ลูกเสือลูกตะเข้ (๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

ลูกเสือลูกตะเข้

          ลูกเสือลูกตะเข้ เป็นคำเปรียบคนที่เป็นลูกของศัตรูหรือลูกของคนเลวซึ่งมักจะไว้ใจไม่ได้   จะแว้งกลับมาทำร้ายเอาได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  ทั้งเสือทั้งจระเข้ล้วนเป็นสัตว์ที่ดุร้าย  ไม่มีใครเลี้ยงให้เชื่องได้  ลูกเสือลูกจระเข้อาจจะดูน่ารักน่าเลี้ยง   แต่ถ้าเลี้ยงไปจนโตก็จะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายตามวิสัยของมัน  ยากที่ใครจะเลี้ยงให้เสือหรือจระเข้เชื่องได้  คนที่เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ไว้ก็จะเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายเมื่อลูกเสือลูกจระเข้นั้นโตขึ้น.   คนโบราณเชื่อว่าเด็กที่มีพ่อแม่เป็นคนเลว  เป็นอันธพาล  เป็นผู้ร้ายใจอำมหิตเปรียบเหมือนลูกเสือลูกจระเข้ อาจจะมีนิสัยเหมือนพ่อแม่ จึงไม่มีใครกล้ารับมาเลี้ยงดู เช่น  เด็กพวกนี้ลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ เธอจะกล้ารับมาเลี้ยงหรือ.

          คำว่า ลูกเสือลูกตะเข้  อาจใช้เรียกลูกคนอื่นที่เอามาเลี้ยงไว้แล้วกลับอกตัญญูทำร้ายคนเลี้ยง  หรือทำความเดือดร้อนให้คนเลี้ยง  เช่น   เด็กคนนี้เป็นลูกเสือลูกตะเข้แท้ ๆ  อุตส่าห์เอามาเลี้ยงอย่างดี ให้เล่าให้เรียน  กลับพาเพื่อนมาปล้นเอาทรัพย์สินไปหมด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ต้นไม้ตรัสรู้ (๒๐ มีนาคม ๒๕๕๗)

ต้นไม้ตรัสรู้

          ต้นไม้ตรัสรู้ หมายถึง ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ประทับใต้ร่มเงาขณะทรงบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ในมหาปทานสูตร (อ่านว่า มะ- หา-ปะ- ทา-นะ-สูด) ทีฆนิกายมหาวรรค เอ่ยพระนามพระพุทธเจ้า จำนวน ๗ พระองค์ แต่ละพระองค์ตรัสรู้ใต้ต้นไม้ใหญ่แตกต่างกันดังนี้ พระวิปัสสีพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นแคฝอย. พระสิขีพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นกุ่มบกหรือต้นบุณฑริก (อ่านว่า บุน-ดะ- ริก). พระเวสสภูพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นสาละ. พระกกุสันโธพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นซึกหรือต้นสิรีสะ. พระโกนาคมนพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นมะเดื่อ. พระกัสสปพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นไทร. พระสมณโคดมพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นอัสสัตถพฤกษ์ (อ่านว่า อัด-สัด-ถะ- พรึก). ต้นไม้ตรัสรู้ทั้งหมดของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ล้วนเรียกว่า ต้นโพธิ์ ซึ่งสะกดด้วย ธิ์. คำว่า ต้นโพธิ์ เขียนอย่างหลังนี้มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า ต้นไม้แห่งความรู้หรือต้นไม้ตรัสรู้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ลุมพินีวัน (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗)

ลุมพินีวัน

          ลุมพินีวัน มาจากคำ ๒ คำรวมกัน คือคำว่า ลุมพินี กับคำว่า วัน เดิมลุมพินีเป็นชื่อพระราชธิดาผู้น่ารักพระองค์หนึ่งแห่งศากยตระกูล ส่วน วัน มาจากคำว่า วน (อ่านว่า วะ-นะ) ซึ่งแปลว่า ป่า. ลุมพินีวันได้ชื่อตามพระราชธิดาองค์นี้

          ในสมัยพุทธกาล ลุมพินีวัน เป็นป่าหรือวนอุทยานที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นสาละ อยู่ในชมพูทวีประหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งในเวลาต่อมาได้ตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่ปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่าเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช เรียกสั้น ๆ ว่าเสาอโศก มีข้อความจารึกไว้เป็นภาษาพราหมีว่า “พระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้”  

          ปัจจุบันลุมพินีวันอยู่ในเขตแดนของประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ติดกับประเทศอินเดีย

ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน (๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) (ออกอากาศซ้ำ)

ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

          ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เป็นสำนวนที่กล่าวถึงคนที่นำสิ่งที่เป็นอันตราย เป็นศัตรูเข้ามาสู่บ้านของตนเอง จึงทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเรือนหรือครอบครัวของตน.   ชักน้ำเข้าลึก เป็นคำอธิบายอาการที่ชาวนาทดน้ำเข้านาเข้าสวนเพื่อบำรุงเลี้ยงต้นข้าวต้นไม้  แต่ถ้าน้ำเข้ามามากจนลึกเกินไป ก็จะเป็นอันตราย.  ส่วน ชักศึกเข้าบ้าน หมายความว่า ชักนำให้เกิดศึก นำศัตรูมาทำลายบ้านเมืองของตน.     ความหมายหลักของสำนวนนี้อยู่ที่ ความว่า ชักศึกเข้าบ้าน.  ส่วน ชักน้ำเข้าลึก เป็นส่วนเสริมให้สอดคล้องกับสำนวน ชักศึกเข้าบ้าน เท่านั้น.   ชักศึกเข้าบ้าน ใช้เป็นคำตำหนิ ผู้ที่ทรยศต่อบ้านเมือง  ชักนำศัตรูมาทำลายบ้านเมืองของตนเพียงเพราะต้องการอำนาจ  หรือผลประโยชน์บางอย่าง.   คนที่ไปคบคนต่างชาติ ให้คนต่างชาติเข้ามาทำร้ายชาติบ้านเมือง เป็นคนที่ชักศึกเข้าบ้าน เป็นคนเลวที่สมควรถูกประณาม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.