ตัวแทน (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)

ตัวแทน

          คำว่า ตัวแทน หมายถึง ผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในนามบุคคลอื่น เช่น บริษัทมีนโยบายแต่งตั้งตัวแทนอย่างเป็นทางการเพื่อบุกเบิกตลาดค้าปลีก. การประปานครหลวงสามารถจ้างเอกชนให้เป็นตัวแทนอ่านมาตรวัดน้ำเพื่อบันทึกข้อมูลการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำตามหลักเกณฑ์ที่การประปานครหลวงกำหนด.  คำว่า ตัวแทนในภาษากฎหมายเป็นคำที่ตรงข้ามกับคำว่า ตัวการ ซึ่งหมายถึงผู้ที่มอบอำนาจให้ตัวแทนทำการแทนตน เช่น เมื่อตัวการมอบอำนาจให้ตัวแทนทำการแทนตัวการ และตัวแทนก็ตกลงจะรับมอบอำนาจนั้น ถ้าตัวแทนกระทำความผิด ให้ถือว่าตัวการมีความผิดด้วย

          เป็นที่สังเกตว่า คำว่า ตัวแทน ต่างกับคำว่า ผู้แทน  ในแง่ที่ ตัวแทน เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย ส่วน ผู้แทน เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่แทนเท่านั้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

งูกินหาง (๒) (๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖)

งูกินหาง (๒)

          งูกินหาง  หมายความว่า  เกี่ยวโยงกันจากหัวถึงหางไปเป็นทอด ๆ เป็นชื่อกลอนกลบท ที่แต่งให้คำ ๓ คำส่วนต้นของวรรคซ้ำกับคำ ๓ คำที่เป็นส่วนท้ายของวรรค เช่น  

                    สงสารนุชสุดแสน(สงสารนุช)                     จะโหยไห้ไหนจะหยุด(จะโหยไห้)    
                    รันทดใจให้สลด(รันทดใจ)                         ต้องไกลจรกรรมไฉน(ต้องไกลจร)  
                    ชลเนตรจะไหลหลั่งถั่ง(ชลเนตร)                 สะอื้นอ้อนโอ้เทวษ(สะอื้นอ้อน) 
                    เมื่อยามนอนจะหนาวเนื้อ(เมื่อยามนอน)        ไม่วายวันกระสันสมร(ไม่วายวัน).
 

คำกลอนกลบทที่มีชื่อว่า งูกินหาง   แต่งให้คำต้นของวรรควกกลับมาเป็นคำท้ายของวรรค  ลักษณะจึงเหมือนงูวกมากินหางของตนเอง.    นอกจากนี้  การดำเนินงานที่มีลักษณะวนจากหัวมาหาง  ก็เรียกว่า งูกินหาง  เช่น   เขาตั้งวงแชร์หลอกเอาเงินชาวบ้านมา  แล้วเอาเงินคนใหม่มาจ่ายเป็นผลประโยชน์ให้คนเก่า  หมุนเวียนไปแบบงูกินหาง   ถ้าไม่มีคนใหม่มาลงทุน  คนที่หลอกเงินชาวบ้านก็มักจะหนีไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลอยแก้ว (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๖)

ลอยแก้ว

          คำว่า ลอยแก้ว เดิมมี ๒ ความหมาย ความหมายหนึ่ง  หมายถึง น่าปลาบปลื้ม น่าภาคภูมิใจ ดังปรากฏในบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อนางมณฑาเห็นเจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์ นางรำพันด้วยความดีใจว่า

                    “รจนายาจิตช่างคิดถูก              หมายมั่นพันผูกก็ควรอยู่
                    ทีนี้แหละลอยแก้วแล้วลูกกู         โฉมตรูแย้มยิ้มกระหยิ่มใจ”

          คำว่า ลอยแก้ว อีกความหมายหนึ่ง เป็นชื่อของหวานที่ทำด้วยผลไม้นำไปแช่ในน้ำเชื่อม ถ้าเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว จะแช่ในน้ำเชื่อมเจือเกลือเล็กน้อย ดังปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ว่า

                    “ผลจากเจ้าลอยแก้ว             บอกความแล้วจากจำเป็น
                    จากช้ำน้ำตากระเด็น              เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตง”

          ปัจจุบัน คำว่า ลอยแก้ว เหลือแต่ความหมายซึ่งเป็นวิธีทำของหวานเท่านั้น เช่น กระท้อนลอยแก้ว  สละลอยแก้ว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

พระมโหสถ (๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๖)

พระมโหสถ

          พระมโหสถ  เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในเรื่องมโหสถชาดก  ทรงบำเพ็ญปัญญาบารมี  คือมีความรอบรู้ ความเข้าใจชัดเจนสามารถแยกแยะเหตุและผล  ดีและชั่ว  คุณและโทษ  ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ เป็นต้น

          มโหสถชาดก เป็นชาดกเรื่องที่ ๕ ในทศชาติ กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อเสวยพระชาติเป็นมโหสถบุตรเศรษฐี มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมาก  ผู้คนต่างมาขอให้ช่วยตัดสินคดีพิพาทและแก้ไขปัญหาอยู่เนือง ๆ  ชื่อเสียงของมโหสถเลื่องลือไปถึงพระเจ้าวิเทหราชแห่งกรุงมิถิลา  พระองค์ได้ทรงทดลองสติปัญญาของมโหสถด้วยวิธีต่าง ๆ จนเป็นที่พอพระทัย และขอมโหสถไว้เป็นราชบุตร  มโหสถได้ใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งปัญหาภายในบ้านเมือง และปัญหาศึกสงคราม  รวมทั้งยังใช้สติปัญญาช่วยพระชนม์ชีพของพระเจ้าวิเทหราชไว้ได้ มโหสถได้รับยกย่องว่าเป็นบัณฑิตผู้มีความรู้อันลึกซึ้ง มีสติปัญญาประกอบด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ ที่กำกับให้ประพฤติปฏิบัติแต่ในทางที่ถูกที่ควร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อุกฤษฏ์ (๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖)

อุกฤษฏ์

          คำว่า อุกฤษฏ์ หมายความว่า สูงสุด ปัจจุบันใช้หมายถึงขั้นสูงสุดในการลงโทษ เช่น เขากระทำผิดมามาก สมควรจะได้รับโทษขั้นอุกฤษฏ์. คำนี้มาจากภาษาสันสกฤตว่า อุตฺกฤษฺฏ (อ่านว่า อุด-กฺริส-ตะ) มีใช้มาแต่โบราณในกฎหมายตราสามดวง ทั้งความหมายว่าขั้นสูงสุดในการลงโทษและในการปูนบำเหน็จความดีความชอบ ดังปรากฏในพระไอยการลักขณโจร กฎหมายตราสามดวงว่า “อันว่าโจรสาระนั้น คือลักทรัพย์อันเปนแก่นสาร ลักพระพุทธรูป แลลอกทองพระพุทธรูปพระสถูปพระเจดีย์เปนมิจฉาทิถฐิอุกฤฐโทษ” และในพระไอยการกระบดศึก กฎหมายตราสามดวงว่า “อนึ่งพระเจ้าอยู่หัวได้เปนนายทับนายกองไปการณรงสงครามได้รบพุ่งด้วยข้าศึก แลจับได้นายทับนายกองผู้ใหญ่ได้เครื่องสรรพยุธ บำเหน็จเปนอุกฤฐ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.