-นิ-ยะ-ทำ)  มาจากคำว่า อปริหานิย (อ่านว่า อะ-ปะ-ริ-หา-นิ-ยะ) แปลว่า ที่เกี่ยวกับความไม่เสื่อม กับคำว่า ธมฺม (อ่านว่า ทำ-มะ). อปริหานิยธรรม จึงแปลว่า ธรรมที่เกี่ยวกับความไม่เสื่อม หมายถึง ธรรมที่นำความเจริญให้แก่หมู่คณะ   เป็นธรรมสำคัญบทหนึ่งซึ่งพระพุทธเจ้าแสดงแก่เจ้าวัชชีที่สารันทเจดีย์ ณ แคว้นวัชชี.   ธรรมบทนี้ มี ๗ ข้อ เช่น หมั่นประชุมกันเนืองนิจ  ไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่ได้บัญญัติไว้ อันขัดต่อหลักการเดิม ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ตามหลักการเดิม และให้ถือปฏิบัติตามหลักการที่วางไว้แล้ว อำนวยความสะดวก อารักขา คุ้มครองแก่พระอรหันต์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

วงศ์วานว่านเครือ (๕ มิถุนายน ๒๕๕๖)

วงศ์วานว่านเครือ

          ในภาษาไทยมีคำเรียกความสัมพันธ์ระหว่างญาติพี่น้อง โดยเปรียบกับคำที่ใช้เรียกส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่นคำว่า วงศ์ หรือ พงศ์ หมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีบรรพบุรุษเดียวกัน คำนี้มาจากภาษาสันสกฤตว่า วํศ (อ่านว่า วัม-ศะ) แปลว่าไม้ไผ่ ด้วยเหตุที่ไม้ไผ่เจริญเติบโตจากหน่อมาทีละปล้อง ๆ ในลักษณะเดียวกับการสืบเชื้อสายจากต้นตระกูล จึงเกิดความหมายเปรียบเทียบใช้หมายถึงเชื้อสาย เหล่ากอ ตระกูล

          คำว่า เครือ หมายถึงเถาไม้หรือลำต้นของไม้เลื้อย ใช้เรียกกลุ่มผู้สืบเชื้อสายหรือเป็นญาติกันมาว่าเครือญาติ เช่นเดียวกับลักษณะของเถาไม้ที่เลื้อยต่อเนื่องกันมา

          วงศ์วานว่านเครือเป็นคำซ้อน หมายถึงลูกหลานเหลนในตระกูล มักใช้ในคำประพันธ์  เช่นในบทละครเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ท้าวสามนต์ถามพระสังข์เมื่อถอดรูปเงาะแล้วว่า

          “วงศ์วานว่านเครือเนื้อหน่อ           พงศ์เผ่าเหล่ากอเป็นไฉน
          อยู่ประเทศธานีบุรีไร                         ทำไมจึงแกล้งแปลงปลอมมา”

          วงศ์วานว่านเครือ มีความหมายเหมือนกับ วงศาคณาญาติ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ปลากริม (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖)

ปลากริม

          ปลากริม เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็ก ลำตัวยาวไม่เกิน ๗ เซนติเมตร อยู่ในวงศ์เดียวกับปลากัด จึงมีลักษณะหลายอย่างคล้ายปลากัด ทั้งรูปร่าง พฤติกรรม เช่นการโผล่ขึ้นฮุบอากาศที่ผิวน้ำ การสร้างหวอดเป็นรังหลังจากผสมพันธุ์เพื่อดูแลไข่และลูกปลา รวมทั้งการต่อสู้ จึงมีชื่อว่า ปลากัดป่า ด้วย
แต่การต่อสู้ของปลากริมด้อยกว่าปลากัดมาก จึงไม่มีการคัดเลือกบำรุงพันธุ์เพื่อใช้ต่อสู้ในเชิงแข่งขัน. ปลากริมมีสีซีดไม่สดใสเท่าปลากัด มีเพียงรอบนอกของตาที่มีสีแดงสลับสีน้ำเงินแกมเขียวที่เป็นประกายใกล้กับตาดำ. มีการนำปลากริมมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามกันอยู่บ้าง และสามารถเลี้ยงรวมกันได้ ไม่ต้องแยกเลี้ยงเดี่ยวอย่างปลากัด ปลากริมมีคุณสมบัติที่แปลกและน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ในช่วงการสืบพันธุ์ทั้งปลาเพศผู้และเพศเมียจะทำเสียงแหลมเป็นจังหวะติดต่อกัน เหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า talking gourami หรือ groaking gourami

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.