พระโพธิสัตว์มหายาน (๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

พระโพธิสัตว์มหายาน

          พระโพธิสัตว์ หมายถึง บุคคลที่บำเพ็ญบารมีหรือกระทำความดีต่าง ๆ เพื่อให้ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า. ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน คนทุกคนสามารถตั้งจิตเป็นพระโพธิสัตว์และบำเพ็ญบารมีและโพธิสัตวจรรยาเพื่อมุ่งเป็นพระพุทธเจ้าได้ทั้งสิ้น ดังนั้น พระโพธิสัตว์จึงมีจำนวนมากมาย มักเปรียบว่า มีจำนวนเท่าเม็ดทรายริมฝั่งแม่น้ำคงคา. พระโพธิสัตว์ของมหายาน ทรงมุ่งช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นทุกข์ในโลกนี้ จึงมักสอดส่องสายตาหาคนดีที่ตกทุกข์ได้ยาก แล้วจึงช่วยเหลือ. รูปของพระโพธิสัตว์กับรูปพระพุทธเจ้ามักเขียนหรือปั้นออกมาให้มีพระพักตร์เหมือนกัน ต่างกันที่พระพุทธเจ้ามักไม่ถือสิ่งใดในพระหัตถ์ ส่วนพระโพธิสัตว์มักถือสิ่งของไว้ในพระหัตถ์และมีพาหนะทรง เช่น พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ (อ่านว่า สะ-มัน-ตะ-พัด-โพ-ทิ-สัด) พระหัตถ์ถือดอกบัว ทรงช้างเผือก ๖ งาเป็นพาหนะ  พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (อ่านว่า มัน-ชุ-สี-โพ-ทิ-สัด) พระหัตถ์ถือคทา ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

หงส์ (๑๑ กันยายน ๒๕๕๖)

หงส์

          หงส์ เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายห่านแต่คอยาวกว่าค่อนข้างมาก มักรวมฝูงอยู่ในบึงน้ำ กินพืชน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร  มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรป อเมริกาและตอนเหนือของทวีปเอเชีย  มีผู้นำมาเลี้ยงในประเทศไทยบ้าง มีทั้งหงส์ขาว  หงส์ดำ และหงส์คอดำ นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามในสระน้ำสวนสาธารณะ แต่ถ้ากล่าวถึงหงส์ในนิยายหรือในวรรณคดี หมายถึงนกในตระกูลสูง มีเสียงไพเราะ เป็นพาหนะของพระพรหมและเรียกพระนามของพระพรหมว่า หงสรถ (อ่านว่า หง-สะ-รด) แปลว่า พระผู้มีหงส์เป็นพาหนะ คำว่า หงส์ ใช้เป็นความเปรียบหมายถึงบุคคลที่มีชาติตระกูลสูง และเปรียบบุคคลที่มีชาติตระกูลต่ำกว่าว่าเป็นกา มีสำนวนว่า กาในฝูงหงส์ หมายถึงบุคคลที่มีชาติตระกูลต่ำต้อยอยู่ในท่ามกลางบุคคลที่มีชาติตระกูลสูง  ย่อมเป็นที่รังเกียจ ไม่มีใครอยากคบหา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระเจ้าอชาตศัตรู (๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๖)

พระเจ้าอชาตศัตรู

          พระเจ้าอชาตศัตรู  เป็นพระโอรสของพระเจ้าพิม กษัตริย์แคว้นมคธ  ขณะพระมารดาทรงพระครรภ์  มีพระทัยปรารถนาจะเสวยพระโลหิตของพระเจ้าพิมพิสาร  พระองค์จึงใช้พระขรรค์แทงพระชานุ (เข่า) รองพระโลหิตให้พระนางเสวย  โหรได้ทำนายว่าพระโอรสจะทำปิตุฆาต  พระนางจึงพยายามทำลายพระโอรสในครรภ์แต่ไม่สำเร็จด้วยพระเจ้าพิมพิสารห้ามไว้. เมื่อประสูติจึงได้พระนามว่า อชาตศัตรู ซึ่งแปลว่า ไม่ได้เกิดมาเป็นศัตรู. และในที่สุดเจ้าชายอชาตศัตรูก็คบคิดกับพระเทวทัตฆ่าพระราชบิดาเพื่อชิงราชสมบัติ  ภายหลังเมื่อมีพระโอรสก็ทรงสำนึกถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก จึงกลับพระทัย ต่อมาทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา  และได้เป็นอุปถัมภกในการสังคายนา ครั้งที่ ๑

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พลังงานหมุนเวียน (๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

พลังงานหมุนเวียน

          พลังงานหมุนเวียน ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า renewable energy  หมายถึงพลังงานที่มีอยู่หรือเกิดซ้ำ ในสิ่งแวดล้อม ใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด  เป็นพลังงานที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ เช่น แสงอาทิตย์  ลม น้ำ และความร้อนใต้พิภพ  พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานที่สะอาด  ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  และเป็นพลังงานที่หาง่ายมีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่น  พลังงานหมุนเวียนมีข้อดีคือช่วยลดมลพิษเนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง   ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ  ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกซึ่งทำให้เกิดภาวะโลกร้อน  ส่งเสริมให้ชุมชนหรือเอกชนสามารถผลิตพลังงานเอง  เช่นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์  พลังงานไฟฟ้าจากน้ำตก  เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

รู้เห็นเป็นใจ-สมรู้ร่วมคิด (๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖)

รู้เห็นเป็นใจ-สมรู้ร่วมคิด

          รู้เห็น หมายถึงทั้งรู้และเห็นเหตุการณ์หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยตนเอง เช่น เขาหายตัวไปโดยไม่มีใครรู้เห็นเลย  เธอต้องไปเป็นพยาน เพราะรู้เห็นเหตุการณ์ปล้นร้านทอง

          เป็นใจ หมายถึงรู้กันหรือสนับสนุนให้ผู้ใดผู้หนึ่งทำสิ่งที่ไม่ดี เช่น  เขาจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นใจให้ลูกน้องทุจริตในโครงการนี้. ใช้เป็นคำซ้อนว่า รู้เห็นเป็นใจ หมายถึงรู้เหตุการณ์และให้ความร่วมมือร่วมใจด้วย เช่น เขาถูกกล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับผู้ต้องหาคดียักยอกเงินของบริษัท

          มีคำที่มีความหมายทำนองเดียวกับ รู้เห็นเป็นใจ คือ สมรู้ร่วมคิด. สมรู้ หมายถึง ร่วมรู้เห็นในการทำผิดทำชั่ว มักใช้ซ้อนกับคำว่า ร่วมคิด ซึ่งหมายถึง ช่วยกันคิด เป็น สมรู้ร่วมคิด หมายถึง ร่วมรู้เห็นและร่วมวางแผนในการทำผิดทำชั่ว เช่น พวกนี้สมรู้ร่วมคิดกันฉ้อราษฎร์บังหลวง  โทษครั้งนี้ของเขาร้ายแรง เพราะไม่ใช่แค่รู้เห็นเป็นใจ แต่เป็นการสมรู้ร่วมคิด

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ถ่านไฟเก่า (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖)

ถ่านไฟเก่า

          ถ่าน หมายถึง ไม้ที่เผาจนสุก มีลักษณะเป็นแท่งหรือเป็นก้อนสีดำ ใช้เป็นเชื้อเพลิงในเตาไฟที่หุงอาหารเป็นต้น เมื่อติดไฟแล้วจะมีสีแดงเรียกว่า ถ่านไฟ ใช้ไปสักครู่หนึ่งถ่านไฟจะค่อย ๆ มอดจวนจะดับ มีลักษณะเป็นก้อนสีเทา ๆ เพราะมีขี้เถ้าหุ้มอยู่ เมื่อเป่าหรือใช้ไม้เขี่ยแล้วเติมถ่านก้อนใหม่ลงไปไฟก็จะคุติดขึ้นมาใหม่ได้

          จึงมีสำนวนเปรียบชายหญิงที่เคยรักใคร่กันแล้วเลิกร้างกันไป เมื่อกลับมาพบกันใหม่ก็เหมือนถ่านไฟเก่าที่จวนจะมอดดับไปแล้วคุกรุ่นขึ้นมาได้อีก ทำให้รักใคร่และปลงใจกันได้ง่ายขึ้น เหมือนไฟที่ยังมีเชื้ออยู่จึงติดขึ้นได้ง่าย

          ในบทละครนอกเรื่องไกรทอง พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตอนที่ไกรทองตามไปง้อนางวิมาลา ไกรทองเปรียบความรักที่ตนเคยมีต่อนางว่า

          “เมื่อถ่านไฟเก่าเถ้ายังมี          เป่าขึ้นคงอัคคีจะติดเชื้อ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เสียมือ-เสียมือเสียเท้า (๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๖)

เสียมือ-เสียมือเสียเท้า

          เสียมือ มีความหมายตรง หมายถึง สูญเสียมือไป เช่น อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เขาต้องเสียมือข้างขวาไป. เมื่อใช้เป็นสำนวนมีความหมายเชิงดูถูกดูหมิ่น หมายถึง เปล่าประโยชน์หรือเสียเกียรติเมื่อต้องยกมือขึ้นไหว้ใครสักคนหนึ่ง เช่น คนอะไรเป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า ไม่รู้จักถูกผิด ฉันไม่ยอมไหว้ให้เสียมือหรอก. ในบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นางรจนาต่อว่าพี่สาวทั้งหกนางที่กลับมานับนางเป็นน้องเมื่อรู้ว่าเจ้าเงาะคือพระสังข์ นางไม่อยากไหว้พี่สาวทั้งหกให้เสียมือ ดังคำประพันธ์ว่า

          “ประเดี๋ยวนี้จะกลับมานับถือ           นี่ลืมไปแล้วหรือนะหม่อมพี่
          เป็นผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้                 ข้ามิอยากไหว้ให้เสียมือ

          เมื่อใช้ว่า เสียมือเสียเท้า มีความหมายตรงว่าสูญเสียมือและเท้าไป และมีความหมายโดยปริยาย หมายถึง เสียบุคคลที่รับใช้ใกล้ชิดหรือไว้วางใจไป เช่น เขาเป็นลูกน้องคนสนิท คอยดูแลผลประโยชน์และปกป้องชื่อเสียงของเศรษฐีคนนี้มาตลอด เมื่อขาดเขาไปก็เท่ากับเศรษฐีเสียมือเสียเท้าไปทีเดียว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.