จำนำข้าว (๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

จำนำข้าว

          จำนำข้าว  มาจากคำว่า  จำนำ  และ  ข้าว  คำว่า จำนำ  หมายถึง  ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้รับจำนำเพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้โดยมีข้อตกลงหรือเข้าใจกันว่าจะไถ่คืนในภายหลัง  เช่น  พอใกล้เปิดเทอมผู้ปกครองบางคนก็ต้องพึ่งโรงรับจำนำ  จำนำสร้อย แหวน นาฬิกา หรือแม้แต่หม้อหุงข้าว เพื่อให้ลูกได้ไปโรงเรียน. 

          จำนำข้าว หมายถึง  การที่เกษตรกรหรือชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวที่ปลูกในนาของตนหรือนาที่เช่ามา เรียบร้อยแล้ว นำไปจำนำไว้กับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาลในการรับจำนำและรับจ้างแปรรูปเป็นข้าวสารส่งให้รัฐบาล  ครั้นเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด  หากราคาในท้องตลาดสูงกว่าราคาที่จำนำไว้ให้นำเงินมาไถ่ถอน  หากไม่มาไถ่ถอนก็ถือว่าข้าวที่จำนำนั้นตกเป็นของรัฐบาล  ส่วนการชำระเงินชาวนาต้องไปรับเงินเองจากรัฐบาลโดยผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัญมณี (๑๓ กันยายน ๒๕๕๖)

อัญมณี

          อัญมณี หมายถึง หินหรือแร่มีค่าที่เจียระไนแล้วมีลักษณะสวยงาม คงทน หายาก ราคาแพง นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ เช่น  ทับทิม ไพลิน โกเมน เพทาย  มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่ามีการใช้อัญมณีมาแล้วหลายพันปีก่อนพุทธกาล

          อัญมณีเป็นเครื่องประดับที่ใช้เพื่อความสวยงาม หรือบ่งบอกฐานะทางการเงิน บ้างสวมใส่ตามความเชื่อว่าเป็นสิริมงคล เช่น  ชาวจีนเชื่อว่าหยกเป็นอัญมณีที่ช่วยให้มีอายุยืนและป้องกันอัปมงคล  นักเดินทางโบราณเชื่อว่าโกเมนเป็นอัญมณีที่ช่วยปกป้องคุ้มครองอันตรายได้  และหลายคนเชื่อว่าไพลินเป็นอัญมณีแห่งคุณธรรม ช่วยให้ผู้ที่สวมใส่มีจิตใจตั้งมั่นอยู่ในคุณความดี เป็นต้น 

          ประเทศไทยเป็นแหล่งอัญมณีสำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีรายได้จากการส่งออกสูงติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของสินค้าส่งออกของประเทศ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

แรลลี่ (๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖)

แรลลี่

          คำว่า แรลลี่ เป็นคำยืมจากภาษาอังกฤษ  r-a-l-l-y หมายถึงกีฬาที่แข่งขันโดยการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง บนเส้นทางเดียวกัน ในเวลาเท่ากัน  เรียกเต็ม ๆ ว่า “การแข่งขันแรลลี่” หรือ “การแข่งแรลลี่” ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องปฏิบัติตามกติกา  ตลอดจนทำกิจกรรมที่กำหนดให้ทำระหว่างการเดินทาง เช่นการตอบคำถาม  การเล่นเกม  การหาของที่ซ่อนไว้  ฯลฯ  การแพ้ชนะในการแข่งขันแรลลี่ขึ้นอยู่กับการรักษาเวลา และคะแนนที่ได้จากการทำกิจกรรม   เป็นที่น่าสังเกตว่า การแข่งแรลลี่ไม่จำกัดเฉพาะรถยนต์  ในปัจจุบันมีการแข่งขันแรลลี่มอเตอร์ไซค์  หรือ มอเตอร์ไซค์แรลลี่  การแข่งขันแรลลี่จักรยาน หรือจักรยานแรลลี่  และการแข่งขันแรลลี่การเดิน  หรือวอล์กแรลลี่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ราชเสวก (๒ กันยายน ๒๕๕๖)

ราชเสวก

          คำว่า เสวก (อ่านว่า เส-วก) เป็นคำมาจากภาษาบาลีว่า เสวก  (เส-วะ-กะ) แปลว่า ผู้รับใช้.   ผู้รับใช้พระเจ้าแผ่นดินเรียกว่า ราชเสวก (ราด-ชะ-เส-วก) เป็นคำเรียกข้าราชการพลเรือนในราชสำนักในสมัยก่อน ดังปรากฏในกฎหมายตราสามดวงที่กล่าวถึงข้าราชสำนักต่าง ๆ ว่า “พร้อมด้วยหมู่มุกขมนตรีกระวีชาติราชเสวกากรมาตยามหาราชครูบโรหิตบัณฑิตยาจารย”

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทเสภาสามัคคีเสวก มีเนื้อหากล่าวถึงหน้าที่และความสำคัญของราชเสวกหรือข้าราชบริพารในราชสำนัก มีความตอนหนึ่งว่า


                    “อันเสวีแบ่งปันกันทั้งปวง                      เปนกระทรวงทะบวงการแจ้งประจักษ์
                    เพื่อประกอบกิจประจำพระสำนัก            ให้สมศักดิ์ทรงแต่งตำแหน่งนิยม
                    แต่ถึงแยกหลายแพนกแยกในกิจ              ในดวงจิตสามัคคีเปนปฐม
                    ถือเอาความภักดีพีโรดม                         ในบรมบุรุษรัตน์ขัตติยา”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เป่านกหวีด (๑ สิงหาคม ๒๕๕๖)

เป่านกหวีด

          นกหวีด เป็นสิ่งที่ใช้เป่าให้มีเสียงดังคล้ายเสียงหวีด ทำด้วยโลหะหรือพลาสติก มีช่องแคบ ๆ ตรงปลายสำหรับใช้ปากเป่าลมเข้าไป ด้านบนมีช่องให้ลมออก ข้างในมีลูกโลหะกลม ๆ เล็ก ๆ  แรงลมจะทำให้ลูกกลมนั้นสั่นเร็ว ๆ เสียงที่ออกมาจะดังและเป็นจังหวะตามการเป่า

          เสียงเป่านกหวีดใช้เป็นสัญญาณเพื่อเริ่มหรือหยุดหรือเปลี่ยนจังหวะ เช่น พอได้เวลาเคารพธงชาติ ครูก็เป่านกหวีดเป็นสัญญาณให้นักเรียนยืนตรงและร้องเพลงชาติพร้อมกัน  ทันทีที่กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลานักกีฬาฝ่ายที่มีคะแนนนำก็โห่ร้องด้วยความดีใจ

          เป่านกหวีด ใช้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงส่งสัญญาณให้หมู่คณะเริ่มทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งพร้อมกัน เช่น การสังหารผู้นำของประเทศเป็นการเป่านกหวีดที่ทำให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศ.  การปรากฏตัวของเขาเป็นการเป่านกหวีดให้ผู้ชุมนุมเริ่มเดินขบวนประท้วง 

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

อ่อนซ้อม-อ่อนหัด (๒๓ กันยายน ๒๕๕๖)

อ่อนซ้อม-อ่อนหัด

          คำว่า อ่อน ในที่นี้หมายถึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น. เมื่อใช้ว่า อ่อนซ้อม หมายถึง ขาดการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวให้ชำนาญและคล่องแคล่ว ใช้กับการซ้อมละคร ซ้อมกีฬา เป็นต้น เช่น ละครเวทีเรื่องนี้ท่าจะอ่อนซ้อมไปหน่อย นักแสดงยังมีท่าทางขัดเขิน บทพูดก็ไม่ค่อยคล่องเลย. เขาตกรอบการประกวดร้องเพลงเพราะอ่อนซ้อม.

          เมื่อใช้ว่า อ่อนหัด หมายถึง ขาดการฝึกหัด มักใช้โดยปริยายหมายถึงขาดประสบการณ์ ด้อยฝีมือ เช่น ผู้จัดการคนใหม่ดูยังอ่อนหัดอยู่ จะคุมงานที่มีพนักงานมากมายเช่นนี้ได้หรือ. อ่อนหัด ใช้กับการแข่งขันก็ได้ เช่น ฝีมือยังอ่อนหัดอยู่ จะมาแข่งขันกับคนเจนเวทีได้อย่างไร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หญ้าแพรก (๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

หญ้าแพรก

          หญ้าแพรก เป็นหญ้าชนิดหนึ่ง ต้นและใบมีขนาดเล็กแต่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ประกอบกับลำต้นทอดไปกับพื้น จึงใช้ปลูกเป็นพืชคลุมดินได้เป็นอย่างดี แต่รากไม่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำกัดเซาะดินพังทลายอย่างหญ้าแฝก หญ้าแพรกเป็นวัชพืช แต่ใช้เลี้ยงวัวควายได้ดี.  คนไทยรู้จักหญ้าแพรกมานานแล้ว ดังปรากฏในมหาชาติคำหลวงซึ่งเป็นวรรณคดีในสมัยอยุธยาตอนต้นถึง ๒ ครั้ง ในกัณฑ์วนประเวศน์ว่า “ป่าคือเมฆพยู่ห ท้าวธเสด็จสู่อาไศรย  หญ้าแพรกไพรสรดิ้ว (อ่านว่า สะ-ดิ้ว) สูงสี่นิ้วนิรันดร” และในกัณฑ์มหาพนว่า หญ้าแพรกหญ้าวรวาร (อ่านว่า วอน-วาน) บ้างบานแบ่งแข่งขยวขจี (อ่านว่า เขียว-ขะ-จี)” ในพิธีไหว้ครู ใช้หญ้าแพรก เป็นเครื่องบูชาครู เป็นสัญลักษณ์ให้ลูกศิษย์มีปัญญาแตกฉานได้รวดเร็วประดุจหญ้าแพรกที่แตกทอดงามไปตามพื้นดินฉะนั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.