ซำปอกง (๑) (๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

ซำปอกง (๑)

          ซำปอกง ประกอบด้วยคำว่า ซำปอ กับ กง. ซำปอ แปลว่า ดวงแก้วสามดวง. กง แปลว่า ปู่.  ซำปอกง หรือ ปู่ซำป้อ เป็นชื่อนักประดิษฐ์และนักสำรวจทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ของจีนในสมัยราชวงศ์เหม็ง  นักสำรวจผู้นี้มีชื่อเดิมว่า หม่า เหอ แต่เมื่อเป็นขันทีใช้ชื่อในราชสำนักตามประเพณีว่า ซำป้อ ชื่อ ซำป้อ มีความหมายว่า “ดวงแก้วสามดวง” เป็นชื่อมงคลเชื่อว่ามีส่วนเสริมส่งให้เจ้าชายที่ขันทีซำป้อรับใช้ใกล้ชิดอยู่ได้ขึ้นเป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์เหม็ง มีพระนามว่า พระเจ้าหย่งเล่อ  ทันทีที่ขึ้นครองราชย์ พระเจ้าหย่งเล่อก็ให้ขันทีซำป้อเตรียมต่อเรือสำเภาขนาดใหญ่เพื่อเดินทางไปค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ กับทั้งยังจะได้สืบหาร่องรอยของจักรพรรดิองค์ก่อนซึ่งพระเจ้าหย่งเล่อชิงราชสมบัติได้มาและจักรพรรดิองค์ก่อนนั้นได้หายไปโดยไร้ร่องรอย  ก่อนออกเดินทางจักรพรรดิหย่งเล่อได้เปลี่ยนชื่อสกุล หม่า เหอ เป็น เจิ้ง เหอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

พระอุบาลีเถระ (๕ สิงหาคม ๒๕๕๖)

พระอุบาลีเถระ

          พระอุบาลีเถระ  เป็นพระมหาสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า  เดิมเป็นกัลบก (อ่านว่า กัน-ละ-บก) คือช่างตัดผมของพระเจ้าศากยะ  ออกบวชที่สวนป่าชื่อ “อนุปิยอัมพวัน” (อ่านว่า อะ-นุ-ปิ-ยะ-อำ-พะ-วัน) แคว้นมัลละ พร้อมกับเจ้าชายอีก ๖ พระองค์ โดยเจ้าชายทั้ง ๖ นั้น ขอให้พระพุทธเจ้าบวชให้พระอุบาลีก่อน  ท่านได้ศึกษาพุทธพจน์และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ไม่นานก็บรรลุพระอรหัตตผล  พระอุบาลีเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจเชี่ยวชาญในพระวินัย เคยได้รับพุทธานุญาตให้วินิจฉัยความผิดที่เกี่ยวกับวินัยของพระภิกษุและวินิจฉัยได้อย่างเที่ยงธรรม ท่านเป็นกำลังสำคัญในคราวทำปฐมสังคายนาคือ ที่ประชุมสงฆ์ซึ่งมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธานได้มอบให้ท่านเป็นผู้ชี้แจงเกี่ยวกับพระวินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ในที่ต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดรวบรวมไว้ให้เป็นหมวดหมู่

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ขอมดำดิน (๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๖)

ขอมดำดิน

          ขอมดำดิน  เป็นสำนวน หมายถึง  คนที่ปรากฏตัวขึ้นทันทีอย่างไม่คาดฝัน  หรือหายไปอย่างรวดเร็วไม่ทันได้สังเกต เช่น เธอนี่ไปไหนมาไหนอย่างกับขอมดำดิน แพล็บหายแพล็บหาย. สำนวน ขอมดำดิน  มีที่มาจากตำนานพระร่วงว่า นายทหารขอมซึ่งติดตามมาจับตัวพระร่วงใช้ฤทธิ์ดำดินลอดกำแพงวัดเข้าไปหาพระร่วง และถูกพระร่วงสั่งให้รออยู่ ด้วยวาจาสิทธิ์ ขอมจึงกลายเป็นหินติดคาแผ่นดินอยู่ตรงนั้น

          เรื่องราวของขอมดำดิน มีอยู่ในบทละครเรื่องพระร่วง พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอนที่พระยาเดโชนายทหารขอมยกทัพจะไปจับตัวพระร่วงและปลอมตัวเป็นคนไทยเล็ดลอดไปถึงวัดที่เมืองสุโขทัย  บังเอิญได้พบกับพระร่วงแต่ไม่รู้จัก จึงเข้าไปถามหา  พระร่วงฟังสำเนียงพูดแล้วทรงทราบว่าเป็นขอมปลอมมา จึงให้ศิษย์วัดช่วยกันจับตัวไว้ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พิมเสน (๗ ตุลาคม ๒๕๕๖)

พิมเสน

          คำว่า พิมเสน เป็นชื่อเครื่องยาไทยชนิดหนึ่ง เป็นสารที่ได้จากการกลั่นเนื้อไม้ของต้นพิมเสน ซึ่งเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่พบมากทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายู แต่ปัจจุบันพิมเสนธรรมชาติที่ได้จากต้นพิมเสนนั้นหายากมากและมีราคาแพง ทำให้มีการสังเคราะห์สารจากการบูรเป็นพิมเสนสังเคราะห์ ซึ่งมีสรรพคุณทางยาใกล้เคียงพิมเสนธรรมชาติ. พิมเสนเป็นเกล็ดเล็ก ๆ สีขาวขุ่นบ้างใสบ้าง กลิ่นหอมเย็น ฉุนเล็กน้อย มีรสเผ็ดปร่า ใช้แก้ลมวิงเวียน บรรเทาอาการปวดเมื่อย และแมลงกัดต่อย ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในยาและอาหาร

          คำว่า พิมเสน ที่เป็นเครื่องยาไทย มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า ภีมเสน (ภี-มะ-เส-นะ) ซึ่งเป็นชื่อเครื่องยาชนิดเดียวกัน

          นอกจากนี้ คำว่า พิมเสน ยังใช้เป็นชื่อมะม่วงมีทั้ง พิมเสนเปรี้ยว และ พิมเสนมัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.