ลูกปลา-ลูกปา (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ลูกปลา-ลูกปา

          ลูกปลา คำว่า ปลา นอกจากจะหมายถึง ลูกของปลา แล้ว ยังหมายถึงกระดาษที่ทำเป็นชิ้นกลม ๆ เล็ก ๆ ปิดตามตัวว่าวเพื่อตรึงด้ายสักให้ติดกับกระดาษว่าว

          ส่วน ลูกปา ที่หมายถึง แถบหรือชิ้นกระดาษสีต่าง ๆ ที่ใช้โปรยหรือขว้างปากันในงานรื่นเริง เช่น พอขบวนรถนางงามแล่นมา พวกเราก็โปรยลูกปาลงมาต้อนรับ.

          ลูก ในคำว่า ลูกปลา หมายถึงปลาที่เกิดใหม่. ส่วน ลูก ในคำว่า ลูกปา หมายถึง สิ่งที่เป็นรูปกลม ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว (๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐)

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

          เห็นกงจักรเป็นดอกบัว หมายความว่า เห็นผิดเป็นชอบ เห็นสิ่งที่ชั่วที่ไม่ถูกว่าเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งถูกต้อง จึงเป็นเหตุให้ต้องรับโทษ

          สำนวนนี้มาจากนิทานชาดกเรื่องมิตตวินทุกะชาดก (อ่านว่า มิด-ตะ-วิน-ทุ-กะ-ชา-ดก).
มิตตวินทุกะ เป็นคนไม่เชื่อฟังมารดา ไม่ยอมรักษาศีลฟังธรรมหรือรักษาอุโบสถ จึงตกนรก และเห็น
สัตว์นรกกำลังทูนกงจักรซึ่งหมุนอยู่บนศีรษะ มีโลหิตไหล เสวยทุกขเวทนาอยู่. แต่มิตตวินทุกะกลับเห็นกงจักรนั้นเป็นดอกบัวว่ามีลักษณะงดงามมาก จึงขอกงจักรมาไว้บนศีรษะตน. กงจักรซึ่งหมุนอยู่ตลอดเวลาทำให้ศีรษะของมิตตวินทุกะได้รับบาดเจ็บ มิตตวินทุกะต้องรับทุกขเวทนาสาหัส.

          เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวน เห็นกงจักรเป็นดอกบัว จึงหมายความว่า เห็นผิดเป็นชอบ เช่น เขาเชื่อเพื่อนว่าเสพยาบ้าแล้วจะสบายขึ้น ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้กลายเป็นคนติดยา เลิกไม่ได้ นี่เป็นเพราะเขาเห็นกงจักรเป็นดอกบัวแท้ ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ลูก หลาน เหลน โหลน (๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ลูก หลาน เหลน โหลน

          ในบทเพลงปลุกใจให้รักชาติรักผืนแผ่นดินไทยเพลงหนึ่ง มีข้อความว่า ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า จะได้มีพสุธาอาศัย คนทั่วไปรู้จักคำว่า ลูก หลาน เหลน และรู้ว่า เหลนเป็นลูกของหลาน และหลานเป็นลูกของลูก จึงมักจะคิดว่า โหลน น่าจะเป็นลูกของเหลนด้วย. แต่ที่ถูกนั้น โหลน เป็นเพียงคำสร้อยที่มาต่อท้ายคำว่า ลูก หลาน เหลน ให้ได้จังหวะ ๔ พยางค์ ไม่มีความหมายอะไร. ที่ถูกนั้น ลูกของเหลน เรียกว่า ลื่อ. ลูกของลื่อ เรียกว่า ลืบ. และลูกของลืบ เรียกว่า ลืด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

รุ่ย-ลุ่ย (๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๐)

รุ่ย-ลุ่ย

          คำว่า รุ่ย ที่ใช้ ร เรือ  หมายถึง หลุดออกจากที่เดิมทีละน้อย เช่น ชายผ้าเย็บไว้ไม่ดี รุ่ยออกมาทีละเส้นสองเส้น.

          คำว่า ลุ่ย ที่ใช้ ล หมายถึง เลื่อนหลุดจากที่เพราะคลายตัวออกจากที่ผูกที่มัดไว้ เช่น ผ้านุ่งที่มีเนื้อเบาลื่น ถ้านุ่งไม่ดีเหน็บไม่แน่นก็จะลุ่ยเลื่อนหลุดได้.  ผมมวยที่เกล้าไว้ไม่แน่นขยับไปมาก็ลุ่ยลงได้.

          รุ่ย กับ ลุ่ย มีความหมายร่วมกัน คือ หลุดออก. แต่ รุ่ย มีความหมายว่า หลุดออกเป็นส่วนย่อย ๆ. ส่วน ลุ่ย หมายความว่า เลื่อนหลุดออกมา

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อนุมัติ (๙ ธันวาคม ๒๕๕๐)

อนุมัติ

          อนุมัติ เป็นคำกริยา แปลว่า เห็นชอบตามระเบียบที่กำหนดไว้ มาจากคำว่า อนุมติ (อ่านว่า อะ-นุ-มะ-ติ) ในภาษาบาลีสันสฤตซึ่งแปลว่า ความรู้ตาม หมายถึง ความยินยอม ในภาษาไทยใช้คำว่า อนุมัติ ในความหมายว่า เห็นชอบให้ทำตามที่เสนอมา

          คำว่า อนุมัติ เป็นการยินยอมหรือเห็นชอบให้ดำเนินการสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่ผู้น้อยเสนอ หรือตามที่ส่วนราชการใดส่วนราชการหนึ่งเสนอ และการยินยอมให้ดำเนินการนั้นเป็นไปตามหลักการและระเบียบแบบแผน เช่น คณะกรรมการพิจารณาหัวข้อวิทยานิพนธ์อนุมัติให้เขาเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ได้. หัวหน้ากองขออนุมัติดำเนินการตามที่ได้รับงบประมาณ. คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการให้ดำเนินการตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ซื่อ-ซื่อตรง-ซื่อสัตย์ (๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๐)

ซื่อ-ซื่อตรง-ซื่อสัตย์

          คำว่า ซื่อ หมายความว่า จริง ตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมคดโกง เช่น น้องเป็นคนซื่อ แต่พี่ฉลาดแกมโกง. เขาเป็นคนใจซื่อมือสะอาด

          คำว่า ซื่อ อาจใช้ซ้อนกับคำว่า ตรง เป็น ซื่อตรง หมายถึง ดำรงอยู่ในทางที่ชอบ ไม่เอนเอียง เช่น เขามีน้ำใจซื่อตรงต่อคนรัก. เราควรซื่อตรงต่อหน้าที่. หรือซ้อนกับคำว่า สัตย์ เป็น ซื่อสัตย์ หมายถึง ดำรงความสัมพันธ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น เขารับใช้เจ้านายด้วยความซื่อสัตย์. สุนัขซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ. แม้ค้าคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์ ลูกค้าให้เงินมาเกิน ก็คืนเงินให้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จริยธรรม-จรรยาบรรณ (๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๐)

จริยธรรม-จรรยาบรรณ

          คำว่า จริยธรรม และ จรรยาบรรณ มีความหมายคล้ายกันในแง่ที่ทั้ง ๒ คำ หมายถึงกฎเกณฑ์สำหรับประพฤติปฏิบัติ. แต่คำว่า จริยธรรม มีความหมายกว้างกว่า คือ หมายถึงกฎเกณฑ์ทั่วไปสำหรับทุกคนในสังคม เพื่อให้ประพฤติปฏิบัติในทางดี เช่น การลักขโมยและการพูดปด เป็นความประพฤติที่ผิดจริยธรรม. นักการเมืองที่มีจริยธรรมต้องซื่อสัตย์และทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม.

           ส่วน จรรยาบรรณ เป็นชุดของกฎเกณฑ์สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือผู้ประกอบอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ. เพื่อให้การทำงานหรือการประกอบอาชีพเป็นไปอย่างถูกต้อง อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองของกลุ่มหรืออาชีพของตน เช่น จรรยาบรรณของนักวิจัย. จรรยาบรรณของแพทย์. จรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์. จรรยาบรรณของครู.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คุณธรรม-จริยธรรม (๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๐)

คุณธรรม-จริยธรรม

          คำว่า คุณธรรม หมายถึง คุณงามความดี ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา หรือใจ. คนที่มีคุณธรรม คือคนที่ประพฤติปฏิบัติดี พูดดี และคิดดี เช่น ข้าราชการที่มีคุณธรรมทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต ไม่กล่าวเท็จ และไม่คิดร้ายต่อเพื่อนร่วมงาน.

          เมื่อพิจารณาความหมายของคำว่า คุณธรรม จะเห็นได้ว่า การที่จะตัดสินว่าอะไรดี อะไรชั่ว ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์หลายประการ. ส่วนหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์สำหรับประพฤติปฏิบัติในสังคม ที่ระบุว่าการกระทำแบบใดที่ถือว่าดี และการกระทำแบบใดที่ถือว่าไม่ดี ซึ่งเรียกว่า จริยธรรม เช่น ผู้ชายที่ทอดทิ้งไม่เลี้ยงดูลูกและเมีย เป็นคนที่ไม่มีทั้งคุณธรรมและจริยธรรม. แต่ถ้ามีลูกเมียหลายคน และสามารถเลี้ยงดูลูกเมียทุกคนด้วยความยุติธรรม ก็ถือว่ามีคุณธรรม แม้ว่าจะไม่มีจริยธรรม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.