แยบคาย (๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖)

แยบคาย

          แยบคาย หมายถึง ลักษณะของความคิดหรือถ้อยคำที่เหมาะกับเหตุผล เข้าที และแหลมคม เช่น นักเรียนคนนี้มีความคิดแยบคาย เวลาตั้งคำถามหรือตอบคำถามเป็นเหตุเป็นผลดี.

          คำว่า แยบคาย ใช้บอกลักษณะของวิธีการก็ได้ เช่น ถ้าจะปกครองคนหมู่มากได้ ผู้นำต้องมีอุบายอันแยบคายให้ลูกน้องรักและสามัคคีกัน

          เดิมคำว่า แยบคาย หมายถึง มีนัยแฝงอยู่ในคำพูดหรือกิริยาท่าทาง ดังปรากฏในวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยหลายตอน เช่น ตอนนางมณฑาพูดถึงนางรจนา ว่า “ข้าไปถามอีลูกแสนร้าย            มันพูดเป็นแยบคายไม่เข้าใจ”

และตอนที่นางรจนาแกล้งยั่วหกนาง ว่า

          “แล้วแลดูพี่สาวทั้งหกคน              เห็นหน้าหม่นหมองคล้ำดำมิดหมี
          ทำแยบคายชายตาดูสามี              เทวียิ้มแย้มกระแอมไอ”

          คำว่า แยบคาย ในคำประพันธ์ที่ยกมานี้ มีความหมายว่า มีเลศนัย ซึ่งต่างกับความหมายในปัจจุบัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซื่อสัตย์ (๒๔ มีนาคม ๒๕๕๗)

ซื่อสัตย์

          คำว่า ซื่อสัตย์ ประกอบด้วยคำว่า ซื่อ แปลว่า ตรง และ สัตย์ แปลว่า จริง. ซื่อสัตย์ หมายถึง ประพฤติตรงโดยยึดถือความจริง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง  ไม่ปิดบังอำพรางสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ปั้นน้ำเป็นตัว เช่น สื่อมวลชนต้องเสนอข้อเท็จจริงอย่างซื่อสัตย์.  นักวิจัยที่ดีต้องซื่อสัตย์ ไม่บิดเบือนผลการวิจัยเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น. นอกจากหมายถึงประพฤติตรงโดยยึดถือความจริง แล้ว ซื่อสัตย์ ยังใช้ในความหมายว่าไม่คดโกง ไม่ฉ้อราษฏร์บังหลวง เช่น คุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งของข้าราชการ ได้แก่ความซื่อสัตย์ กล่าวคือ การทำงานแบบตรงไปตรงมา ไม่คดโกง ไม่แสวงหาผลประโยชน์อย่างไร้คุณธรรม. นอกจากนั้น ซื่อสัตย์ ยังหมายถึง ไม่หลอกลวง เช่น ชีวิตสมรสจะมีปัญหาหากคู่สมรสไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.