ชีพจรลงเท้า (๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐)

ชีพจรลงเท้า

          ชีพจรลงเท้า เป็นสำนวน มีความหมายว่า ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่

          สำนวนนี้เดิมใช้ว่า “เทพจรลงเท้า” คำว่า เทพจร อักขราภิธานศรับท์ (อ่านว่า อัก-ขะ-รา-พิ-ทาน-สับ) ของหมอปรัดเล (อ่านว่า หมอ-ปฺรัด-เล) ให้ความหมายไว้ว่า “เส้นในตัวคนที่มันเต้นอยู่ที่ข้อมือข้อเท้า” เทพจร ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ชีพจร ในปัจจุบันนั่นเอง

          คำว่า เทพจร อาจแปลว่า เทวดาจร ทำให้นึกไปถึงเทวดาที่ท่องเที่ยวไปในสวรรค์ไม่มีวิมานอยู่เป็นที่เป็นทาง

          สำนวน ชีพจรลงเท้า หรือ เทพจรลงเท้า จึงใช้ในความหมายว่า ต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อยู่ไม่ติดที่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บรรณาธิการ กับ สาราณียกร (๔ กันยายน ๒๕๕๐)

บรรณาธิการ กับ สาราณียกร

          คำว่า บรรณาธิการ เป็นคำนาม ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า editor (อ่านว่า เอ-ดิ-เต้อร์) เขียน e-d-i-t-o-r  หมายถึง บุคคลที่รับผิดชอบในการจัดพิมพ์หนังสือหรือเอกสารต่าง ๆ โดยทำหน้าที่คัดเลือกและตรวจแก้เรื่องที่ลงพิมพ์ เช่น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งถูกนักการเมืองชื่อดังฟ้อง.

          ส่วนคนที่ทำหน้าที่จัดทำหนังสือของสมาคมหรือสถาบันการศึกษา มักใช้ว่า “สาราณียกร” (อ่านว่า สา-รา-นี-ยะ-กอน) เช่น เธอเป็นสาราณียกรหนังสือรุ่น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำพังเพย (๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐)

คำพังเพย

          คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำที่เป็นสำนวนที่พูดไว้กลาง ๆ เพื่อชวนให้คิด ถ้านำมาใช้ให้เหมาะกับเรื่องที่กำลังพูดกัน จะทำให้เข้าใจเรื่องที่พูดนั้นชัดเจนขึ้น เช่นพูดว่า รถยนต์ตอนที่เบรกเริ่มไม่ดีก็ไม่รีบไปซ่อม พอเบรกแตกไปชนต้นไม้เข้า เลยต้องเสียค่าซ่อมมาก เข้าทำนอง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย. คำพังเพย “เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย” หมายถึง เสียเพียงเล็กน้อยไม่ยอมเสีย ทำให้ต้องเสียมากกว่าเดิม    คำพังเพยในภาษาไทยมีอยู่มาก เช่น หมองูตายเพราะงู. ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก  ไม่เห็นกระรอกก่งหน้าไม้. กระต่ายตื่นตูม. กิ้งก่าได้ทอง.

          คำว่า พังเพย มาจากภาษาจีน  จีนกลางออกเสียงว่า ผังผี้.  แต้จิ๋วออกเสียงว่า ผั่งโพย. แปลว่า หมายเหตุหรือคำวิจารณ์ที่เขียนอธิบายไว้ข้าง ๆ ข้อความหลัก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น (๑๔ กันยายน ๒๕๕๐)

ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น

          สำนวน ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น มีความหมายว่า ดูเหมือนละเอียดถี่ถ้วน แต่ไม่ละเอียดถี่ถ้วนจริง มีช่องโหว่ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่น โรงงานนี้เข้มงวดเรื่องการเข้าออกของผู้ไปติดต่อ แต่คนส่งกาแฟ คนส่งหนังสือพิมพ์ กลับเข้าออกได้ทุกห้อง ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็นแท้ ๆ.

          สำนวนนี้ยังหมายความว่า ประหยัดในสิ่งที่ไม่ควรประหยัด ไม่ประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด เช่น เจ้านายฉันเรื่องกินละก็คิดแล้วคิดอีก แต่ถ้าเป็นเรื่องแต่งตัวละก็ จ่ายเท่าไรก็ไม่ว่า เข้าตำรา ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น.

          สำนวนนี้ เดิมใช้ว่า ถี่ลอดตัวช้าง ห่างลอดตัวเล็น หมายความว่า ถี่หรือถี่ถ้วน แต่ว่าช้างกลับลอดได้ทั้งตัว นั้นคือไม่ถี่ถ้วนจริง ต่อมาได้กลายเสียงเป็น ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชุบมือเปิบ (๒ กันยายน ๒๕๕๐)

ชุบมือเปิบ

          คำว่า เปิบ มีความหมายว่า ใช้ปลายนิ้วหยิบข้าวเข้าปากตนเอง ก่อนเปิบข้าว ต้องเอามือชุบน้ำให้เปียก เป็นการทำให้มือสะอาดก่อนหยิบข้าว และเพื่อไม่ให้ข้าวติดมือเวลาเปิบข้าวเข้าปากด้วย

          คนที่พอมาถึงก็ลงนั่งชุบมือเปิบข้าวกิน โดยไม่ยอมมีส่วนในการหาอาหาร ประกอบอาหาร หรือตั้งสำรับอาหาร เป็นคนที่เอาเปรียบคนอื่น

          สำนวน ชุบมือเปิบ ใช้ตำหนิคนที่ฉวยโอกาสเอาประโยชน์หรือผลสำเร็จที่คนอื่นทำไว้มาเป็นของตน หรือขอมีส่วนร่วมในผลสำเร็จนั้นโดยที่ตนไม่ได้ช่วยลงแรงด้วย เช่น โครงการนี้ที่จริงเราก็ช่วยกันคิด อยู่ ๆ เขาก็ชุบมือเปิบเอาไปเสนอหัวหน้าว่าเป็นความคิดของเขา.    รายงานชิ้นนี้เรา ๒ คนช่วยกันทำ พอทำเสร็จเขาก็จะมาขอลงชื่อว่าได้ร่วมทำงานด้วย อย่างนี้เรียกว่า ชุบมือเปิบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.