ซาบ-ทราบ-ซึมซาบ-ซึมทราบ (๖ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ซาบ-ทราบ-ซึมซาบ-ซึมทราบ

          คำที่ออกเสียงว่า [ซาบ] เขียนได้ ๒ อย่าง คือ พยัญชนะต้นเป็น ซ หรือ ทร

          คำว่า [ซาบ] ที่พยัญชนะต้นเป็น ซ โซ่ หมายความว่า ซ่านกระจายไปทั่ว. เมื่อใช้ร่วมกับคำว่า ซึม เป็น ซึมซาบ หมายความว่า เอิบอาบเข้าไปทั่วถึง เช่น น้ำไหลซึมซาบลงไปในดิน.  เราควรสอนให้วัฒนธรรมไทยซึมซาบเข้าไปในจิตวิญญาณของเยาวชนไทย.

          ส่วนคำว่า [ทราบ] ที่พยัญชนะต้นเป็น ทร หมายความว่า รู้. เมื่อใช้ร่วมกับคำว่า ซึม เป็น ซึมทราบ หมายความว่า รู้หรือเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้ง เช่น เขาอ่านทบทวนบทเรียนจนเข้าใจซึมทราบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัฒจันทร์ (๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐)

อัฒจันทร์

          อัฒจันทร์ (อ่านว่า อัด-ถะ-จัน) มาจากคำว่า อัฒ (อ่านว่า อัด-ถะ) และ คำว่า จันทร์. อัฒจันทร์ แปลว่า พระจันทร์ครึ่งซีก

          ในภาษาไทย อัฒจันทร์ ใช้เรียกชั้นหรือที่นั่งที่มีลักษณะเหลื่อมกันเป็นชั้น ๆ. อัฒจันทร์ดังกล่าวนี้อาจจะมีลักษณะโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม เช่น อัฒจันทร์ดูกีฬาที่สนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัฒจันทร์ถ่ายรูปของบัณฑิตในวันรับปริญญาบัตร.  หรืออาจจะมีที่นั่งเหลื่อมกันโดยไม่โค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมก็ได้ เช่น อัฒจันทร์ดูกีฬาที่สนามกีฬาแห่งชาติ. บันไดพระตำหนักของเจ้านายที่ใช้เป็นที่เข้าเฝ้าอย่างไม่เป็นทางการในสมัยโบราณก็เรียก อัฒจันทร์  เช่น ได้เฝ้าที่อัฒจันทร์.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จรรยา-จรรยาบรรณ (๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๐)

จรรยา-จรรยาบรรณ

          คำว่า จรรยา กับ จรรยาบรรณ มีความหมายคล้ายกัน คือหมายถึง สิ่งที่ควรประพฤติปฏิบัติในฐานะที่เป็นสมาชิกของหมู่คณะหรือกลุ่มอาชีพ ดังตัวอย่างว่า แพทย์ต้องมีจรรยาแพทย์หรือจรรยาบรรณของแพทย์ เช่น ต้องไม่เปิดเผยความลับของคนไข้. ครูต้องมีจรรยาครูหรือจรรยาบรรณของครู เช่น ต้องไม่นำข้อสอบมาเปิดเผยก่อนสอบ.

          อย่างไรก็ตาม คำว่า จรรยา และ จรรยาบรรณ มีความหมายต่างกันอยู่ในบางแง่.  จรรยา อาจใช้กับบุคคลทั่วไปก็ได้ มีความหมายกว้างกว่าและเบากว่า จรรยาบรรณ เช่น พ่อแม่สอนให้ลูกมีจรรยามารยาทเรียบร้อย. ส่วน จรรยาบรรณ มีความหมายเฉพาะเจาะจงมากกว่า หนักแน่นกว่า เอาจริงเอาจังมากกว่า คือหมายถึงกฎที่ต้องประพฤติหลายข้อ ที่มักเขียนรวมไว้ให้สมาชิกในกลุ่มอาชีพปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติตามก็อาจมีความผิดและถูกลงโทษได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อยู่โยง (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐)

อยู่โยง

          อยู่โยง มีความหมายว่า อยู่เฝ้าสถานที่แต่ผู้เดียว

          คำว่า โยง ในที่นี้น่าจะมาจากหลักโยงในการละเล่นของเด็ก. หลักโยง เดิมหมายถึงหลักที่มีเชือกหรือผ้าเกี่ยวไว้ เช่นหลักโยงเรือเพื่อป้องกันมิให้เรือลอยหายไป. ในสมัยก่อนมีการลงโทษด้วยการมัดมือโยงไว้กับเสาแล้วเฆี่ยนตี. ในการละเล่นของเด็กหลักโยงไม่จำเป็นต้องมีเชือกหรือผ้าเกี่ยวไว้ แต่ก็เข้าใจกันอยู่ในทีว่าผู้ที่อยู่หลักโยง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า อยู่โยง จะต้องอยู่กับที่ในบริเวณหลักโยงนั้น จะออกนอกบริเวณไม่ได้. ส่วนผู้เล่นคนอื่น ๆ จะสามารถออกนอกบริเวณหลักโยงได้หมด. อยู่โยง จึงนำมาใช้ในความหมายว่าไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่เฝ้าที่นั่น เช่น วันนี้ไม่มีใครอยู่หรอก ออกไปเที่ยวกันหมด เหลือฉันอยู่โยงคนเดียว.  นาน ๆ จะมีงานใหญ่ ๆ อย่างนี้ พวกเธอไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ พี่อยู่โยงเฝ้าบ้านให้เอง.

          คำว่า อยู่โยง อาจใช้ว่า เฝ้าโยง ก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จรรยาบรรณ (๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๐)

จรรยาบรรณ

          จรรยาบรรณ (อ่านว่า จัน-ยา-บัน)  จรรยาบรรณ ประกอบด้วยคำว่า จรรยา (อ่านว่า จัน-ยา) แปลว่า ความประพฤติ หรือกิริยาที่ควรประพฤติในหมู่คณะ กับคำว่า บรรณ (อ่านว่า บัน) ซึ่งหมายถึง หนังสือ.

          จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ และรักษาชื่อเสียงของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ เช่น จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ ก.พ.  จรรยาบรรณของนักวิจัยกำหนดโดยสภาวิจัยแห่งชาติ.

          คำว่า จรรยาบรรณ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า code of conduct (อ่านว่า โค้ด อ๊อฟ คอน-ดักต์) มีที่ใช้เช่น ครูที่มีจรรยาบรรณจะต้องไม่นำข้อสอบออกมาเผยแพร่ก่อนการสอบ.นักหนังสือพิมพ์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ถือว่าไม่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จริยธรรม-จริยศาสตร์ (๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๐)

จริยธรรม-จริยศาสตร์

          จริยธรรม (อ่านว่า จะ-ริ-ยะ-ทำ) จริยธรรม ประกอบด้วยคำว่า จริย (อ่านว่า จะ-ริ-ยะ) แปลว่า ความประพฤติ หรือกิริยาที่ควรประพฤติ. กับคำว่า ธรรม ซึ่งในที่นี้แปลว่า กฎ หรือ กฎเกณฑ์.

          จริยธรรม หมายถึง กฎเกณฑ์สำหรับประพฤติปฏิบัติ เช่น การดังฟังโทรศัพท์เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม. หนังสือพิมพ์ที่ชอบลงข่าวผิดพลาดโดยไม่ตรวจสอบให้ดี ถือว่าเป็นสื่อที่ขาดจริยธรรม.

          ศาสตร์หรือวิชาที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม เรียกว่า จริยศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิชาปรัชญา จริยศาสตร์ศึกษาเกี่ยวกับความประพฤติและการครองชีวิตในทำนองว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด หรืออะไรควร อะไรไม่ควร. ทั้งจริยธรรมและจริยศาสตร์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า ethics (อ่านว่า เอ-ทิกส์)

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คนชายขอบ (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐)

คนชายขอบ

          คนชายขอบ คือ คนที่อยู่ห่างไกลจากสังคม มักหมายถึงผู้ที่ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับบริการหรือความคุ้มครองจากรัฐอย่างที่คนอื่น ๆ ได้รับ. เป็นคนที่ต้องดูแลตนเอง และมีวัฒนธรรมของตนเอง ที่อาจจะแตกต่างจากวัฒนธรรมของคนที่อยู่ในเมือง

          คนชายขอบ ต่างจากคนหลังเขา ตรงที่ คนหลังเขา เน้นการไม่รับรู้ข่าวสาร จึงกลายเป็นคนที่ไม่ทันสังคม ไม่ทันโลก. แต่คนชายขอบเน้นคนที่มีอิสระ มีพฤติกรรม ความคิด หรือวัฒนธรรมของตนเอง และพยายามให้สังคมยอมรับกลุ่มของตน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.