โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ (๓ มกราคม ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ

          โค่นกล้วยอย่าไว้หน่อ หมายถึง ถ้าจะกำจัดสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้หมดสิ้น ต้องไม่ให้เหลือเชื้อที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้ เช่น การที่จะปราบศัตรูให้หมดสิ้น ก็ต้องกำจัดให้หมดทั้งตระกูล ไม่เหลือผู้สืบเชื้อสายไว้ เปรียบเหมือนการตัดต้นกล้วย ถ้าจะตัดไม่ให้กล้วยขึ้นมาอีก ก็ต้องขุดหน่อทิ้งด้วย มิฉะนั้นหน่อกล้วยจะงอกขึ้นเป็นต้นใหม่. 

          ดังโคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม บทหนึ่งว่า

               การโค่นกล้วยอย่าไว้         หน่อแนม
          มักจะเสือกแทรกแซม              สืบเหง้า
          โค่นพาลพวกโกงแกม             กุดโคตร มันเฮย
          จึ่งจักสูญเสื่อมเค้า                   เงื่อนเสี้ยนศัตรู

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มอมเป็นแมว (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

มอมเป็นแมว

          มอมเป็นแมว เป็นสำนวนหมายความว่า  ขะมุกขะมอม  สกปรกเหมือนกับแมว  ที่เปรียบดังนี้เพราะเเมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่อบอุ่น    สมัยก่อนแมวมักอยู่ในครัว  นอนในเตาไฟที่ดับแล้วจึงคลุกกับขี้เถ้า  บางครั้งก็นอนในกองถ่านป่น ๆ และแมวไม่ชอบน้ำ  ไม่ชอบอาบน้ำ คนจึงเห็นว่า  แมวมักจะขะมุกขะมอม  บางทีก็บอกว่า  หน้ามอมเป็นแมวคราว  ซึ่งเป็นคำเปรียบหมายความว่า  หน้ามอมแมม  สกปรกแล้วยังดูน่ากลัวด้วย  เพราะแมวคราวเป็นแมวตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่  ท่าทางดุร้ายและไม่ขี้ประจบเหมือนแมวอื่น ๆ

          ลักษณะของแมวที่นำมาใช้เป็นสำนวน  นอกจากจะใช้ว่ามอมเป็นแมวแล้ว  ยังมีสำนวนว่า  ม่อล่อกม่อแล่ก อย่างกับลูกแมวตกน้ำ  ซึ่งหมายถึง  เปียกปอนไม่น่าดู.  กินเป็นแมวดม  หมายความว่า กินน้อย. ใช้แมวเฝ้าปลาย่าง  หมายความว่า  ให้หญิงชายที่มีแนวโน้มจะชอบพอกันอยู่ใกล้กันก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีไม่งามได้  เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

วัวสันหลังหวะ (๒๔ มกราคม ๒๕๕๗)

วัวสันหลังหวะ

          วัวสันหลังหวะ  เป็นสำนวน  หมายถึง  คนที่มีความผิดติดตัวทำให้คอยหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา  เหมือนวัวที่มีบาดแผลที่หลัง  เห็นนกหรือกาบินผ่านมาก็หวาดผวาว่านกกาจะมาจิกกินเนื้อตรงบาดแผลของตน จึงมีทีท่าระมัดระวังเพื่อคอยป้องกันตัวเอง  เช่น  ถ้าเธอไม่ได้ทำผิดจะต้องไปกลัวอะไร  อย่าทำตัวเป็นวัวสันหลังหวะไปหน่อยเลย. สำนวนนี้เดิมใช้ว่า วัวสันหลังขาด ดังโคลงสุภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า

                    คิดวัวหลังขาดเหน้า        นานแผล
          หวาดสกุณกาแก                           แกะคุ้ย
(อ่านว่า หฺวาด-สะ-กุน-กา-แก    แกะ-คุ้ย)
          เดินใดรวังแล                               เหลือบลอบ  ลี้นา
(อ่านว่า เดิน-ใด-ระ-วัง-แล  เหลือบ-ลอบ  ลี้-นา)
          เฉกชาติชนร้ายบุ้ย                       บอกร้ายในตัว 

          สำนวน วัวสันหลังขาด มักนำไปกล่าวโดยต่อคำและเนื้อความให้คล้องจองกันว่า วัวสันหลังขาด  เห็นกาบินผาดก็ตกใจ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เสียสละ (๑๘ มีนาคม ๒๕๕๗)

เสียสละ

          คำว่า เสียสละ เป็นคำประสม ประกอบด้วย คำว่า เสีย ซึ่งหมายถึง ทำให้สูญไป กับ คำว่า สละ แปลว่า บริจาคให้. เสียสละ หมายถึง ยินยอมให้แม้บางอย่างจะสูญไป เช่น คนไทยทุกคนควรยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศชาติ.  ภรรยายอมเสียสละหน้าที่การงานเพื่อดูแลสามีที่ป่วยเป็นอัมพาต.  ถ้าท่านมาช่วยงานไม่ได้ กรุณาเสียสละทุนทรัพย์สักเล็กน้อย เพื่อมอบให้อาสาสมัครที่มาช่วยงาน. บางครั้ง คำว่า เสียสละ ใช้ในความหมายที่แสดงอุปนิสัยที่ไม่เห็นแก่ตัวและยอมเสียบางอย่างเพื่อคนอื่น เช่น พ่อแม่และครูควรอบรมเยาวชนให้รู้จักอดทนและเสียสละเพื่อส่วนรวม.  ความรัก ความเมตตา และความเสียสละ จะทำให้ประเทศสงบสุขได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ย้อมแมวขาย (๗ มีนาคม ๒๕๕๗)

ย้อมแมวขาย

          ย้อมแมวขาย เป็นสำนวน หมายถึง ตกแต่งคนหรือของที่ไม่ดีโดยมีเจตนาจะหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าดี.  เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์แนะวิธีดูรถว่ารถมือสองถูกย้อมแมวขายหรือไม่.  การย้อมแมวขายน่าจะมีที่มาจากคนไทยสมัยก่อนนิยมเลี้ยงแมวกันมาก  จึงมักจะหาแมวที่มีลักษณะดีมาเลี้ยงโดยถือว่าให้คุณ  ในการเลี้ยงก็เลี้ยงอย่างดีโดยเอาแมวมาอาบน้ำทาขมิ้น หรือทาขมิ้นผสมกับปูนแดง เป็นต้น  ต่อมาพวกที่ไม่ซื่อสัตย์หาแมวที่มีลักษณะดีไปขายไม่ได้ จึงใช้วิธีย้อมแมวให้มีสีที่เป็นมงคลแล้วนำไปขาย ดังโคลงสุภาษิตโบราณจารึกไว้ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ว่า

                         ๏ จับแมวมาลูบล้าง           สอดศรี
                    ขายส่งแสนอัปรี                     ชั่วช้า
                    เปนคนคิดเอาดี                      โดยร่อน  ร่อนเฮย
                    ขายอื่นบคิดค้า                       คิดย้อมแมวขาย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชักใบให้เรือเสีย (๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

ชักใบให้เรือเสีย

          ชักใบให้เรือเสีย เป็นสำนวน หมายถึง พูดหรือทำอะไรขวาง ๆ ให้การสนทนาหรือการงานเขวออกนอกเรื่องไป.  มีที่มาจากการชักใบเรือหรือการกลับใบเรือของเรือต่อชนิดหนึ่งที่แล่นได้ด้วยกำลังลม โดยมีเสากระโดงสำหรับขึงผ้าใบเพื่อรับลมพาให้เรือแล่นไป  หากกลับใบหรือชักใบเรือไม่ถูก  เรือก็จะแล่นไปไม่ตรงตามจุดหมายหรือทิศทางที่จะไป  อาจขวางหรือคว่ำทำให้เป็นอันตราย  เรียกได้ว่า ชักใบให้เรือเสีย  เช่น  คนเขาจะรีบวางแผนทำงานกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ มาชักใบให้เรือเสียซะแล้ว.   และมีโคลงภาษิตโบราณที่จารึกไว้ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามว่า

                         “ชู้เขาจะกอดเข้า            พัลวัน
                    มาสอดกลางขวางกัน            กีดหน้า
                    ทานท่านจะให้ปัน                กลับชัก  เชือนแฮ
                    ชนชาติตระหนี่บ้า                ชักให้เรือเสีย”

ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ถนนราชดำเนิน (๒ มกราคม ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

ถนนราชดำเนิน

          ถนนราชดำเนินเป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๔๒ เป็นทางเสด็จพระราชดำเนินระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต เป็นถนนที่สร้างเพื่อความสง่างามของบ้านเมือง และเพื่อให้ประชาชนได้เดินเที่ยวพักผ่อนด้วย จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างถนนราชดำเนินให้กว้างที่สุด และให้ ๒ ฟากถนนเป็นที่ตั้งวังและสถานที่ราชการใหญ่ ๆ มิให้สร้างตึกแถวหรือร้านเล็ก ๆ ซึ่งจะทำให้เป็นย่านขายของที่มีสภาพรกรุงรัง.

          ถนนราชดำเนินมี ๓ ตอน คือ ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินนอก. ถนนราชดำเนินในเริ่มตั้งแต่พระบรมมหาราชวังไปจนถึงสะพานผ่านพิภพลีลา. ถนนราชดำเนินกลางเริ่มตั้งแต่สะพานผ่านพิภพลีลาไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ. ถนนราชดำเนินนอกเริ่มตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงลานพระราชวังดุสิตซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปทรงม้า. ถนนราชดำเนินเป็นถนนที่เดินสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ใต้ดิน ทำให้สวยงามสะอาดตาไม่รกรุงรัง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.