อยู่โยง (๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐)

อยู่โยง

          อยู่โยง มีความหมายว่า อยู่เฝ้าสถานที่แต่ผู้เดียว

          คำว่า โยง ในที่นี้น่าจะมาจากหลักโยงในการละเล่นของเด็ก. หลักโยง เดิมหมายถึงหลักที่มีเชือกหรือผ้าเกี่ยวไว้ เช่นหลักโยงเรือเพื่อป้องกันมิให้เรือลอยหายไป. ในสมัยก่อนมีการลงโทษด้วยการมัดมือโยงไว้กับเสาแล้วเฆี่ยนตี. ในการละเล่นของเด็กหลักโยงไม่จำเป็นต้องมีเชือกหรือผ้าเกี่ยวไว้ แต่ก็เข้าใจกันอยู่ในทีว่าผู้ที่อยู่หลักโยง หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า อยู่โยง จะต้องอยู่กับที่ในบริเวณหลักโยงนั้น จะออกนอกบริเวณไม่ได้. ส่วนผู้เล่นคนอื่น ๆ จะสามารถออกนอกบริเวณหลักโยงได้หมด. อยู่โยง จึงนำมาใช้ในความหมายว่าไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่เฝ้าที่นั่น เช่น วันนี้ไม่มีใครอยู่หรอก ออกไปเที่ยวกันหมด เหลือฉันอยู่โยงคนเดียว.  นาน ๆ จะมีงานใหญ่ ๆ อย่างนี้ พวกเธอไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ พี่อยู่โยงเฝ้าบ้านให้เอง.

          คำว่า อยู่โยง อาจใช้ว่า เฝ้าโยง ก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จรรยาบรรณ (๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๐)

จรรยาบรรณ

          จรรยาบรรณ (อ่านว่า จัน-ยา-บัน)  จรรยาบรรณ ประกอบด้วยคำว่า จรรยา (อ่านว่า จัน-ยา) แปลว่า ความประพฤติ หรือกิริยาที่ควรประพฤติในหมู่คณะ กับคำว่า บรรณ (อ่านว่า บัน) ซึ่งหมายถึง หนังสือ.

          จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ และรักษาชื่อเสียงของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ เช่น จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือนเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ ก.พ.  จรรยาบรรณของนักวิจัยกำหนดโดยสภาวิจัยแห่งชาติ.

          คำว่า จรรยาบรรณ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า code of conduct (อ่านว่า โค้ด อ๊อฟ คอน-ดักต์) มีที่ใช้เช่น ครูที่มีจรรยาบรรณจะต้องไม่นำข้อสอบออกมาเผยแพร่ก่อนการสอบ.นักหนังสือพิมพ์ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ถือว่าไม่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จริยธรรม-จริยศาสตร์ (๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๐)

จริยธรรม-จริยศาสตร์

          จริยธรรม (อ่านว่า จะ-ริ-ยะ-ทำ) จริยธรรม ประกอบด้วยคำว่า จริย (อ่านว่า จะ-ริ-ยะ) แปลว่า ความประพฤติ หรือกิริยาที่ควรประพฤติ. กับคำว่า ธรรม ซึ่งในที่นี้แปลว่า กฎ หรือ กฎเกณฑ์.

          จริยธรรม หมายถึง กฎเกณฑ์สำหรับประพฤติปฏิบัติ เช่น การดังฟังโทรศัพท์เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม. หนังสือพิมพ์ที่ชอบลงข่าวผิดพลาดโดยไม่ตรวจสอบให้ดี ถือว่าเป็นสื่อที่ขาดจริยธรรม.

          ศาสตร์หรือวิชาที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม เรียกว่า จริยศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิชาปรัชญา จริยศาสตร์ศึกษาเกี่ยวกับความประพฤติและการครองชีวิตในทำนองว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด หรืออะไรควร อะไรไม่ควร. ทั้งจริยธรรมและจริยศาสตร์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า ethics (อ่านว่า เอ-ทิกส์)

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คนชายขอบ (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐)

คนชายขอบ

          คนชายขอบ คือ คนที่อยู่ห่างไกลจากสังคม มักหมายถึงผู้ที่ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับบริการหรือความคุ้มครองจากรัฐอย่างที่คนอื่น ๆ ได้รับ. เป็นคนที่ต้องดูแลตนเอง และมีวัฒนธรรมของตนเอง ที่อาจจะแตกต่างจากวัฒนธรรมของคนที่อยู่ในเมือง

          คนชายขอบ ต่างจากคนหลังเขา ตรงที่ คนหลังเขา เน้นการไม่รับรู้ข่าวสาร จึงกลายเป็นคนที่ไม่ทันสังคม ไม่ทันโลก. แต่คนชายขอบเน้นคนที่มีอิสระ มีพฤติกรรม ความคิด หรือวัฒนธรรมของตนเอง และพยายามให้สังคมยอมรับกลุ่มของตน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลูกปลา-ลูกปา (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ลูกปลา-ลูกปา

          ลูกปลา คำว่า ปลา นอกจากจะหมายถึง ลูกของปลา แล้ว ยังหมายถึงกระดาษที่ทำเป็นชิ้นกลม ๆ เล็ก ๆ ปิดตามตัวว่าวเพื่อตรึงด้ายสักให้ติดกับกระดาษว่าว

          ส่วน ลูกปา ที่หมายถึง แถบหรือชิ้นกระดาษสีต่าง ๆ ที่ใช้โปรยหรือขว้างปากันในงานรื่นเริง เช่น พอขบวนรถนางงามแล่นมา พวกเราก็โปรยลูกปาลงมาต้อนรับ.

          ลูก ในคำว่า ลูกปลา หมายถึงปลาที่เกิดใหม่. ส่วน ลูก ในคำว่า ลูกปา หมายถึง สิ่งที่เป็นรูปกลม ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว (๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐)

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

          เห็นกงจักรเป็นดอกบัว หมายความว่า เห็นผิดเป็นชอบ เห็นสิ่งที่ชั่วที่ไม่ถูกว่าเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งถูกต้อง จึงเป็นเหตุให้ต้องรับโทษ

          สำนวนนี้มาจากนิทานชาดกเรื่องมิตตวินทุกะชาดก (อ่านว่า มิด-ตะ-วิน-ทุ-กะ-ชา-ดก).
มิตตวินทุกะ เป็นคนไม่เชื่อฟังมารดา ไม่ยอมรักษาศีลฟังธรรมหรือรักษาอุโบสถ จึงตกนรก และเห็น
สัตว์นรกกำลังทูนกงจักรซึ่งหมุนอยู่บนศีรษะ มีโลหิตไหล เสวยทุกขเวทนาอยู่. แต่มิตตวินทุกะกลับเห็นกงจักรนั้นเป็นดอกบัวว่ามีลักษณะงดงามมาก จึงขอกงจักรมาไว้บนศีรษะตน. กงจักรซึ่งหมุนอยู่ตลอดเวลาทำให้ศีรษะของมิตตวินทุกะได้รับบาดเจ็บ มิตตวินทุกะต้องรับทุกขเวทนาสาหัส.

          เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวน เห็นกงจักรเป็นดอกบัว จึงหมายความว่า เห็นผิดเป็นชอบ เช่น เขาเชื่อเพื่อนว่าเสพยาบ้าแล้วจะสบายขึ้น ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้กลายเป็นคนติดยา เลิกไม่ได้ นี่เป็นเพราะเขาเห็นกงจักรเป็นดอกบัวแท้ ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลูก หลาน เหลน โหลน (๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ลูก หลาน เหลน โหลน

          ในบทเพลงปลุกใจให้รักชาติรักผืนแผ่นดินไทยเพลงหนึ่ง มีข้อความว่า ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย คนทั่วไปรู้จักคำว่า ลูก หลาน เหลน และรู้ว่า เหลนเป็นลูกของหลาน และหลานเป็นลูกของลูก จึงมักจะคิดว่า โหลน น่าจะเป็นลูกของเหลนด้วย. แต่ที่ถูกนั้น โหลน เป็นเพียงคำสร้อยที่มาต่อท้ายคำว่า ลูก หลาน เหลน ให้ได้จังหวะ ๔ พยางค์ ไม่มีความหมายอะไร. ที่ถูกนั้น ลูกของเหลน เรียกว่า ลื่อ. ลูกของลื่อ เรียกว่า ลืบ. และลูกของลืบ เรียกว่า ลืด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.