มติ (๙ มกราคม ๒๕๕๗)

มติ

          คำว่า มติ แปลว่า ความรู้ ความคิดเห็น. ในภาษาไทยมักใช้ในความหมายว่า ข้อวินิจฉัยที่เห็นพ้องต้องกันแล้ว เช่น ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการตามที่ประธานเสนอ  ที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามข้อเสนอของประธาน. การที่สมาชิกแต่ละคนมีข้อสรุปอย่างไรในการประชุม เรียกว่า ลงมติ. สมาชิกหรือกรรมการที่ร่วมประชุมจะต้องพิจารณาและมีความคิดเห็นร่วมกันหรือมีความเห็นส่วนใหญ่แล้วว่าเรื่องที่พิจารณากันอยู่นั้นควรจะดำเนินการอย่างไร ควรจะเป็นอย่างไร สมาชิกหรือกรรมการทุกคนจะได้ลงความเห็น คือ ลงมติแล้วจึงแสดงต่อที่ประชุม ซึ่งทำให้เกิดเป็นมติของที่ประชุม เรียกว่า มีมติ.  ถ้าคำว่า มติ ใช้กับคำว่า มหาชน เป็น มติมหาชน จะหมายถึง ความคิดเห็นหรือมติของประชาชนในเรื่องต่าง ๆ ที่มีผู้นำมาสอบถาม โดยมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง นโยบาย โครงการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของรัฐ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระเจ้า (๑๔ มีนาคม ๒๕๕๗)

พระเจ้า

          คำว่า พระเจ้า ความหมายดั้งเดิมหมายถึง พระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูป เช่นในไตรภูมิพระร่วงมีข้อความว่า พระเจ้า…เสด็จเข้านิพพาน…ในปีชวดเดือน ๖ เพ็งบูรณ์ได้ฤกษ์ไพศาขะ” ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับบริติชมิวเซียม กล่าวถึงประวัติพระพุทธชินราชไว้ว่า พระอินทร์ลงมาช่วยหล่อแล้ว “จึ่งสั่งฝากนามไว้ว่า…พระเจ้าชื่อพระชินราช”

          ต่อมาคำว่า พระเจ้า หมายถึง พระผู้เป็นใหญ่สูงสุดตามความเชื่อของบางศาสนา เป็นผู้ทรงสร้างจักรวาล สร้างโลก สร้างมนุษย์ ตลอดจนสรรพสิ่ง เป็นผู้ทรงพลานุภาพและควรแก่ความเคารพศรัทธาอย่างที่สุด เช่น พระศิวะเป็นพระเจ้าแห่งการทำลายล้างตามความเชื่อของศาสนาฮินดู. คำว่า พระเจ้า ตามความหมายที่อธิบายมานี้เป็นความหมายที่คนไทยปัจจุบันคุ้นเคย

          นอกจากนี้ คำว่า พระเจ้า ยังหมายถึงพระมหากษัตริย์หรือพระราชาอีกด้วย เช่น พระเจ้าอู่ทอง พระเจ้าตากสิน พระเจ้าหงสาวดี พระเจ้ากรุงจีน พระเจ้าเชียงใหม่ พระเจ้ากรุงอังวะ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย (๓ มีนาคม ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

น้ำร้อนปลาเป็น  น้ำเย็นปลาตาย

          น้ำร้อนปลาเป็น  น้ำเย็นปลาตาย  เป็นสำนวนที่เตือนให้ระวังตัว ไม่หลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวาน  โดยเปรียบกับธรรมชาติของปลา เมื่อคนจะจับปลามักจะทำที่ล่อปลาด้วยการเลี้ยงพืชน้ำไว้ ปลาชอบอยู่ในที่เย็นจะหลงเข้าไปอาศัย จึงถูกจับได้  ส่วนปลาที่อยู่ในน้ำตามธรรมชาติ ไม่หลงเข้าไปในที่ล่อ จะมีโอกาสรอดชีวิตได้มากกว่า. คำว่า  น้ำเย็น  นำมาเปรียบกับคำพูดที่ไพเราะ นุ่มนวล  สุภาพ  อ่อนหวาน มักทำให้คนฟังตายใจ และอาจถูกหลอกจนเป็นอันตรายหรือสูญเสียทรัพย์สินได้ เช่น เขามาพูดประจบประแจงคุณยายบ่อย ๆ คุณยายเลยยกทรัพย์สมบัติให้เขาไปหมด ลูกหลานห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง อย่างนี้แหละที่เรียกว่า น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย.  ส่วน  น้ำร้อน เปรียบได้กับคำพูดที่ตรงไปตรงมา ฟังดูไม่ไพเราะไม่ถูกใจ แต่เป็นคำพูดที่จริงใจ  มีประโยชน์ต่อผู้ฟัง เช่น การดุด่าว่ากล่าวของพ่อแม่ ซึ่งลูก ๆ มักไม่อยากฟัง แต่เป็นคำพูดที่มีคุณกับลูก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระเวสสันดร (๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖)

พระเวสสันดร

          พระเวสสันดร  เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์พระชาติสุดท้ายก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงบำเพ็ญทานบารมี  ทานคือการให้  ได้แก่ สละให้ปันสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น แม้แต่ร่างกายและชีวิตหรือลูกเมียก็สามารถเสียสละเป็นทานได้เมื่อมีผู้ต้องการ 

          เวสสันดรชาดก เป็นชาดกเรื่องสุดท้ายในทศชาติชาดก เรียกอีกอย่างว่า มหาชาติชาดก  กล่าวถึงพระโพธิสัตว์เมื่อเสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร พระโอรสพระเจ้ากรุงสญชัยและพระนางผุสดี ทรงตั้งมั่นอยู่ในทานตั้งแต่ทรงพระเยาว์  ได้อภิเษกสมรสกับพระนางมัทรี มีพระโอรสและพระธิดาพระนามว่าชาลีและกัณหา  เมื่อพระราชทานช้างปัจจัยนาเคนทร์ให้แก่พราหมณ์เมืองกลิงคราษฎร์ที่มาทูลขอนั้น  ชาวเมืองพากันโกรธแค้น ทูลพระเจ้ากรุงสญชัยให้เนรเทศพระเวสสันดร  พระนางมัทรีจึงพาพระชาลีพระกัณหาตามเสด็จด้วย  ทั้งสี่พระองค์ก็เสด็จไปผนวชอยู่ที่เขาวงกต  เมื่อชูชกได้เดินทางมาขอพระชาลี พระกัณหา พระเวสสันดรพระราชทานให้  พระอินทร์จึงแปลงเป็นพราหมณ์มาขอพระมัทรี เพื่อมิให้ผู้อื่นมาขอ แล้วพระอินทร์ก็ถวายพระนางมัทรีคืน  ชูชกพาพระกัณหาพระชาลีหลงไปยังเมืองสีพี  พระเจ้ากรุงสญชัยจึงไถ่ตัวสองกุมารไว้  แล้วเสด็จไปรับพระเวสสันดรและพระมัทรีกลับคืนพระนคร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซื่อสัตย์ (๒๔ มีนาคม ๒๕๕๗)

ซื่อสัตย์

          คำว่า ซื่อสัตย์ ประกอบด้วยคำว่า ซื่อ แปลว่า ตรง และ สัตย์ แปลว่า จริง. ซื่อสัตย์ หมายถึง ประพฤติตรงโดยยึดถือความจริง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง  ไม่ปิดบังอำพรางสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ไม่ปั้นน้ำเป็นตัว เช่น สื่อมวลชนต้องเสนอข้อเท็จจริงอย่างซื่อสัตย์.  นักวิจัยที่ดีต้องซื่อสัตย์ ไม่บิดเบือนผลการวิจัยเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น. นอกจากหมายถึงประพฤติตรงโดยยึดถือความจริง แล้ว ซื่อสัตย์ ยังใช้ในความหมายว่าไม่คดโกง ไม่ฉ้อราษฏร์บังหลวง เช่น คุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งของข้าราชการ ได้แก่ความซื่อสัตย์ กล่าวคือ การทำงานแบบตรงไปตรงมา ไม่คดโกง ไม่แสวงหาผลประโยชน์อย่างไร้คุณธรรม. นอกจากนั้น ซื่อสัตย์ ยังหมายถึง ไม่หลอกลวง เช่น ชีวิตสมรสจะมีปัญหาหากคู่สมรสไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขวัญหนีดีฝ่อ (๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

ขวัญหนีดีฝ่อ

          ขวัญหนีดีฝ่อ หมายถึง ตกใจกลัวเมื่อประสบภัย เช่น คุณย่าเล่าว่าเมื่อสมัยสงคราม พอชาวบ้านได้ยินเสียงหวอ ก็ขวัญหนีดีฝ่อไปตาม ๆ กัน  ใครคนหนึ่งตะโกนว่าตำรวจมา ทุกคนที่กำลังจดจ่ออยู่กับไพ่ในมือก็ขวัญหนีดีฝ่อ วิ่งกระเจิงไปคนละทิศ

          ขวัญหนี สะท้อนความเชื่อของคนไทยที่ว่าทุกคนมีขวัญตั้งแต่เกิดมา ถ้าขวัญอยู่กับตัวก็เป็นสิริมงคล เป็นสุขสบาย จิตใจมั่นคง ถ้าคนตกใจ ขวัญก็ออกจากร่างไป ซึ่งเรียกว่า ขวัญหนี ขวัญบิน ขวัญหาย เป็นต้น

          ส่วน ดีฝ่อ หมายถึง ดีเหี่ยวแฟบลง ดีเป็นอวัยวะภายในของคนและสัตว์ บรรจุน้ำข้นสีเขียว มีรสขม ซึ่งออกจากตับสำหรับช่วยย่อยอาหาร เมื่อใครตกใจ อาจพูดได้ว่า เขาดีฝ่อ หรือ เขาขวัญหนีดีฝ่อ

ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.