ไม้ประดับ (๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ไม้ประดับ

          ไม้ประดับ เป็นสำนวนเปรียบเทียบ ผู้ที่ไม่มีความสำคัญ ผู้ที่ไปเสริมบารมีผู้อื่น หรือไปประกอบฉากให้ผู้อื่นเด่นขึ้น

          ไม้ หมายถึง ต้นไม้ไม้ประดับ คือ ต้นไม้ที่ใช้ประดับตกแต่งสถานที่ ทางเดิน หรือส่วนต่าง ๆ ของห้องให้ดูงดงาม แต่ตนเองไม่มีความสำคัญใด ๆ เช่น งานนี้เราไปก็เป็นเพียงไม้ประดับ ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้. นอกจากนี้ ไม้ประดับ ยังใช้หมายถึง สิ่งที่ใช้ประโยชน์โดยตรงไม่ได้ สิ่งที่มีไว้ดูเล่น เช่น ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาพวกนี้ฉันไม่ได้ชอบมันหร็อก  ตั้งเป็นไม้ประดับไว้พอไม่ให้บ้านโล่งเกินไปเท่านั้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร

          ปริญญาบัตร (อ่านว่า ปะ-ริน-ยา-บัด) กับ ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด) ใช้แตกต่างกัน

          ในทางการศึกษา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ จะได้รับเอกสารแสดงการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา ถ้าเป็นระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก เรียกเอกสารนั้นว่า ปริญญาบัตร. ถ้าเป็นระดับประโยคประถมศึกษา มัธยมศึกษา  สายวิชาชีพ หรือหลักสูตรอื่นที่เนื้อหาวิชามีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับรอง เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างเสริมสวย เรียกเอกสารนั้นว่า ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด). การศึกษาเหนือระดับปริญญาตรีแต่ต่ำกว่าปริญญาโท เรียกว่า ประกาศนียบัตรบัณฑิต (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด-บัน-ดิด) เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านการแปล.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด (๒ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด

          ของต้องห้าม และ ของต้องกำกัด เป็นคำที่มีอยู่ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

          ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอย่างเด็ดขาด. ผู้ใดนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออก จะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรด้วย. ตัวอย่างของต้องห้าม เช่น ยาเสพติด. วัตถุลามกประเภทต่าง ๆ.

          ของต้องกำกัด หมายถึง ของที่จะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามกฎหมาย หากจะนำเข้า ส่งออก หรือผ่านราชอาณาจักร. ตัวอย่างของต้องกำกัด เช่น ยา. เชื้อโรคและพิษสัตว์. เงินตราไทยและเงินตราต่างประเทศ. เครื่องชั่งตวงวัด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เงาะถอดรูป (๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เงาะถอดรูป

          เงาะถอดรูป เป็นสำนวน หมายความว่า เปลี่ยนแปลงเป็นคนสวยงามขึ้นในทันใด.

          สำนวนนี้ได้มาจากเรื่องสังข์ทอง ซึ่งเป็นชาดกเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดก (อ่านว่า ปัน-ยาด-สะ-ชา-ดก) มีชื่อว่า สุวรรณสังข์ชาดก (อ่านว่า สุ-วัน-นะ-สัง-ชา-ดก).  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงนำมาแต่งเป็นบทละครนอก มีชื่อว่า สังข์ทอง.  ตัวเอกของเรื่องชุบตัวเป็นทองแล้วเอารูปเงาะหน้าตาน่าเกลียดสวมทับไว้  เมื่อถอดรูปเงาะออกก็เห็นรูปงามภายใน

          คำว่า เงาะถอดรูป จึงนำมาใช้เป็นสำนวนเปรียบเทียบคนที่เดิมดูไม่สวย แต่เมื่อมาแต่งตัวแล้วก็สวยขึ้นในทันทีว่าเหมือน เงาะถอดรูป

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระราชทาน (๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐)

พระราชทาน

         พระราชทาน เป็นคำราชาศัพท์ แปลว่า การให้ของพระราชา ใช้หมายถึงกริยา ให้ เมื่อพระเจ้าแผ่นดินหรือพระราชวงศ์ชั้นสูงให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแก่ผู้อื่น สิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งของ เช่น พระราชทานบ้าน. อาจเป็นเงิน เช่น พระราชทานทุนการศึกษา  พระราชทานทรัพย์ช่วยผู้ประสบภัย. สิ่งที่ให้เป็นยศถาบรรดาศักดิ์ เช่น พระราชทานยศนายพล พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์. สิ่งที่ให้เป็นนามธรรม เช่น พระราชทานพระเมตตา. เป็นสิ่งประดิษฐ์ เช่น พระราชทานกังหันชัยพัฒนา.

          คำว่า พระราชทาน เป็นคำราชาศัพท์แล้ว จึงไม่ต้องเติมคำว่า ทรง ข้างหน้า. ใช้ว่า พระราชทาน เท่านั้น ไม่ใช่ ทรงพระราชทาน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระในบ้าน (๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

พระในบ้าน

          พระในบ้าน เป็นสำนวน หมายถึง ผู้ที่ควรเคารพยกย่องเสมือนเป็นพระภิกษุผู้ประเสริฐ คือ บิดามารดาที่อยู่ในบ้านนั่นเอง. ทั้งนี้เพราะบิดามารดาเป็นผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่แรกเกิดให้มีชีวิตรอด เลี้ยงดูให้เจริญเติบโต อบรมให้เป็นคนดี มีความประพฤติดี ซึ่งจะทำให้เป็นคนดีของสังคมต่อไปในอนาคต   ทั้งยังบำรุงด้วยการให้ศึกษาเล่าเรียนและให้มีความรู้เพื่อเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต. 

          บุตรที่ดีจึงต้องกตัญญู เคารพ นอบน้อม เชื่อฟัง ไม่กล่าวร้ายต่อบิดามารดา และประพฤติตนเป็นคนดี

          การเลี้ยงดูบิดามารดาทำให้ได้บุญเสมือนทำบุญกับพระ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.