บอกศาลา (๒๐ กันยายน ๒๕๕๐)

บอกศาลา

          บอกศาลา เป็นสำนวน เดิมมีความหมายว่า ตัดขาดจากการเป็นพ่อลูก แม่ลูก หรือเป็นญาติพี่น้องกัน ไม่นับว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันอีกต่อไป

          คำ บอกศาลา มีอยู่ในกฎหมายตราสามดวง หมายถึง บอกลูกขุน ณ ศาลา ซึ่งหมายถึงคณะข้าราชการชั้นสูงฝ่ายธุรการให้รับทราบไว้ว่าจะไม่รับผิดชอบ ไม่รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับลูกหรือญาติที่ประพฤติเป็นโจรอีกต่อไป

          ปัจจุบัน บอกศาลา ใช้เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า ตัดขาด เลิกสนใจ เลิกเกี่ยวข้อง ใช้กับคนหรือสิ่งอื่นก็ได้ เช่น ฉันขอบอกศาลากับแม่คนนี้ ไม่นับเป็นเพื่อนกันอีกต่อไป เพราะเขาทำความเดือดร้อนให้ฉันมากเหลือเกิน. งานนี้ฉันขอบอกศาลา ไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สารานุกรม (๓๐ กันยายน ๒๕๕๐)

สารานุกรม

          สารานุกรม มาจากคำว่า สาร (อ่านว่า สาระ) แปลว่า เรื่องราว เนื้อหา   กับคำว่า อนุกรม แปลว่า ลำดับ  คำว่า สารานุกรม ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า encyclopaedia (อ่านว่า เอ็น-ไซ-โคฺล-พี-เดีย)

          สารานุกรม คือ หนังสือที่รวบรวมความรู้ และจัดเรียงคำตามลำดับอักษร หรืออาจใช้วิธีอื่นใดที่จะค้นหาได้สะดวกรวดเร็ว มีคำอธิบายเรื่องราวนั้น ๆ ค่อนข้างละเอียด

          สารานุกรมอาจเป็นเรื่องเฉพาะสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง เช่น สารานุกรมดนตรี. สารานุกรมประวัติศาสตร์ไทย. หรืออาจรวบรวมเรื่องราวเฉพาะถิ่น เช่น สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้. หรือรวมทุก ๆ เรื่อง เช่น สารานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไม่ดูตาม้าตาเรือ (๑๙ กันยายน ๒๕๕๐)

ไม่ดูตาม้าตาเรือ

          ตา คือ ตาตารางบนกระดานหมากรุก มี ๖๔ ตา    ม้า และ เรือ เป็นตัวหมากรุก  ม้าเป็นตัวหมากรุกที่เดินหักมุมไปสามตา ส่วนเรือเป็นตัวหมากรุกที่เดินตามยาวได้ตลอดกระดาน ทั้งม้าและเรือมีลักษณะการเดินเป็นพิเศษ ทำให้ระวังยาก

          ไม่ดูตาม้าตาเรือ คือ ไม่ระมัดระวัง ไม่ดูตาที่ม้าหรือเรือของอีกฝ่ายหนึ่งจะเดินมาได้ อาจจะต้องถูกม้าหรือเรือกิน ทำให้เสียตัวหมากรุกไป

          เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวน  ไม่ดูตาม้าตาเรือ หมายความว่า สะเพร่า ไม่ระมัดระวัง เช่น เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเตะถังใส่น้ำ น้ำกระฉอกเลอะพื้นหมดแล้ว. เขาเดินตรงไปหาเพื่อนที่อยู่มุมห้อง โดยไม่ดูตาม้าตาเรือว่าเพื่อนกำลังพูดอยู่กับใคร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร

          ปริญญาบัตร (อ่านว่า ปะ-ริน-ยา-บัด) กับ ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด) ใช้แตกต่างกัน

          ในทางการศึกษา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ จะได้รับเอกสารแสดงการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา ถ้าเป็นระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก เรียกเอกสารนั้นว่า ปริญญาบัตร. ถ้าเป็นระดับประโยคประถมศึกษา มัธยมศึกษา  สายวิชาชีพ หรือหลักสูตรอื่นที่เนื้อหาวิชามีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับรอง เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างเสริมสวย เรียกเอกสารนั้นว่า ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด). การศึกษาเหนือระดับปริญญาตรีแต่ต่ำกว่าปริญญาโท เรียกว่า ประกาศนียบัตรบัณฑิต (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด-บัน-ดิด) เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านการแปล.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด (๒ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด

          ของต้องห้าม และ ของต้องกำกัด เป็นคำที่มีอยู่ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

          ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอย่างเด็ดขาด. ผู้ใดนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออก จะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรด้วย. ตัวอย่างของต้องห้าม เช่น ยาเสพติด. วัตถุลามกประเภทต่าง ๆ.

          ของต้องกำกัด หมายถึง ของที่จะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามกฎหมาย หากจะนำเข้า ส่งออก หรือผ่านราชอาณาจักร. ตัวอย่างของต้องกำกัด เช่น ยา. เชื้อโรคและพิษสัตว์. เงินตราไทยและเงินตราต่างประเทศ. เครื่องชั่งตวงวัด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เงาะถอดรูป (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เงาะถอดรูป

          เงาะถอดรูป เป็นสำนวน หมายความว่า เปลี่ยนแปลงเป็นคนสวยงามขึ้นในทันใด.

          สำนวนนี้ได้มาจากเรื่องสังข์ทอง ซึ่งเป็นชาดกเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดก (อ่านว่า ปัน-ยาด-สะ-ชา-ดก) มีชื่อว่า สุวรรณสังข์ชาดก (อ่านว่า สุ-วัน-นะ-สัง-ชา-ดก).  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงนำมาแต่งเป็นบทละครนอก มีชื่อว่า สังข์ทอง.  ตัวเอกของเรื่องชุบตัวเป็นทองแล้วเอารูปเงาะหน้าตาน่าเกลียดสวมทับไว้  เมื่อถอดรูปเงาะออกก็เห็นรูปงามภายใน

          คำว่า เงาะถอดรูป จึงนำมาใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบคนที่เดิมดูไม่สวย แต่เมื่อมาแต่งตัวแล้วก็สวยขึ้นในทันทีว่าเหมือน เงาะถอดรูป

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.