พลังงาน (๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

พลังงาน

          คำว่า พลังงาน ประกอบด้วย พลัง หมายถึง กำลัง และ  งาน ซึ่งหมายถึง กิจกรรมที่ทำ หรือผลของแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่.  คำว่า พลังงาน ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า energy หมายถึง ความสามารถซึ่งมีอยู่ในตัวของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงได้   เช่น พลังงานจากน้ำมันหรือแก๊สสามารถทำให้รถยนต์แล่นได้.  งานนี้กว่าจะเสร็จคงต้องใช้พลังงานทั้งหมดของพวกเรา. มีงานวิจัยที่แสดงว่าการวิ่งหรือเดินด้วยความเร็วที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป หรือการทำกิจกรรมซึ่งใช้พลังงานพอเหมาะ และปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เช่น การช็อปปิ้ง จะช่วยกระตุ้นการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการออกกำลังกายอย่างหักโหม.  พลังงานยังหมายถึงสิ่งที่ทำให้เกิดแรงหรือการเคลื่อนไหว เช่น น้ำมันและถ่านหินเป็นพลังงานที่ทำให้เครื่องจักรทำงาน. พลังงานสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตเจริญเติบโตได้ เช่น  จุลินทรีย์ใช้สารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำเสียเป็นแหล่งอาหารและพลังงาน เพื่อการเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ในระบบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ฝากขาย-ขายฝาก (๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

ฝากขาย-ขายฝาก

          ฝาก  หมายถึง มอบให้ไว้เพื่อให้ช่วยดูแล คุ้มครอง หรือพิทักษ์รักษา  เช่น  ฝากบ้าน  ฝากรถ. หรือหมายถึง ให้นำไป หรือให้ทำแทนตัว  เช่น  ฝากจดหมาย  ฝากหน้าที่ขาย  หมายถึง เอาสิ่งของหรือทรัพย์สินแลกเงินตรา เช่น  ขายเสื้อผ้า  ขายรถ  ขายร้าน  ขายบ้าน  ขายที่ดิน 

          ฝากขาย  หมายถึง  มอบสิ่งของให้ผู้อื่นนำไปขายแทนตน  เช่น  เขาฝากขายกระเป๋าถือใบโปรดเพื่อนำเงินมาผ่อนค่าบัตรเครดิต.  ยายเก็บผักบุ้งไปฝากขายที่ร้านขายของชำ.  ขายฝาก  หมายถึง ทำสัญญาขายทรัพย์สิน โดยกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สินนั้นตกเป็นของผู้ซื้อชั่วคราว และมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่กำหนด  เช่น ชาวนาต้องเอาที่นาไปขายฝากไว้เพราะไม่มีทุนจะทำนา.  มีบริษัทรับขายฝากรถเปิดบริการอยู่หลายแห่ง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ขากรรไกรค้าง-เมื่อยขากรรไกร (๑๙ กันยายน ๒๕๕๖)

ขากรรไกรค้าง-เมื่อยขากรรไกร

          กรรไกร หรือ ตระไกร คือเครื่องมือสำหรับตัด มีขาสองข้างซึ่งมีคมเหมือนใบมีดพาดไขว้กันอยู่ ที่ด้ามทั้งสองเป็นวงสำหรับสอดนิ้วเข้าไป ถ้าเป็นกรรไกรใหญ่ก็จะเป็นด้ามจับตรง ๆ.  เมื่อจะตัดสิ่งใด เช่น ผ้า กระดาษ หญ้า เราจะง้างกรรไกรออกแล้วหนีบให้คมทั้งสองด้านตัดวัสดุนั้น

          ลักษณะของขากรรไกรที่ง้างและหุบนี้นำมาใช้เรียกอวัยวะของคนและสัตว์ส่วนที่เป็นกระดูกก้านคางหรือขากรรไกรล่างที่อ้าและหุบเวลาอ้าปากหุบปาก เมื่ออ้าปากกว้างมากขากรรไกรอาจจะค้างจนหุบไม่ลง หรือถ้าอ้าปากหรือหุบปากถี่ ๆ อาจมีอาการเมื่อยขากรรไกร จึงมีสำนวนเปรียบคนที่อ้าปากหัวเราะเต็มที่ว่ามีอาการขากรรไกรค้าง และคนที่หัวเราะนานมาก หรือเคี้ยวของเหนียวนาน ๆ ว่ามีอาการเมื่อยขากรรไกร เช่น เรื่องตลกของเขาตลกจริง ๆ ใครฟังเป็นต้องหัวเราะจนขากรรไกรค้างทุกที. หยุดเล่าได้แล้ว ฉันหัวเราะจนเมื่อยขากรรไกรเต็มทีแล้ว.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซำปอกง (๓) (๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

ซำปอกง (๓)

          ในประเทศไทย ซำปอกง เป็นชื่อพระพุทธรูป มี ๓ องค์ เรียกว่า หลวงพ่อซำปอกง. องค์แรกเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ อยู่ที่วัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา.  องค์ที่ ๒ อยู่ที่วัดกัลยาณมิตรฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร. และองค์ที่ ๓ อยู่ที่วัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา. วัดทั้ง ๓ นี้ล้วนอยู่ริมแม่น้ำและไม่ไกลจากปากน้ำมากนัก. พระพุทธรูปองค์ที่ ๒ นั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างเป็นพระประธานที่วัดกัลยาณมิตร และพระราชทานนามว่า พระพุทธไตรรัตนนายก. ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามหลวงพ่อซำปอกงที่วัดพนัญเชิงตามชื่อพระพุทธรูปองค์ที่วัดกัลยาณมิตรว่า พระพุทธไตรรัตนนายกด้วย. ชื่อของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นชื่อมงคล มีนัยสื่อถึงพระรัตนตรัย นอกจากนั้นยังสื่อถึงพระองค์ผู้เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เหมือนกับพระเจ้าหย่งเล่อ พระเจ้าจักรพรรดิองค์ที่ ๓ แห่งราชวงศ์เหม็งอีกด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ (๘ กันยายน ๒๕๕๖)

ดูช้างให้ดูหาง  ดูนางให้ดูแม่

          ดูช้างให้ดูหาง  ดูนางให้ดูแม่ เป็นสำนวน หมายถึง การดูลักษณะของผู้หญิงที่ผู้ชายจะเลือกมาเป็นภรรยา โดยใช้วิธีเปรียบเทียบกับการดูลักษณะช้างที่มีลักษณะดี ดูสวยงามและแข็งแรง หางช้างที่มีลักษณะดีนั้นต้องตรงยาว ขนที่ปลายหางเป็นพุ่ม ตรงปลายพุ่มแหลมรูปทรงคล้ายดอกบัวตูม เมื่อโบกหางไปมาจะเห็นรูปดอกบัวสวยงาม เป็นต้น. ส่วนลักษณะของหางช้างที่มีลักษณะไม่ดี หางจะคดหรือหักงอ สั้นหรือยาวเกินไป พู่ขนหางบาง หรือแหว่งเป็นหย่อม เป็นต้น  

          ส่วนการดูนางให้ดูแม่ หมายถึงหญิงที่ชายจะเลือกเป็นภรรยาว่าจะเป็นคนแบบไหน อย่างไร ให้ดูจากแม่ของผู้หญิงคนนั้น เพราะลูกสาวจะอยู่ใกล้ชิดและได้รับการอบรมจากแม่ ถ้าแม่เป็นคนสุภาพเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ผู้หญิงคนนั้นก็จะสุภาพเรียบร้อยเหมือนแม่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.