ทิวลิปคิงภูมิพล (Tulip King Bhumibol) (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

ทิวลิปคิงภูมิพล (Tulip King Bhumibol)

          ทิวลิปคิงภูมิพล เป็นทิวลิปที่นายกล้าส ดูไดค์ เกษตรกรชาวดัตช์ได้พัฒนาจากสายพันธุ์ทิวลิปปริ๊นซ์ เคล้าส์ (Prince Claus) ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อจากพระราชสวามีสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์แห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ทิวลิปคิงภูมิพลมีดอกสีเหลืองนวลทั้งดอก  ดอกและก้านมีความสูงรวม ๔๕ เซนติเมตร เมื่อปลูกเป็นทุ่งจะเห็นดอกเป็นสีเหลืองสดใสดุจคลื่นมหาชนที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองมาแสดงความจงรักภักดีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี อันเป็นแรงบันดาลใจให้นายกล้าส ดูไดค์ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้นามดอกทิวลิปสายพันธุ์นี้ว่า  ทิวลิปคิงภูมิพล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

          ปัจจุบันหน่วยงานวิจัยของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ได้นำทิวลิปคิงภูมิพลมาทดลองปลูก ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจและคาดว่าจะขยายพันธุ์ต่อไปได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พาทีสร้างสรรค์ (๑ เมษายน ๒๕๕๗)

พาทีสร้างสรรค์

          พาทีสร้างสรรค์ ประกอบด้วยคำว่า พาที หมายถึง การพูด คำพูด หรือถ้อยคำ กับคำว่า สร้างสรรค์ หมายถึง สร้างให้มีขึ้น ให้เป็นขึ้น และมีลักษณะริเริ่มในทางที่ดี เช่น เขาเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ จึงพยายามจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสรรค์ความสุขความเจริญให้แก่สังคม

          พาทีสร้างสรรค์ เป็นคำที่ใช้เรียกการพูดเป็นคณะที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างการพูดสุนทรพจน์และการโต้วาที โดยแบ่งผู้พูดออกเป็น ๒ ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายสร้าง และฝ่ายสรรค์ เป็นการพูดที่เน้นเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ ใช้ถ้อยคำที่ดีงาม ไพเราะสละสลวยคมคาย ชัดเจน ถูกต้องและมีเหตุผล สามารถโน้มน้าวให้ผู้ฟังคล้อยตาม กระตุ้นให้เกิดความมั่นใจ หรือยินดีที่จะให้ความร่วมมือและให้ความรู้สึกที่มีความสุขทั้งผู้พูดและผู้ฟัง มีการแข่งขันพาทีสร้างสรรค์ระดับประเทศในโครงการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

พระอุบลวรรณาเถรี (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

พระอุบลวรรณาเถรี

          พระอุบลวรรณาเถรี เป็นอัครสาวิกาฝ่ายซ้ายของพระพุทธเจ้า กำเนิดในตระกูลเศรษฐี ในเมืองสาวัตถี ได้ชื่อว่าอุบลวรรณา เพราะมีผิวพรรณดังดอกบัว นางมีความงามมากจนเป็นที่หมายปองของชายทั่วทั้งชมพูทวีป  พระราชาและมหาเศรษฐีต่างก็ส่งเครื่องบรรณาการมาสู่ขอ  เศรษฐีผู้บิดารู้สึกลำบากใจที่จะรักษาน้ำใจของคนทั้งหมดไว้จึงคิดอุบายให้ธิดาบวช แต่นางกลับมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง  พอบวชได้ไม่นาน ได้ไปทำความสะอาดพระอุโบสถ ขณะจุดประทีปได้เพ่งดูเปลวประทีปแล้วถือเอาเป็นนิมิต ได้บรรลุพระอรหัตผลในเวลานั้น

          พระอุบลวรรณาเถรี เป็นผู้ชำนาญในการแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ เช่น วันที่พระบรมศาสดาทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์ (ยะ- มก-ปา-ติ- หาน) พระเถรีก็กราบทูลอาสาขอแสดงฤทธิ์เพื่อต่อสู้กับพวกเดียรถีย์แทนพระพุทธองค์ด้วย พระอุบลวรรณาเถรีได้รับยกย่องจากพระบรมศาสดาว่าเป็นเอตทัคคะ เลิศกว่าภิกษุณีทั้งหลายในฝ่ายผู้มีฤทธิ์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อยุธยา (๓) (๒๓ เมษายน ๒๕๕๗)

อยุธยา (๓)

          อยุธยา มี ๒ ความหมาย เดิมหมายถึง “กรุงเก่า” คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน  อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นราชธานีแห่งใหม่ที่ถือว่าเป็นกรุงเก่ามาถือกำเนิดใหม่บนรากฐานของมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปวิทยาการเดิมของอยุธยา ดังที่นายนรินทร์ธิเบศร (อิน) พรรณนากรุงรัตนโกสินทร์ไว้ในนิราศนรินทร์ว่า

                       “อยุธยายศล่มแล้ว              ลอยสวรรค์  ลงฤๅ 
                    สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร-      เจิดหล้า 
                    บุญเพรงพระหากสรรค์         ศาสน์รุ่ง  เรืองแฮ 
                    บังอบายเบิกฟ้า                      ฝึกฟื้นใจเมือง”

ถอดความได้ว่า อยุธยาเดิมซึ่งเป็นเมืองอันสง่างามได้ล่มไปแล้ว แต่ได้ลอยจากสวรรค์มาบังเกิดใหม่เป็นกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชวังแลวัดวาอารามจึงได้งดงามบรรเจิดปรากฏแก่โลก ที่เป็นดังนี้เพราะบุญกุศลที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงบำเพ็ญมา ทรงยังให้พระศาสนาเจริญรุ่งเรือง ปิดบังหนทางสู่อบายภูมิ เปิดหนทางสู่สวรรค์ แลฟื้นฟูจิตใจของชาวเมืองขึ้นมาได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อยุธยา (๒) (๒๒ เมษายน ๒๕๕๗)

อยุธยา (๒)

          อยุธยา มาจากชื่อเมืองของพระรามว่า อโยธยา แปลว่า (เมืองที่ศัตรู)ไม่อาจรบชนะได้ อยุธยา เป็นชื่อกรุงและอาณาจักรเก่าของคนไทยต่อจากอาณาจักรสุโขทัย มักเรียกกันว่า กรุงศรีอยุธยา เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเป็นครั้งที่ ๒ บ้านเมืองถูกเผาไหม้จนหมดสิ้น แต่กรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนาก็ได้สืบมรดกความรุ่งเรืองต่อมา จนได้ชื่อว่าเป็นอยุธยาแห่งใหม่ และกรุงศรีอยุธยาเดิมเรียกว่า กรุงเก่า.  ความคิดเรื่องกรุงรัตนโกสินทร์เป็นกรุงศรีอยุธยาแห่งใหม่ปรากฏอย่างชัดเจนในชื่อเต็มของกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งมีคำว่า อยุธยา อยู่ในชื่อด้วย ในพระราชพงศาวดารฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (อ่านว่า ทิ-พา-กอ-ระ- วง) (ขำ บุนนาค) ก็มีคำว่า ศรีอยุธยา ในชื่อเต็มของกรุงรัตนโกสินทร์ ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรทวารวดี ศรีอยุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมพระราชนิเวศน์มหาสถาน”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.