ชิด-ประชิด (๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ชิด-ประชิด

          คำว่า ชิด หมายถึง ใกล้จวนติด หรือเข้าไปใกล้จนจวนติด เช่น เขานั่งชิดกัน.  คุณช่วยชิดเข้าไปอีกหน่อย.

          เมื่อมี ประ อยู่หน้า ชิด เป็น ประชิด  ความหมายแคบเข้าเล็กน้อย คือ หมายถึงอาการที่เคลื่อนเข้าชิด มักด้วยเจตนาร้าย เช่น ผู้ร้ายเข้าประชิดตัวแล้วเอาปืนจี้. ข้าศึกเข้าประชิดพระนคร. หรือหมายถึง สภาพที่อยู่ชิดหลังจากที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ เช่น กองกำลังข้าศึกตั้งทัพอยู่ประชิดพระนคร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สาแหรก (๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐)

สาแหรก

          คำว่า สาแหรก ใช้หมายถึงเครื่องหาบของต่าง ๆ ทำด้วยหวายเป็น ๔ สาย ตอนบนรวบเข้าทำเป็นหูสำหรับสอดไม้คาน  ตอนล่างขัดเป็นสี่เหลี่ยมสำหรับวางกระจาดเป็นต้น เช่น ในสาแหรกข้างหนึ่งมีอาหารคาว อีกข้างหนึ่งมีอาหารหวาน. สาแหรกอาจปรากฏในสำนวน ใส่สาแหรกแขวนไว้ หมายถึงเลี้ยงดูอย่างพะเน้าพะนอไม่ต้องให้ทำอะไร

          นอกจากนั้น สาแหรกยังมีความหมายโดยปริยายว่า ลักษณะลายเส้นที่ลากลงมาหรือพาดขวางตัดกัน เช่น ชมพู่พันธุ์หนึ่ง ผลใหญ่สีชมพู มีลายสีแดงเข้มเป็นเส้น ๆ ตามยาว เรียกว่า ชมพู่สาแหรก. แสงสะท้อนที่เป็นเส้นตัดกันในเม็ดพลอยทับทิม ก็เรียกว่า สาแหรก เช่น ทับทิมเม็ดนี้มีสาแหรกสวยมาก.

          คำว่า สาแหรก อาจมาจากคำเขมร สงฺแรก (อ่านว่า ซอง-แรก) ซึ่งหมายถึง เครื่องหาบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.


 

น้ำท่วมหลังเป็ด (๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

น้ำท่วมหลังเป็ด

          น้ำท่วมหลังเป็ด เป็นสำนวน ใช้เปรียบเทียบว่า ไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ เช่น ถ้าจะให้ฉันไปประกวดนางงามน่ะหรือ ไว้น้ำท่วมหลังเป็ดเสียก่อนเถอะ.

          เป็ดเป็นสัตว์ที่มีตีนแบน ระหว่างนิ้วมีพังผืดยึดติดกันทำให้ว่ายน้ำได้ดี  เป็ดจะปักหัวลงในน้ำเพื่อหาอาหารในที่น้ำตื้น ๆ แต่ตัวเป็ดจะไม่จมลงในน้ำ เพราะขนเป็ดเป็นมัน ไม่เปียกน้ำ จึงกล่าวว่าน้ำไม่มีโอกาสท่วมหลังเป็ด และนำมาใช้เป็นสำนวน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สีกากี (๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

สีกากี

          สีกากี หมายถึง สีน้ำตาลอ่อน หรือ สีน้ำตาลปนเหลือง 

          คำว่า กากี ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษว่า khaki (อ่านว่า คา-คี) เขียน k-h-a-k-i  ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาเปอร์เซีย หมายถึง ฝุ่น หรือสีเหมือนฝุ่น คือ สีน้ำตาลอ่อน หรือ สีน้ำตาลปนเหลือง คล้ายสีของแกลบหรือฟาง เช่น เครื่องแบบของข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารเรือ และลูกเสือสามัญเป็นสีกากี

          คำว่า สีกากี มีความหมายโดยปริยาย หมายถึง ตำรวจ เช่น วงการสีกากี คือ วงการตำรวจ. เครื่องแบบสีกากี คือ เครื่องแบบตำรวจ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เสือนอนกิน (๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เสือนอนกิน

          เสือนอนกิน เป็นสำนวนหมายถึง ได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงมือทำงาน ไม่ต้องลงทุนในกิจการใดกิจการหนึ่ง หรือลงมือทำงาน หรือลงทุนแต่เพียงเล็กน้อย แต่มีส่วนได้หรือมีรายได้ในกิจการนั้น ๆ มาก เช่น ร้านขายหนังสือส่วนใหญ่เป็นเสือนอนกิน ขายได้ก็มีกำไร ขายไม่ได้ก็คืนหนังสือไป ไม่เสียหายอะไร

          ที่มาของสำนวนนี้มาจาก เสือ ปรกติเสือตัวเมียจะออกล่าเหยื่อ เมื่อได้อาหารจะนำมาให้เสือตัวผู้กิน เสือตัวผู้จึงนอนกินอย่างสบายโดยไม่ต้องออกแรง  คนที่ได้ประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงจึงเปรียบได้กับเสือนอนกิน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไม้ประดับ (๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ไม้ประดับ

          ไม้ประดับ เป็นสำนวนเปรียบเทียบ ผู้ที่ไม่มีความสำคัญ ผู้ที่ไปเสริมบารมีผู้อื่น หรือไปประกอบฉากให้ผู้อื่นเด่นขึ้น

          ไม้ หมายถึง ต้นไม้ไม้ประดับ คือ ต้นไม้ที่ใช้ประดับตกแต่งสถานที่ ทางเดิน หรือส่วนต่าง ๆ ของห้องให้ดูงดงาม แต่ตนเองไม่มีความสำคัญใด ๆ เช่น งานนี้เราไปก็เป็นเพียงไม้ประดับ ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้. นอกจากนี้ ไม้ประดับ ยังใช้หมายถึง สิ่งที่ใช้ประโยชน์โดยตรงไม่ได้ สิ่งที่มีไว้ดูเล่น เช่น ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาพวกนี้ฉันไม่ได้ชอบมันหร็อก  ตั้งเป็นไม้ประดับไว้พอไม่ให้บ้านโล่งเกินไปเท่านั้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร

          ปริญญาบัตร (อ่านว่า ปะ-ริน-ยา-บัด) กับ ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด) ใช้แตกต่างกัน

          ในทางการศึกษา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ จะได้รับเอกสารแสดงการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา ถ้าเป็นระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก เรียกเอกสารนั้นว่า ปริญญาบัตร. ถ้าเป็นระดับประโยคประถมศึกษา มัธยมศึกษา  สายวิชาชีพ หรือหลักสูตรอื่นที่เนื้อหาวิชามีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับรอง เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างเสริมสวย เรียกเอกสารนั้นว่า ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด). การศึกษาเหนือระดับปริญญาตรีแต่ต่ำกว่าปริญญาโท เรียกว่า ประกาศนียบัตรบัณฑิต (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด-บัน-ดิด) เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านการแปล.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.