อุทธรณ์ (๖ มกราคม ๒๕๕๑)

อุทธรณ์

          คำว่า อุทธรณ์ (อ่านว่า อุด-ทอน) เป็นคำมาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า อุทฺธรณ (อ่านว่า อุด-ทะ-ระ-นะ) หมายความว่า การรื้อขึ้น ยกขึ้น ขยายขึ้น. ในภาษาไทยใช้ อุทธรณ์

          อุทธรณ์ เป็นชื่อศาลสำหรับตัดสินความขั้นสูงกว่าศาลชั้นต้น เช่น ศาลชั้นต้นตัดสินให้เขาเป็นฝ่ายแพ้ เขาจึงขอสู้คดีต่อในศาลอุทธรณ์.

          คำว่า อุทธรณ์ อาจจะใช้เป็นกริยา หมายความว่า ขอให้พิจารณาใหม่. ในทางศาล หมายถึง ยื่นคำร้องหรือคำคัดค้านต่อศาลอุทธรณ์. ในเรื่องทั่ว ๆ ไป ก็จะหมายความว่า ร้องขอต่อผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาให้พิจารณาใหม่ เช่น เขาอุทธรณ์ว่า ให้เขาทำงานหนักเกินไป ควรจะให้หยุดพักบ้าง. ลูกทำผิด ลูกก็จะต้องถูกลงโทษ จะมาอุทธรณ์อย่างไร แม่ก็ไม่ใจอ่อนยกโทษให้หรอก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ใจกลาง-กลางใจ (๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

ใจกลาง-กลางใจ

          คำว่า ใจกลาง แปลว่า ตรงกลาง เช่น บ้านนี้อยู่ใจกลางเมืองจึงมีราคาแพงมาก. เขาอยู่ใจกลางเมือง มีความสะดวกสบายทุกอย่างจึงไม่อยากย้ายไปที่ไหน.

          ใจกลาง หมายถึง ส่วนที่อยู่ตรงกลาง ศูนย์กลาง  ใช้กับส่วนที่สำคัญของสิ่งใด ๆ ก็ได้ เช่น ใจกลางตัว. ใจกลางบ้าน. ใจกลางเมือง. ใจกลางโลก.

          ส่วน กลางใจ แปลว่า กลางของใจ เช่น เขาพูดราวกับมานั่งอยู่กลางใจฉัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ผลิต (๑๕ มกราคม ๒๕๕๑)

ผลิต

          คำว่า ผลิต (อ่านว่า ผะ-หฺลิด)

          ผลิต แปลว่า ทำให้เกิดมีขึ้นตามที่ต้องการ เช่น เครื่องจักรทำให้ผลิตสินค้าได้รวดเร็วและมีราคาถูกลง. มีโรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งในประเทศเรา.   ผลิต อาจใช้กับคนก็ได้ เช่น เราผลิตครูได้ปีละหลายพันคน แต่ผลิตช่างได้น้อยมาก

          คำว่า ผลิต ออกเสียงเป็นคำสองพยางค์ เพราะเป็นคำที่เกิดจากคำว่า ผล (อ่านว่า ผะ-ละ) ในภาษาบาลี (อ่านว่า ผอ) กับ (อ่านว่า ลอ) ไม่ใช่อักษรควบ  เมื่อแปลงรูปเป็น ผลิต ซึ่งแปลว่า ที่เป็นผลแล้ว ที่ทำให้เกิดผลแล้ว จึงต้องออกเสียงเป็น ๒ พยางค์ว่า [ผะ-หฺลิด]

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อายุขัย (๔ มกราคม ๒๕๕๑)

อายุขัย

          อายุขัย  เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤต ประกอบด้วยคำว่า อายุ และ ขัย

          อายุ เป็นคำนาม แปลว่า เวลาที่ดำรงชีวิตอยู่ เวลาชั่วชีวิต หรือระยะเวลาตั้งแต่เกิดจนถึงเวลาที่กล่าวถึง

          ขัย แปลว่า ความสิ้นไป ความเสื่อมไป 

          เมื่อรวมเป็น อายุขัย จึงแปลว่า ความสิ้นไปแห่งอายุ ความหมดไปแห่งอายุ หมายถึง ความตาย นิยมใช้กับคำว่า ถึง หรือ สิ้น เป็น ถึงอายุขัย สิ้นอายุขัย เช่น คนเราเมื่อถึงอายุขัยก็ย่อมล่วงลับไปเป็นธรรมดา

          คำว่า อายุขัย ยังมีความหมายว่า จำนวนปีที่คาดคะเนว่าคนจะมีอายุอยู่ได้ เช่น การพัฒนาทางการแพทย์ ทำให้คนมีอายุขัยยาวขึ้นกว่าแต่ก่อน. ผู้หญิงมีอายุขัยมากกว่าผู้ชาย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.