พระมหาชนก (๒ ธันวาคม ๒๕๕๖)

พระมหาชนก

          พระมหาชนก  เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในเรื่องมหาชนกชาดก  ทรงบำเพ็ญวิริยบารมี คือ ความเพียรพยายามทำกิจอย่างไม่ท้อถอย

          มหาชนกชาดก เป็นชาดกเรื่องที่ ๒ ในทศชาติ กล่าวถึง พระมหาชนก ซึ่งพระบิดาถูกชิงราชสมบัติ คิดจะไปชิงราชสมบัติคืน จึงได้ลาพระมารดาออกไปค้าขายทางทะเลแต่เรือเกิดอับปางลง พระองค์เพียรพยายามว่ายน้ำอยู่ถึง ๗ วัน ๗ คืน จึงได้รับความช่วยเหลือจากนางมณีเมขลาซึ่งมีหน้าที่ดูแลมหาสมุทร นางอุ้มพระมหาชนกไปวางไว้ ณ เมืองมิถิลาซึ่งกำลังว่างกษัตริย์  พระมหาชนกได้รับการอภิเษกเป็นพระราชา ทรงครองราชสมบัติด้วยทศพิธราชธรรม ทรงคำนึงว่าผู้ฉลาดควรมีความตั้งใจในการทำงาน ไม่เบื่อหน่ายงานของตน แม้ตกทุกข์ได้ยากก็ไม่ควรหมดหวัง เมื่อได้รับความสุขก็ควรตั้งใจทำประโยชน์ให้ยิ่ง ๆ ขึ้น  ต่อมาพระมหาชนกได้ออกบวชเพื่อบำเพ็ญบารมี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

โป้ปดมดเท็จ (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖)

โป้ปดมดเท็จ

          คำว่า ปด หมายถึง พูดเท็จ จงใจกล่าวคำที่ไม่เป็นจริง เช่น เด็กคนนั้นหนีเรียนแต่ปดพ่อแม่ว่าวันนี้โรงเรียนหยุด ใช้ว่า ปดโป้ หรือ โป้ปด ก็มี. อักขราภิธานศรับท์ของหมอบรัดเลย์อธิบายคำว่า ปดโป้ หมายถึง “พูดมุษาอึงโอ้อยู่” และในบทละครนอกเรื่องไกรทอง พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นางตะเภาทองและนางตะเภาแก้วตัดพ้อต่อว่าไกรทองที่หลอกนางว่าจะไปหาครูแต่กลับไปหานางวิมาลาและพาขึ้นมาบนเรือน ดังคำประพันธ์ว่า

          “จึงว่าดูเอาหรือเจ้าไกร            ว่าจะไปหาครูสักประเดี๋ยว
          มิรู้ช่างโป้ปดลดเลี้ยว              ไปเที่ยวเกี้ยวชู้แล้วพามา”

          คำว่า โป้ปด ใช้ซ้อนกับคำว่า เท็จ และเพิ่มเสียงว่า มด เชื่อมเป็น โป้ปดมดเท็จ มักใช้หมายถึงลักษณะนิสัยที่ชอบพูดเท็จ เช่น ถ้าเธอชอบโป้ปดมดเท็จอย่างนี้ อีกหน่อยจะไม่มีใครเชื่อถือคำพูดของเธอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บึง (๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖)

บึง

          บึง หมายถึง แอ่งน้ำใหญ่ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มีน้ำนิ่ง เช่น บึงบอระเพ็ด ที่จังหวัดนครสวรรค์ บึงฉวาก ที่จังหวัดสุพรรณบุรี บึงพระราม  ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          บึงโค้ง หมายถึง แอ่งน้ำรูปโค้งคล้ายเกือกม้าที่อยู่ใกล้ ๆ แม่น้ำใหญ่.  บึงโค้งหรือบึงรูปแอกนั้น เดิมเป็นสายน้ำส่วนที่โค้งคดเคี้ยวมาก  ต่อมาเมื่อสายน้ำเกิดเปลี่ยนทางเดิน ตัดตรงเชื่อมทางโค้ง ทำให้ส่วนที่โค้งถูกตัดขาดจากสายน้ำเดิม  นานเข้าตะกอนที่ตกทับถมกันตรงส่วนที่โค้งมากซึ่งถูกตัดขาดจากสายน้ำนี้  ทำให้ทางน้ำเดิมกลายเป็นบึงรูปโค้ง.  บึงรูปโค้งดังนี้มีอยู่หลายแห่งในภาคอีสาน  แต่ไม่ได้เรียกว่าบึงโค้ง  เพราะในภาคอีสานมีคำว่า  กุด  เป็นคำเรียกบึงรูปโค้งที่ตัดขาดจากลำน้ำดังกล่าว.  คำว่า กุด แปลว่าด้วน  เพราะสายน้ำที่คดเคี้ยวนั้น  ถ้าคดมากเกินไปจนถูกตัดขาดออกไปจะกลายเป็น ลำน้ำกุด เช่น กุดสิม ในอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. กุดกว้าง ในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. กุดเค้า ในอำเภอมัญจาคีรี  จังหวัดขอนแก่น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง (๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๖) (ออกอากาศซ้ำ)

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

          สำนวน ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง มีความหมายว่า ทำสิ่งที่ตนเคยว่าหรือตำหนิผู้อื่นไว้ เช่น เขาเคยว่าเพื่อน ว่าหลงหลาน แต่พอตัวเองมีหลานก็หลงหลานยิ่งกว่าเพื่อนเสียอีก ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง. สำนวนนี้มีที่มาจากวรรณคดีเรื่องอิเหนาซึ่งมีเนื้อหาสำคัญว่า อิเหนาซึ่งเป็นคู่หมั้นของนางบุษบา ไม่ยอมแต่งงานกับนางบุษบาเพราะหลงนางจินตะหรา  บิดาของนางบุษบาจึงยกนางให้จรกา แต่วิหยาสะกำซึ่งหลงรูปนางบุษบาได้ยกกองทัพมาเพื่อแย่งชิงบุษบา เกิดเป็นศึกที่เมืองดาหา. อิเหนาจำต้องจากจินตะหราเพื่อมาช่วยศึกเมืองดาหา จึงตำหนิจรกากับวิหยาสะกำว่าหลงนางบุษบาได้อย่างไรกัน แต่เมื่อตนเองมาพบบุษบาก็กลับหลงรักจนต้องทำอุบายเผาเมืองดาหาเพื่อชิงตัวนางบุษบา การกระทำของอิเหนาทำให้เกิดเป็นสำนวนว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๖  เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.