ลุมพินีวัน (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

ลุมพินีวัน

          ลุมพินีวัน มาจากคำ ๒ คำรวมกัน คือคำว่า ลุมพินี กับคำว่า วัน เดิมลุมพินีเป็นชื่อพระราชธิดาผู้น่ารักพระองค์หนึ่งแห่งศากยตระกูล ส่วน วัน มาจากคำว่า วน (อ่านว่า วะ-นะ) ซึ่งแปลว่า ป่า. ลุมพินีวันได้ชื่อตามพระราชธิดาองค์นี้

          ในสมัยพุทธกาล ลุมพินีวัน เป็นป่าหรือวนอุทยานที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นสาละ อยู่ในชมพูทวีประหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งในเวลาต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่ปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่าเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช เรียกสั้น ๆ ว่าเสาอโศก มีข้อความจารึกไว้เป็นภาษาพราหมีว่า “พระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้”  

          ปัจจุบันลุมพินีวันอยู่ในเขตแดนของประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ติดกับประเทศอินเดีย

ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน (๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

          ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เป็นสำนวนที่กล่าวถึงคนที่นำสิ่งที่เป็นอันตราย เป็นศัตรูเข้ามาสู่บ้านของตนเอง จึงทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเรือนหรือครอบครัวของตน.   ชักน้ำเข้าลึก เป็นคำอธิบายอาการที่ชาวนาทดน้ำเข้านาเข้าสวนเพื่อบำรุงเลี้ยงต้นข้าวต้นไม้  แต่ถ้าน้ำเข้ามามากจนลึกเกินไป ก็จะเป็นอันตราย.  ส่วน ชักศึกเข้าบ้าน หมายความว่า ชักนำให้เกิดศึก นำศัตรูมาทำลายบ้านเมืองของตน.     ความหมายหลักของสำนวนนี้อยู่ที่ ความว่า ชักศึกเข้าบ้าน.  ส่วน ชักน้ำเข้าลึก เป็นส่วนเสริมให้สอดคล้องกับสำนวน ชักศึกเข้าบ้าน เท่านั้น.   ชักศึกเข้าบ้าน ใช้เป็นคำตำหนิ ผู้ที่ทรยศต่อบ้านเมือง  ชักนำศัตรูมาทำลายบ้านเมืองของตนเพียงเพราะต้องการอำนาจ  หรือผลประโยชน์บางอย่าง.   คนที่ไปคบคนต่างชาติ ให้คนต่างชาติเข้ามาทำร้ายชาติบ้านเมือง เป็นคนที่ชักศึกเข้าบ้าน เป็นคนเลวที่สมควรถูกประณาม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อุทิศ (๑๙ มีนาคม ๒๕๕๗)

อุทิศ

          คำว่า อุทิศ หมายถึง ให้ ยกให้ หรือสละให้อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น เขาเป็นศิลปินผู้มุ่งมั่นอุทิศตัวเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะแบบชาวบ้าน.  เขาเลือกที่จะอุทิศตนเพื่อคนที่เขารักมากกว่าจะมุ่งกอบโกยความสุขเพื่อตนเอง. ท่านผู้นี้อุทิศตนเพื่อเป็นครูที่ดีมาตลอดชีวิต แม้ได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า แต่ก็มีความสุข. นักร้องคนนี้ประสบความสำเร็จเพราะอุทิศเวลาให้แก่การฝึกซ้อมอย่างหนักโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย. เขาลดขนาดพื้นที่ห้องส่วนตัวเพื่ออุทิศพื้นที่ส่วนใหญ่ให้เป็นห้องสันทนาการ. หลังจากใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยไร้แก่นสารมาเป็นเวลานาน มาบัดนี้เขาตัดสินใจอุทิศชีวิตที่เหลือให้แก่การปฏิบัติธรรม.  แม่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวร. 

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ต้นไม้ประจำจังหวัด (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

ต้นไม้ประจำจังหวัด

          ต้นไม้ประจำจังหวัด เป็นต้นไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ นำไปปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่จังหวัดนั้น ๆ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ในที่นี้จะกล่าวถึงต้นไม้ที่ขึ้นต้นด้วย มะ ดังนี้ มะหาดเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์  มะตูมเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดชัยนาท  มะเดื่อชุมพรเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดชุมพร  มะขามเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์  มะขามป้อมเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสระแก้ว  มะกล่ำต้นหรือมะกล่ำตาช้างเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสิงห์บุรี  มะค่าโมงเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุโขทัย   มะเกลือเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี มะค่าแต้หรือมะค่าหนามเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสุรินทร์  มะพลับเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดอ่างทอง

ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สาวหยุด-สายหยุด (๘ มีนาคม ๒๕๕๗)

สาวหยุด-สายหยุด

          สาวหยุด หรือ สายหยุด เป็นไม้เถาเนื้อแข็งขึ้นเป็นซุ้มใหญ่ ดอกเหลืองคล้ายกระดังงา แต่กลีบมีจำนวนน้อยกว่าและกางโค้งคล้ายก้ามปู ส่งกลิ่นหอมแต่เช้าตรู่ พอสายกลิ่นก็ค่อย ๆ ลดลงจนหมดกลิ่น กวีไทยมักนำชื่อพรรณไม้ชนิดนี้มาใช้ในบทพรรณนาความรู้สึกที่ต้องจากนางผู้เป็นที่รัก เมื่อเห็นพรรณไม้ต่าง ๆ ก็หวนคิดไปถึงยามที่ตนเคยอยู่ร่วมกับนาง เช่น เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ทรงพระนิพนธ์กาพย์บทหนึ่ง ปรากฏในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกว่า

                         เห็นไม้ชื่อนางแย้ม           คิดนางแย้มโอษฐ์พริ้มพราย
                    สาวหยุดยุดมือชาย              พี่ย่อมยุดสูดเสน่ห์ชม
 
          และสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงพระนิพนธ์ให้พระมหาอุปราชาครวญถึงสาวสนมในลิลิตตะเลงพ่ายว่า

                         สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง       ยามสาย
                    สายบ่หยุดเสน่ห์หาย              ห่างเศร้า
                    กี่คืนกี่วันวาย                        วางเทวศ ราแม่
                    ถวิลทุกขวบค่ำเช้า                 หยุดได้ฉันใด

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พายเรือในอ่าง (๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

พายเรือในอ่าง

          พายเรือในอ่าง เป็นสำนวน หมายถึง คิด ทำ หรือพูดวกวนกลับไปกลับมา ไม่สำเร็จลุล่วงตลอดปลอดโปร่งไปได้ เปรียบเหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง ก็วนไปวนมาอยู่ในอ่างนั้นเอง หาทางออกไปไหนไม่ได้  เดิมใช้ว่า พายเรือในหนอง ดังโคลงภาษิตโบราณว่า  

                         “ลงเรือคัดวาดพุ้ย           พายปะเลง
                    วนอยู่ในหนองเอง                อับอั้น
                    ถึงใดบถึงเกรง                     จักค่ำ  เปล่านา
                    เฉกคิดวนเวียนสั้น                เปลี่ยนปล้ำใจเอง”

          ตัวอย่างสำนวนพายเรือในอ่าง เช่น คุณพูดวกมาประเด็นเดิมอีกแล้ว พายเรือในอ่างอยู่นั่นแหละ เมื่อไหร่จะเดินหน้าต่อไปได้สักที. 

ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.