คาย-ระคาย (๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

คาย-ระคาย

          คำว่า คาย หมายถึง สิ่งที่เป็นผงหรือขนละเอียด มีลักษณะแหลมคม เมื่อโดนจะทำให้คัน เช่น ใบหญ้าบางชนิดมีขนคาย จึงไม่ควรไปจับเล่น.

          เมื่อเติม ระ หน้าคำว่า คาย เป็น ระคาย. ใช้หมายถึง รู้สึกคันเมื่อกระทบกับสิ่งที่เป็นผงหรือขนละเอียดแหลมคมนั้น เช่น เมื่อถูกใบข่อย ใบอ้อย จะทำให้รู้สึกคาย.  เมื่อใช้คำว่า ระคาย กับคำว่า หู ตา หรือ ใจ  จะหมายถึงรู้สึกไม่สบายใจเพราะประสบสิ่งที่ไม่ชอบใจ เช่น เขาใช้ถ้อยคำหยาบคาย ฟังแล้วระคายหู.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จาระไน-เจียระไน (๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑)

จาระไน-เจียระไน

          คำว่า จาระไน หมายถึง พูดชี้แจงอย่างละเอียดลออหรือถี่ถ้วน เช่น คุณจาระไนมาซิว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง. คำว่า จาระไน มีเสียงใกล้เคียงกับคำว่า เจียระไน หมายถึง ทําเพชรพลอยหรือแก้วให้เป็นเหลี่ยมหรือรูปตามต้องการแล้วขัดเงา เช่น คนไทยได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือในการเจียระไนเพชรพลอยระดับโลก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

วาเลนไทน์ (๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

วาเลนไทน์

          วาเลนไทน์ ถือเป็นวันแห่งความรัก ตรงกับวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี. เป็นวันที่คู่รักให้ของขวัญแก่กัน ที่นิยมคือดอกกุหลาบแดง ลูกกวาด และช็อกโกแล็ต.

          คำว่า วาเลนไทน์ ทับศัพท์มาจากคำภาษาอังกฤษ สะกดว่า valentine มาจากชื่อของนักบุญ เซนต์วาเลนไทน์ ซึ่งไม่มีประวัติบันทึกไว้ชัดเจน แต่มีตำนานเล่าว่าเซนต์วาเลนไทน์มีชีวิตอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๓ สมัยกรุงโรมเรืองอำนาจ. กษัตริย์สมัยนั้น คือ จักรพรรดิคลอดีอุส พระองค์ทรงสั่งห้ามการแต่งงาน เพราะต้องการได้หนุ่มโสดจำนวนมากไปทำสงคราม. แต่เซนต์วาเลนไทน์ประกอบพิธีแต่งงานให้ชายหญิงหลายคู่ จึงถูกจับเข้าคุก และในที่สุดถูกประหารชีวิตในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ คริสตศักราช ๒๖๙. มีเรื่องเล่าอีกด้วยว่า ก่อนถูกประหาร เซนต์วาเลนไทน์เขียนจดหมายถึงหญิงสาวเพื่อนสนิทซึ่งเป็นลูกสาวผู้คุม และลงท้ายจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของคุณ”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นิมนต์ (๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑)

นิมนต์

          นิมนต์ แปลว่า เชิญ เชื้อเชิญ. ใช้เป็นศัพท์เฉพาะพระภิกษุสามเณร เช่น พอพระที่เดินออกรับบิณฑบาตในตอนเช้าเดินมาถึงหน้าบ้าน ยายยืนรอตักบาตรอยู่ จึงพูดว่า นิมนต์เจ้าค่ะ”. เมื่อจะทำบุญที่บ้าน เจ้าบ้านจะไปนิมนต์พระภิกษุที่วัด และแจ้งให้ท่านทราบกำหนดงานว่าเป็นงานอะไร ต้องการนิมนต์พระกี่รูป การเดินทางของพระจะจัดการอย่างไร เป็นต้น. เมื่อถึงวันงาน พระภิกษุเดินทางมาถึงบ้านแล้ว ต้องมีคนเชิญพระภิกษุด้วยคำว่า “นิมนต์” เช่นเดียวกัน.

          คำว่า นิมนต์ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า นิมนฺต (อ่านว่า นิ-มัน-ตะ) แปลว่า เชิญ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สะบัด-สลัด (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

สะบัด-สลัด

          คำว่า สะบัด หมายถึง ทำให้เคลื่อนไปโดยเร็วและแรง เช่น ธงโบกสะบัดอยู่เหนือยอดเสา. เขาสะบัดศีรษะให้คลายความมึนงง. พออาบน้ำเจ้าตูบเสร็จ มันก็สะบัดขนจนเปียกไปทั่วบ้าน. พอพูดไม่ถูกหู เขาก็สะบัดก้นลุกไป.

          คำว่า สลัด มีเสียงคล้ายกับคำว่า สะบัด แต่ สลัด หมายถึง ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหลุดออกไปด้วยวิธีสะบัดหรือกระพือ เช่น เขาสลัดผ้าห่มออกจากตัว. เม่นสลัดขน. นุชไม่อาจสลัดความกังวลออกไปได้. เขาถูกสลัดรัก.

          คำว่า สลัด ส ไม่ต้องประวิสรรชนีย์  ส่วนคำว่า สะบัด ส ต้องประวิสรรชนีย์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เงยหน้าอ้าปาก-ลืมตาอ้าปาก (๑๗ มีนาคม ๒๕๕๑)

เงยหน้าอ้าปาก-ลืมตาอ้าปาก

          สำนวนว่า เงยหน้าอ้าปาก หมายความว่า มีฐานะดีขึ้นกว่าเดิม พอทัดเทียมเพื่อน โดยที่ไม่รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อย.

          เงยหน้า หมายถึง การยกหน้าขึ้นมองผู้อื่นได้. ส่วน อ้าปาก หมายถึง การที่สามารถเปิดปากพูดคุยกับผู้อื่นได้. เมื่อมีฐานะดีขึ้น ก็สามารถที่จะเงยหน้ามองและพูดคุยกับผู้อื่นได้ โดยไม่ต้องก้มหน้าหลบอีกต่อไป

          สำนวนนี้มักจะใช้กับผู้ที่เดิมมีฐานะยากจน ต้องคอยก้มหน้าหลบหน้าคนอื่น เมื่อมีฐานะดีขึ้น ก็พอจะเงยหน้าขึ้นสู้กับผู้อื่นได้ สามารถออกเสียงแสดงความคิดเห็นได้ กล้าที่จะพูดตอบโต้ได้ เช่น เดิมเราก็ยากจน ตั้งแต่เราปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เราก็พอจะเงยหน้าอ้าปากได้.

          สำนวนนี้บางคนใช้ว่า ลืมตาอ้าปาก ก็มี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สนับสนุน-ส่งเสริม (๖ มีนาคม ๒๕๕๑)

สนับสนุน-ส่งเสริม

          คำว่า สนับสนุน กับ ส่งเสริม มีความหมายคล้ายกัน

          สนับสนุน หมายถึง หนุนให้เป็นผลตามต้องการ. เป็นการช่วยผู้อื่นให้กระทำการบางอย่างได้สำเร็จด้วยดี เช่น พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกเรียนดนตรี. เรามีโครงการสนับสนุนนักเรียนเรียนดีแต่ยากจน. รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนมาก.

          ส่วน ส่งเสริม หมายถึง ช่วยผู้อื่นให้กระทำการบางอย่าง เช่น พ่อแม่ส่งเสริมให้ลูกเรียนดนตรี. เรามีโครงการส่งเสริมการสอนภาษาถิ่น.

          ถ้ากล่าวว่ารัฐบาลสนับสนุนให้ราษฎรทำการเกษตร ย่อมแสดงว่าราษฎรต้องการจะทำการเกษตรอยู่แล้ว รัฐบาลจึงช่วยเหลือราษฎรด้านการเงินหรืออื่น ๆ. แต่ถ้ากล่าวว่ารัฐบาลส่งเสริมให้ราษฎรทำการเกษตร ย่อมแสดงว่ารัฐบาลใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรหันมาทำการเกษตร เดิมราษฎรอาจจะไม่ได้ต้องการทำการเกษตรก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทัณฑิมา (๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑)

ทัณฑิมา

          คำว่า ทัณฑิมา (อ่านว่า ทัน-ทิ-มา) เป็นชื่อนกในพวกสัตว์หิมพานต์ มีรูปเป็นครุฑยืนถือกระบอง หัวมีหงอน มีจงอยปากใหญ่และงองุ้ม มีเขี้ยว ๑ คู่ หูแบบหูหัว ตาแบบตาจระเข้ คือเรียวยาว. แขนเหมือนคน แต่มีแผงขนใต้ท้องแขน มือมี ๕ นิ้ว กลางหลังมีปีก มีหางแบบหางไก่ ขาทั้ง ๒ เรียวเป็นขานก และมีแผงขนที่น่อง. นกทัณฑิมายืนถือกระบองอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ เหมือนทหารยืนรักษาสถานที่อยู่. คำว่า ทัณฑิมา แปลตามรูปศัพท์ว่า ผู้ถือกระบอง

          ทัณฑิมา เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่งที่กรมศิลปากรเลือกมาสร้างประดับพระเมรุ (อ่านว่า พระ-เมน) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พสกนิกร (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

พสกนิกร

          พสกนิกร (อ่านว่า พะ-สก-นิ-กอน) เป็นคำที่ประกอบด้วยคำว่า พสก (อ่านว่า พะ-สก) แปลว่า ชาวเมือง หรือ พลเมือง. ส่วน นิกร แปลว่า หมู่ หรือ พวก. เมื่อรวมเป็น พสกนิกร จึงแปลว่า หมู่พลเมือง พวกพลเมือง.

          คำว่า พสกนิกร ใช้หมายถึง ประชากรที่เป็นผู้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร (อ่านว่า พฺระ-บอ-รม-มะ-โพ-ทิ-สม-พาน) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น พสกนิกรพากันมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและถวายพระพรในวันขึ้นปีใหม่. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนักด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.