ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร

          ปริญญาบัตร (อ่านว่า ปะ-ริน-ยา-บัด) กับ ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด) ใช้แตกต่างกัน

          ในทางการศึกษา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ จะได้รับเอกสารแสดงการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา ถ้าเป็นระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก เรียกเอกสารนั้นว่า ปริญญาบัตร. ถ้าเป็นระดับประโยคประถมศึกษา มัธยมศึกษา  สายวิชาชีพ หรือหลักสูตรอื่นที่เนื้อหาวิชามีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับรอง เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างเสริมสวย เรียกเอกสารนั้นว่า ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด). การศึกษาเหนือระดับปริญญาตรีแต่ต่ำกว่าปริญญาโท เรียกว่า ประกาศนียบัตรบัณฑิต (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด-บัน-ดิด) เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านการแปล.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด (๒ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด

          ของต้องห้าม และ ของต้องกำกัด เป็นคำที่มีอยู่ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

          ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอย่างเด็ดขาด. ผู้ใดนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออก จะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรด้วย. ตัวอย่างของต้องห้าม เช่น ยาเสพติด. วัตถุลามกประเภทต่าง ๆ.

          ของต้องกำกัด หมายถึง ของที่จะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามกฎหมาย หากจะนำเข้า ส่งออก หรือผ่านราชอาณาจักร. ตัวอย่างของต้องกำกัด เช่น ยา. เชื้อโรคและพิษสัตว์. เงินตราไทยและเงินตราต่างประเทศ. เครื่องชั่งตวงวัด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เงาะถอดรูป (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เงาะถอดรูป

          เงาะถอดรูป เป็นสำนวน หมายความว่า เปลี่ยนแปลงเป็นคนสวยงามขึ้นในทันใด.

          สำนวนนี้ได้มาจากเรื่องสังข์ทอง ซึ่งเป็นชาดกเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดก (อ่านว่า ปัน-ยาด-สะ-ชา-ดก) มีชื่อว่า สุวรรณสังข์ชาดก (อ่านว่า สุ-วัน-นะ-สัง-ชา-ดก).  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงนำมาแต่งเป็นบทละครนอก มีชื่อว่า สังข์ทอง.  ตัวเอกของเรื่องชุบตัวเป็นทองแล้วเอารูปเงาะหน้าตาน่าเกลียดสวมทับไว้  เมื่อถอดรูปเงาะออกก็เห็นรูปงามภายใน

          คำว่า เงาะถอดรูป จึงนำมาใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบคนที่เดิมดูไม่สวย แต่เมื่อมาแต่งตัวแล้วก็สวยขึ้นในทันทีว่าเหมือน เงาะถอดรูป

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระราชทาน (๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐)

พระราชทาน

         พระราชทาน เป็นคำราชาศัพท์ แปลว่า การให้ของพระราชา ใช้หมายถึงกริยา ให้ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินหรือพระราชวงศ์ชั้นสูงให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแก่ผู้อื่น สิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งของ เช่น พระราชทานบ้าน. อาจเป็นเงิน เช่น พระราชทานทุนการศึกษา  พระราชทานทรัพย์ช่วยผู้ประสบภัย. สิ่งที่ให้เป็นยศถาบรรดาศักดิ์ เช่น พระราชทานยศนายพล พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์. สิ่งที่ให้เป็นนามธรรม เช่น พระราชทานพระเมตตา. เป็นสิ่งประดิษฐ์ เช่น พระราชทานกังหันชัยพัฒนา.

          คำว่า พระราชทาน เป็นคำราชาศัพท์แล้ว จึงไม่ต้องเติมคำว่า ทรง ข้างหน้า. ใช้ว่า พระราชทาน เท่านั้น ไม่ใช่ ทรงพระราชทาน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระในบ้าน (๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

พระในบ้าน

          พระในบ้าน เป็นสำนวน หมายถึง ผู้ที่ควรเคารพยกย่องเสมือนเป็นพระภิกษุผู้ประเสริฐ คือ บิดามารดาที่อยู่ในบ้านนั่นเอง. ทั้งนี้เพราะบิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่แรกเกิดให้มีชีวิตรอด เลี้ยงดูให้เจริญเติบโต อบรมให้เป็นคนดี มีความประพฤติดี ซึ่งจะทำให้เป็นคนดีของสังคมต่อไปในอนาคต   ทั้งยังบำรุงด้วยการให้ศึกษาเล่าเรียนและให้มีความรู้เพื่อเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต. 

          บุตรที่ดีจึงต้องกตัญญู เคารพ นอบน้อม เชื่อฟัง ไม่กล่าวร้ายต่อบิดามารดา และประพฤติตนเป็นคนดี

          การเลี้ยงดูบิดามารดาทำให้ได้บุญเสมือนทำบุญกับพระ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เทียว (๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เทียว

          คำว่า เทียว หมายความว่าไปหรือมาบ่อย ๆ.  คำนี้มักใช้ซ้อนกับคำว่า ไป หรือ มา เช่น เขาเทียวไปรับไปส่งลูก. เขาเทียวมาเยี่ยมฉันเกือบทุกวัน. คุณค้างที่นี่เถอะ จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา.

         คำว่า เทียว อาจจะใช้กับคำภาษาจีนแต้จิ๋ว ว่า ไล้ และ ขื่อ เป็น เทียวไล้เทียวขื่อ หมายถึง เทียวไปเทียวมา เช่น หนุ่มคนนั้นเทียวไล้เทียวขื่อบ้านนี้ จนได้แต่งงานกับลูกสาวคนสวย. เขาต้องเทียวไล้เทียวขื่อไปดักรอลูกหนี้อยู่หลายวัน กว่าจะได้พบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.