น้ำลายหก-น้ำลายไหล (๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๖)

น้ำลายหก-น้ำลายไหล

          น้ำลายหก หรือ น้ำลายไหล เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่ออยากกินสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก ๆ. น้ำลายหก หรือ น้ำลายไหล มีความหมายคล้าย น้ำลายสอ แต่น้ำหนักของความหมายนั้นมากกว่า และใช้เป็นความเปรียบเกินจริง เช่น เดินผ่านร้านขนมร้านนี้ทีไรน้ำลายหกทุกที. เขามีฝีมือในการปรุงอาหาร แค่พรรณนาวิธีทำคนฟังก็น้ำลายไหลได้แล้วน้ำลายหก และ น้ำลายไหล ยังใช้เป็นสำนวน หมายถึง อยากได้ อยากใกล้ชิด อยากเชยชม มักแฝงนัยว่า ไม่มีโอกาสได้ดั่งใจปรารถนาในทันที หรือต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้มา เช่น พนักงานสาวสวยคนใหม่มีเจ้าของเสียแล้ว   หนุ่ม ๆ ในบริษัทได้แต่ชะเง้อมองจนน้ำลายหก เขาเห็นรถหรูคันนั้นก็อยากได้จนน้ำลายไหล

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

วัฒนธรรมองค์กร (๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๖)

วัฒนธรรมองค์กร

          วัฒนธรรมองค์กร ประกอบด้วยคำว่า วัฒนธรรม กับคำว่า องค์กร. วัฒนธรรม ความหมายหนึ่งหมายถึง วิถีการดำเนินชีวิตของบุคคลที่อยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ หรือสิ่งที่หมู่คณะยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา ซึ่งแสดงถึงความเจริญของหมู่คณะนั้น ๆ. องค์กร หมายถึง คณะบุคคลหรือหน่วยงานย่อยที่เป็นส่วนประกอบของหน่วยงานใหญ่ที่ทำงานสัมพันธ์กัน เช่น สภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรในรัฐสภา. คณะวิชาต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเป็นองค์กรในมหาวิทยาลัย. ภาควิชาต่าง ๆ เป็นองค์กรในคณะวิชา เป็นต้น.  วัฒนธรรมองค์กร จึงหมายถึง สิ่งที่คณะบุคคลหรือหน่วยงานยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น ความเคารพตามลำดับอาวุโส ความรักใคร่กลมเกลียวกันฉันพี่น้อง ความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันฉันญาติ การเลื่อนตำแหน่งงานโดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถประกอบกับความมีอาวุโส เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สุวรรณสาม (๑) (๓ ธันวาคม ๒๕๕๖)

สุวรรณสาม (๑)

          ต้นเรื่องของสุวรรณสามชาดก  กล่าวถึงพระพุทธองค์ทรงปรารภเรื่องภิกษุเลี้ยงมารดาว่า  ภิกษุบุตรเศรษฐีออกบวชอยู่ ๑๒ ปี  ทราบว่าบิดามารดายากจนลงต้องเลี้ยงชีวิตด้วยการขอทานจึงตั้งใจลาสิกขาเพื่อเลี้ยงดูบิดามารดา แต่เมื่อได้ฟังพระพุทธเจ้าตรัสเทศนาเรื่องคุณบิดามารดา และภิกษุเลี้ยงดูบิดามารดาได้ จึงมิได้ลาสิกขาแต่นำอาหารที่บิณฑบาตเลี้ยงดูบิดามารดาทุกวัน  บางวันบิณฑบาตได้น้อยมิได้ฉันอาหาร จนร่างกายซูบผอม  เพื่อนภิกษุรู้ความจริงจึงไปกราบทูลพระพุทธเจ้า  พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่าภิกษุเลี้ยงดูบิดามารดาเป็นสิ่งดี  ตรัสเล่าถึงอดีตชาติที่พระองค์เสวยพระชาติเป็นสุวรรณสามและได้เลี้ยงดูบิดามารดาของพระองค์

          สุวรรณสาม  เป็นชื่อพระโพธิสัตว์ในเรื่องสุวรรณสามชาดก  ทรงบำเพ็ญเมตตาบารมี.  คำว่า บารมี หมายถึง คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวดเพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง เมตตา หมายถึง ความรัก ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เด็ดบัวไม่ไว้ใย (๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖)

เด็ดบัวไม่ไว้ใย

          เด็ดบัวไม่ไว้ใย เป็นสำนวน  หมายถึง ตัดขาด ตัดญาติขาดมิตร ไม่มีเยื่อใยต่อกัน ไม่มีความสัมพันธ์ ไม่เกี่ยวข้องกัน.  มีที่มาจากบัวซึ่งเป็นพืชน้ำชนิดหนึ่ง มีเหง้ายาวอยู่ในโคลนตม ดอกและใบอยู่เสมอน้ำ หรือชูขึ้นพ้นน้ำ ก้านบัวมีใย ซึ่งเมื่อหักจะมีใยยืดออกมาบาง ๆ โยงก้านบัวไม่ให้ขาดจากกันอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าหักและดึงอย่างแรง ใยก็จะขาด จึงนำมาเปรียบกับคนที่เคยรู้จัก สนิทสนมหรือเป็นญาติพี่น้องกัน ถ้าผิดใจหรือโกรธกันอย่างเด็ดขาด ก็ยังควรมีเยื่อใย จึงใช้สำนวนนี้ในเชิงตัดพ้อว่า เด็ดบัวไม่ไว้ใย หรือใช้ว่า  เด็ดดอกไม่ไว้ขั้ว  เด็ดบัวไม่ไว้ใย เช่น เธอกับฉันคบกันมาตั้งนานมาผิดใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อย จะเด็ดบัวไม่ไว้ใยเชียวหรือ.

          นอกจากนี้มีอีกสำนวนหนึ่งที่มีความหมายคล้ายกันว่า เด็ดปลีไม่มีใย ปลี ในที่นี้หมายถึงปลีของกล้วย ซึ่งมีใยเหมือนใยบัว.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

น้ำลายสอ (๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๖)

น้ำลายสอ

          น้ำลายสอ หมายถึง น้ำลายหลั่งออกมาเต็มปากเมื่อมีสิ่งกระตุ้น อย่างเมื่อได้กลิ่นหรือเห็นอาหารที่มีรสดีถูกปากเป็นต้น ทำให้เกิดอาการอยากกินมาก ๆ เช่น พอคุณแม่บีบมะนาวลงในครกน้ำพริกกะปิ ฉันได้กลิ่นก็น้ำลายสอขึ้นมาทันที. วันนี้คุณยายทำข้าวเหนียวมะม่วง เห็นแล้วน้ำลายสอ แต่ต้องอดใจไว้เพราะกำลังลดน้ำหนัก

          คำว่า สอ  มีหมายความว่า ประดังกัน ออกัน เดิมไม่ได้ใช้เฉพาะในคำว่า น้ำลายสอ เท่านั้น ดังปรากฏในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม กล่าวถึงความชุลมุนวุ่นวายบนเรือนของขุนช้าง เมื่อนางวันทองจะคลอดบุตร ดังคำประพันธ์ว่า “ร้องเรียกหาด่าคนอลหม่าน บนนอกชานพวกผู้หญิงวิ่งออกสอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.