เทียว (๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เทียว

          คำว่า เทียว หมายความว่าไปหรือมาบ่อย ๆ.  คำนี้มักใช้ซ้อนกับคำว่า ไป หรือ มา เช่น เขาเทียวไปรับไปส่งลูก. เขาเทียวมาเยี่ยมฉันเกือบทุกวัน. คุณค้างที่นี่เถอะ จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา.

         คำว่า เทียว อาจจะใช้กับคำภาษาจีนแต้จิ๋ว ว่า ไล้ และ ขื่อ เป็น เทียวไล้เทียวขื่อ หมายถึง เทียวไปเทียวมา เช่น หนุ่มคนนั้นเทียวไล้เทียวขื่อบ้านนี้ จนได้แต่งงานกับลูกสาวคนสวย. เขาต้องเทียวไล้เทียวขื่อไปดักรอลูกหนี้อยู่หลายวัน กว่าจะได้พบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปฏิสนธิ (๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ปฏิสนธิ

          ปฏิสนธิ มาจากคำว่า ปฏิ กับ สนธิ.   ปฏิ เป็นอุปสรรค แปลว่า เฉพาะ.  สนธิ แปลว่า รวม.  ปฏิสนธิ แปลว่า การรวมเฉพาะ หรือ การสืบต่อ การสืบเนื่อง.   หมายถึง การถือกำเนิด การเกิดขึ้นในครรภ์ การถือกำเนิดในร่างใหม่ของจิต.   การที่หญิงมีท้อง เรียกว่า มีผู้มาปฏิสนธิในครรภ์ของหญิงนั้น เช่น พระเวสสันดรมาปฏิสนธิในครรภ์ของพระนางผุสสดี (อ่านว่า ผุด-สะ-ดี)

          ในทางชีววิทยา เราใช้คำว่า การปฏิสนธิ แทนคำภาษาอังกฤษว่า fertilisation fertilization (อ่านว่า เฟอร์-ติ-ไล้-เซ-ชั่น) ซึ่งมีความหมายว่า การรวมของเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้กับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียก่อนที่จะแบ่งตัวเจริญไปเป็นตัวอ่อน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หัวกระไดไม่แห้ง (๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

หัวกระไดไม่แห้ง

          หัวกระไดไม่แห้ง เป็นสำนวน มีความหมายว่า มีแขกมาเยี่ยมอยู่เสมอ ๆ

          ในสมัยโบราณนิยมวางตุ่มน้ำไว้ข้างบันไดเรือน สำหรับใช้ล้างเท้าก่อนขึ้นเรือน  เมื่อมีแขกมาเยี่ยมมาก ๆ น้ำที่ติดเท้าแขกขึ้นไปทำให้มีรอยเปียกไปถึงหัวกระได หรือหัวบันได จึงใช้เป็นสำนวนว่า หัวกระไดไม่แห้ง หรือบางคนก็พูดว่า หัวบันไดไม่แห้ง

          สำนวนนี้นิยมใช้ในภาษาพูด มักใช้ในกรณีที่เจ้าของบ้านมีลูกสาวสวยหรือหลานสาวสวย จนเป็นเหตุให้มีชายหนุ่มมาหมายปองและมาเยี่ยมเยียนอยู่ตลอดเวลา เช่น มีลูกสาวสวยอย่างนี้ แขกก็เลยมาเยี่ยมเยียนหัวกระไดไม่แห้งน่ะสิ. หรืออาจใช้ในกรณีที่เจ้าของบ้านเป็นผู้มีอำนาจวาสนา มีผู้มาขอพบอยู่เสมอ ๆ เช่น ตั้งแต่ได้เป็นใหญ่เป็นโตก็มีผู้มาขอพบจนหัวกระไดไม่แห้งเลย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สีโอลด์โรส (๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๐)

สีโอลด์โรส

          คำ โอลด์โรส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า old rose.     rose ในที่นี้หมายถึง กุหลาบสีชมพู กุหลาบสีชมพูที่บานมาหลายวันแล้วก็จะมีสีคล้ำขึ้นเป็นสีชมพูคล้ำ ภาษาอังกฤษเรียกว่า old rose แต่ตามความคิดของคนไทย สีโอลด์โรสเป็นสีชมพูอมส้ม บางคนเรียกสีนี้ว่า สีโอโรส  คำว่า โอโรส ในที่นี้ก็คือโอลด์โรส ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ในภาษาอังกฤษนั่นเอง เช่น สีโอลด์โรสนี้เหมาะกับเธอดี ทำให้ดูงามผ่อง. ดอกเยอร์บีราสีโอลด์โรสดอกนี้สวยเหลือเกิน.

          คำว่า โอลด์โรส ถ้าเป็นคำไทยจะใช้ว่า สีชมพูอมส้ม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุติ (๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

จุติ

          จุติ เป็นคำกริยา แปลว่า เปลี่ยนสภาพจากกำเนิดหนึ่งไปเป็นอีกกำเนิดหนึ่ง ใช้หมายถึงอาการที่เทวดา นางฟ้า เปลี่ยนสภาพ หรือเคลื่อนจากที่เสวยสุขอยู่บนสวรรค์ เมื่อหมดเวลาของการเสวยสุข หมดอายุการเป็นเทวดานางฟ้าแล้ว หรือมีเหตุที่จะต้องลงมาปฏิสนธิในโลกมนุษย์ จะใช้คำว่า จุติ เช่น
พระนางผุสสดี (อ่านว่า ผุด-สะ-ดี) จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตลงมาเกิดเป็นมเหสีพระเจ้ากรุงสญชัย

          คำว่า จุติ เป็นกริยาใช้กับเทวดานางฟ้าที่ลงจากสวรรค์มาเกิดในโลกมนุษย์.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนุญาต (๘ ธันวาคม ๒๕๕๐)

อนุญาต

          อนุญาต เป็นคำกริยา แปลว่า ยินยอม ยอมให้ ตกลง. มาจากคำว่า อนุญฺญฺาต (อ่านว่า อะ-นุน-ยา-ตะ) ในภาษาบาลีซึ่งแปลว่า รู้ตามแล้ว ยอมแล้ว. ในภาษาไทยคำว่า อนุญาต ใช้ในความหมายว่า ยินยอมให้ตามที่ผู้น้อยขอ เป็นคำที่ใช้ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น ครูอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ก่อนเวลาเลิกเรียนเพราะน้ำท่วม. น้องขออนุญาตแม่ไปเที่ยวเขาดิน. เขามีใบอนุญาตให้พกปืนได้.

          คำว่า อนุญาต บางคนสะกดผิดโดยเติม สระอิ ที่ ต ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสับสนกับคำว่า ญาติ ซึ่งหมายถึงผู้ที่อยู่ในวงศ์วานเดียวกันหรือมีเชื้อสายเดียวกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซาบ-ทราบ-ซึมซาบ-ซึมทราบ (๖ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ซาบ-ทราบ-ซึมซาบ-ซึมทราบ

          คำที่ออกเสียงว่า [ซาบ] เขียนได้ ๒ อย่าง คือ พยัญชนะต้นเป็น ซ หรือ ทร

          คำว่า [ซาบ] ที่พยัญชนะต้นเป็น ซ โซ่ หมายความว่า ซ่านกระจายไปทั่ว. เมื่อใช้ร่วมกับคำว่า ซึม เป็น ซึมซาบ หมายความว่า เอิบอาบเข้าไปทั่วถึง เช่น น้ำไหลซึมซาบลงไปในดิน.  เราควรสอนให้วัฒนธรรมไทยซึมซาบเข้าไปในจิตวิญญาณของเยาวชนไทย.

          ส่วนคำว่า [ทราบ] ที่พยัญชนะต้นเป็น ทร หมายความว่า รู้. เมื่อใช้ร่วมกับคำว่า ซึม เป็น ซึมทราบ หมายความว่า รู้หรือเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้ง เช่น เขาอ่านทบทวนบทเรียนจนเข้าใจซึมทราบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.