พระจันทกุมาร (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖)

พระจันทกุมาร

          พระจันทกุมาร  เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในเรื่องจันทกุมารชาดก  ทรงบำเพ็ญขันติบารมี. ขันติ คือ ความอดกลั้นต่อสิ่งที่ไม่พอใจ  อดทนต่อความลำบากตรากตรำ ทนเจ็บใจเพื่อให้บรรลุจุดหมายที่ดีงาม 

          จันทกุมารชาดก เป็นชาดกเรื่องที่ ๗ ในทศชาติชาดก  กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อเสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมารมหาอุปราช โอรสของพระเจ้าเอกราช กรุงพาราณสี  ได้ตัดสินคดีความต่าง ๆ ด้วยความยุติธรรม จึงถูกปุโรหิตชื่อกัณฑหาลพราหมณ์ (อ่านว่า กัน-ทะ-หา-ละ-พฺราม) ผู้รับสินบนในการตัดสินคดีความ  ยุยงพระเจ้ากรุงพาราณสีให้จับพระจันทกุมารและพระราชมารดา ราชโอรส ราชธิดา มเหสี เศรษฐี โคอสุภราช ม้าอาชาไนย และสัตว์อื่น ๆ อย่างละ ๔ มาบูชายัญ พระจันทกุมารยอมให้จับคุมขัง และอดทนอดกลั้นต่อความลำบาก จนกำลังจะถูกบูชายัญพระนางจันทเทวีพระมารดาได้กระทำสัจกิริยาขอให้เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย พระอินทร์จึงเสด็จลงมาขู่พระเจ้าเอกราชให้ปล่อยพระจันทกุมารและผู้ถูกจับทั้งหมด  จากนั้นประชาชนได้บังคับพระเจ้าเอกราชให้ออกบวช และทูลเชิญพระจันทกุมารขึ้นครองราชย์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทะเลสาบ (๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖)

ทะเลสาบ

          ทะเลสาบ หมายถึง แอ่งน้ำใหญ่มาก มีแผ่นดินล้อมรอบหรือเกือบรอบ. ทะเลสาบส่วนมากมีน้ำจืด  และมักจะไม่มีทางให้น้ำไหลออกทะเลโดยตรง เช่น ทะเลสาบเขมร  ทะเลสาบเจนีวา  ทะเลสาบใหญ่ทั้งห้าทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา. ทะเลสาบมีขนาดและความลึกต่าง ๆ กัน  คำว่า ทะเลสาบ  ประกอบด้วยคำว่า ทะเล  กับ สาบสาบ เป็นคำที่รับมาจากภาษาเขมร  แปลว่า จืด  ทะเลสาบ จึงเป็นทะเลน้ำจืด   เป็นคำบัญญัติให้ตรงกับคำว่า lake  ในภาษาอังกฤษ  ซึ่งหมายถึงแอ่งน้ำใหญ่ที่อยู่ในแผ่นดิน  หรือแอ่งน้ำที่ล้อมรอบด้วยผืนดินนั่นเอง. ทะเลสาบอาจมีทางเชื่อมติดต่อกับทะเล. ส่วนทะเลสาบที่มีน้ำเค็มเป็นทะเลสาบที่มีทางติดต่อกับทะเล เช่น ทะเลสาบสงขลาซึ่งมีทั้งน้ำกร่อยและน้ำเค็ม. ทะเลสาบน้ำเค็มซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี คือ ทะเลเดดซี  (Dead Sea) อยู่ตรงเส้นเขตแดนระหว่างประเทศอิสราเอลกับประเทศจอร์แดน  เป็นทะเลสาบที่มีน้ำเค็มจัดมาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ทองสีดอกบวบ (๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖)

ทองสีดอกบวบ

          ทองสีดอกบวบ ทองดอกบวบ ทองเนื้อริน เป็นคำเรียกชื่อทองคุณภาพต่ำ มีสีเหลืองอ่อน ๆ ปนสีเขียวอ่อนเหมือนสีของดอกบวบ เป็นทองที่มีราคาถูกที่สุดในอดีต ทองสีดอกบวบหนัก ๑ บาท มีราคาเท่ากับเงิน ๑ บาทเท่านั้น 

          ทองสีดอกบวบหรือทองเนื้อริน เป็นทองที่คุณภาพต่ำที่สุดจนเกือบจะหมดสภาพความเป็นทองแล้ว เพราะมีแร่ธาตุอื่นเจือปนอยู่มาก ไม่มีความสวยงาม จึงขายกันราคาเท่ากับราคาเงิน คือ ทองสีดอกบวบหนัก ๑ บาท มีราคาเท่ากับเงิน ๑ บาทเท่านั้น อย่างที่เรียกเป็นสำนวนว่า หนักต่อหนัก

          ทองสีดอกบวบ หรือ ทองดอกบวบ ไม่นิยมใช้ทำเครื่องประดับ โบราณใช้ทำเครื่องรางหรือหล่อพระเครื่อง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หางอึ่ง (๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖)

หางอึ่ง

          หางอึ่ง เป็นสำนวน  หมายถึง มีความรู้น้อย ใช้เปรียบเทียบความรู้ของคนที่มีความรู้เพียงเล็กน้อย รู้นิด ๆ หน่อย ๆ เช่น เธอมีความรู้แค่หางอึ่งจะสอบเข้าทำงานที่ไหนได้.

          สำนวนนี้มีที่มาจาก อึ่ง ซึ่งเป็นสัตว์สี่เท้าอยู่ในกลุ่มสะเทินน้ำสะเทินบก รูปร่างอ้วนป้อม พองตัวได้ ผิวหนังเป็นสีน้ำตาลลายออกเหลือง บางชนิดผิวหนังเป็นสีเทา มักร้องเสียงดังเมื่อน้ำนองหลังฝนตก เสียงร้องดัง “อึ่ง-อ่าง  อึ่ง-อ่าง” คนทั่วไปจึงเรียกอึ่งว่า อึ่งอ่าง  ตอนเกิดใหม่เป็นลูกอ๊อดตัวกลมมีหางว่ายอยู่ในน้ำ เมื่อโตขึ้นหางเริ่มหดสั้นจนหายไป มีขา ๔ ขางอกขึ้นมา ตัวโตเต็มวัยมีความยาวประมาณ ๗ เซนติเมตร และส่วนท้ายที่เคยเป็นหางเหลือเป็นติ่งสั้นมากจนแทบมองไม่เห็น.  คนโบราณจึงเปรียบเทียบสติปัญญาหรือความรู้ของคนที่ไม่ค่อยมีความรู้มากนัก หรือมีความรู้น้อยว่าเป็นความรู้แค่หางอึ่ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

พระภูริทัต (๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๖)

พระภูริทัต

          พระภูริทัต  เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในเรื่องภูริทัตตชาดก (อ่านว่า พู-ริ-ทัด-ตะ-ชา-ดก)  ทรงบำเพ็ญศีลบารมี คือ การควบคุมกายและวาจาไม่ให้ประพฤติผิดประพฤติชั่ว

          ภูริทัตตชาดก เป็นชาดกเรื่องที่ ๖ ในทศชาติชาดก  กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อเสวยพระชาติเป็นทัตตะพระโอรสของท้าวธตรฐ (อ่านว่า ทะ-ตะ-รด) ราชาแห่งนาค กับนางสมุทรชาพระธิดาของพระเจ้าพาราณสี  ทัตตะเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ได้ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้แก่เทวดา พระอินทร์จึงพระราชทานนามให้ใหม่ว่า ภูริทัตต์ (ทัตตะผู้เรืองปัญญา)  ภูริทัตต์ตั้งใจจะรักษาอุโบสถศีล จึงขึ้นไปรักษาศีลอยู่ที่ริมแม่น้ำยมุนา  พราหมณ์คนหนึ่งมีมนต์สำหรับจับนาคได้มาพบเข้า จึงทำร้ายและจับภูริทัตต์ใส่กรงตาข่ายนำออกแสดงเพื่อหาเงิน  ภูริทัตต์ต้องยอมทำตามทุกอย่างเพราะเกรงศีลจะขาด  จนพี่น้องของภูริทัตต์ตามมาพบเข้าและช่วยไว้ได้  เมื่อภูริทัตต์พาพี่น้องกับพระมารดาไปเฝ้าพระอัยกาที่บวชอยู่นั้น ภูริทัตต์ก็ขออยู่กับพระอัยกาเพื่อบำเพ็ญเพียรรักษาอุโบสถศีล

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.