สีกากี (๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

สีกากี

          สีกากี หมายถึง สีน้ำตาลอ่อน หรือ สีน้ำตาลปนเหลือง 

          คำว่า กากี ยืมมาจากคำภาษาอังกฤษว่า khaki (อ่านว่า คา-คี) เขียน k-h-a-k-i  ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาเปอร์เซีย หมายถึง ฝุ่น หรือสีเหมือนฝุ่น คือ สีน้ำตาลอ่อน หรือ สีน้ำตาลปนเหลือง คล้ายสีของแกลบหรือฟาง เช่น เครื่องแบบของข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารเรือ และลูกเสือสามัญเป็นสีกากี

          คำว่า สีกากี มีความหมายโดยปริยาย หมายถึง ตำรวจ เช่น วงการสีกากี คือ วงการตำรวจ. เครื่องแบบสีกากี คือ เครื่องแบบตำรวจ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เสือนอนกิน (๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

เสือนอนกิน

          เสือนอนกิน เป็นสำนวนหมายถึง ได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงมือทำงาน ไม่ต้องลงทุนในกิจการใดกิจการหนึ่ง หรือลงมือทำงาน หรือลงทุนแต่เพียงเล็กน้อย แต่มีส่วนได้หรือมีรายได้ในกิจการนั้น ๆ มาก เช่น ร้านขายหนังสือส่วนใหญ่เป็นเสือนอนกิน ขายได้ก็มีกำไร ขายไม่ได้ก็คืนหนังสือไป ไม่เสียหายอะไร

          ที่มาของสำนวนนี้มาจาก เสือ ปรกติเสือตัวเมียจะออกล่าเหยื่อ เมื่อได้อาหารจะนำมาให้เสือตัวผู้กิน เสือตัวผู้จึงนอนกินอย่างสบายโดยไม่ต้องออกแรง  คนที่ได้ประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงจึงเปรียบได้กับเสือนอนกิน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ไม้ประดับ (๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ไม้ประดับ

          ไม้ประดับ เป็นสำนวนเปรียบเทียบ ผู้ที่ไม่มีความสำคัญ ผู้ที่ไปเสริมบารมีผู้อื่น หรือไปประกอบฉากให้ผู้อื่นเด่นขึ้น

          ไม้ หมายถึง ต้นไม้ไม้ประดับ คือ ต้นไม้ที่ใช้ประดับตกแต่งสถานที่ ทางเดิน หรือส่วนต่าง ๆ ของห้องให้ดูงดงาม แต่ตนเองไม่มีความสำคัญใด ๆ เช่น งานนี้เราไปก็เป็นเพียงไม้ประดับ ไปก็ได้ไม่ไปก็ได้. นอกจากนี้ ไม้ประดับ ยังใช้หมายถึง สิ่งที่ใช้ประโยชน์โดยตรงไม่ได้ สิ่งที่มีไว้ดูเล่น เช่น ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาพวกนี้ฉันไม่ได้ชอบมันหร็อก  ตั้งเป็นไม้ประดับไว้พอไม่ให้บ้านโล่งเกินไปเท่านั้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐)

ปริญญาบัตร-ประกาศนียบัตร

          ปริญญาบัตร (อ่านว่า ปะ-ริน-ยา-บัด) กับ ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด) ใช้แตกต่างกัน

          ในทางการศึกษา ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับต่าง ๆ จะได้รับเอกสารแสดงการบรรลุความสำเร็จทางการศึกษา ถ้าเป็นระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก เรียกเอกสารนั้นว่า ปริญญาบัตร. ถ้าเป็นระดับประโยคประถมศึกษา มัธยมศึกษา  สายวิชาชีพ หรือหลักสูตรอื่นที่เนื้อหาวิชามีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับรอง เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างเสริมสวย เรียกเอกสารนั้นว่า ประกาศนียบัตร (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด). การศึกษาเหนือระดับปริญญาตรีแต่ต่ำกว่าปริญญาโท เรียกว่า ประกาศนียบัตรบัณฑิต (อ่านว่า ปฺระ-กาด-สะ-นี-ยะ-บัด-บัน-ดิด) เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตด้านการแปล.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด (๒ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ของต้องห้าม-ของต้องกำกัด

          ของต้องห้าม และ ของต้องกำกัด เป็นคำที่มีอยู่ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

          ของต้องห้าม หมายถึง ของที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรอย่างเด็ดขาด. ผู้ใดนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออก จะมีความผิดต้องรับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรด้วย. ตัวอย่างของต้องห้าม เช่น ยาเสพติด. วัตถุลามกประเภทต่าง ๆ.

          ของต้องกำกัด หมายถึง ของที่จะต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามกฎหมาย หากจะนำเข้า ส่งออก หรือผ่านราชอาณาจักร. ตัวอย่างของต้องกำกัด เช่น ยา. เชื้อโรคและพิษสัตว์. เงินตราไทยและเงินตราต่างประเทศ. เครื่องชั่งตวงวัด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนุญาต (๘ ธันวาคม ๒๕๕๐)

อนุญาต

          อนุญาต เป็นคำกริยา แปลว่า ยินยอม ยอมให้ ตกลง. มาจากคำว่า อนุญฺญฺาต (อ่านว่า อะ-นุน-ยา-ตะ) ในภาษาบาลีซึ่งแปลว่า รู้ตามแล้ว ยอมแล้ว. ในภาษาไทยคำว่า อนุญาต ใช้ในความหมายว่า ยินยอมให้ตามที่ผู้น้อยขอ เป็นคำที่ใช้ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น ครูอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านได้ก่อนเวลาเลิกเรียนเพราะน้ำท่วม. น้องขออนุญาตแม่ไปเที่ยวเขาดิน. เขามีใบอนุญาตให้พกปืนได้.

          คำว่า อนุญาต บางคนสะกดผิดโดยเติม สระอิ ที่ ต ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสับสนกับคำว่า ญาติ ซึ่งหมายถึงผู้ที่อยู่ในวงศ์วานเดียวกันหรือมีเชื้อสายเดียวกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซาบ-ทราบ-ซึมซาบ-ซึมทราบ (๖ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ซาบ-ทราบ-ซึมซาบ-ซึมทราบ

          คำที่ออกเสียงว่า [ซาบ] เขียนได้ ๒ อย่าง คือ พยัญชนะต้นเป็น ซ หรือ ทร

          คำว่า [ซาบ] ที่พยัญชนะต้นเป็น ซ โซ่ หมายความว่า ซ่านกระจายไปทั่ว. เมื่อใช้ร่วมกับคำว่า ซึม เป็น ซึมซาบ หมายความว่า เอิบอาบเข้าไปทั่วถึง เช่น น้ำไหลซึมซาบลงไปในดิน.  เราควรสอนให้วัฒนธรรมไทยซึมซาบเข้าไปในจิตวิญญาณของเยาวชนไทย.

          ส่วนคำว่า [ทราบ] ที่พยัญชนะต้นเป็น ทร หมายความว่า รู้. เมื่อใช้ร่วมกับคำว่า ซึม เป็น ซึมทราบ หมายความว่า รู้หรือเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้ง เช่น เขาอ่านทบทวนบทเรียนจนเข้าใจซึมทราบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.