คาหนังคาเขา-คาหลังคาเขา (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๑)

คาหนังคาเขา-คาหลังคาเขา

          สำนวน คาหนังคาเขา สันนิษฐานว่ามาจากการลักขโมยวัวควายในสมัยก่อน มีผู้ใช้เพี้ยนไปเป็น คาหลังคาเขา. ที่มาของสำนวนนี้อธิบายได้ว่า ถ้าขโมยนั้นถูกจับได้ในขณะที่กำลังล้มวัวคาย มีหนังและเขาอยู่ตรงหน้า เรียก คาหนังคาเขา. แต่ถ้าถูกจับได้ในขณะที่กำลังขี่ควายที่ขโมยมา เรียก คาหลังคาเขา. ต่อมาจึงได้นำสำนวนนี้มาใช้ในกรณีอื่น ๆ ด้วย

          คาหนังคาเขา ใช้ในความหมายว่า จับได้ในขณะที่กำลังทุจริต และพบของกลางอยู่ที่ผู้กระทำผิด หรือจับได้ว่ากระทำผิดโดยมีหลักฐานอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น เขาขโมยรถมา ถูกตำรวจจับได้คาหนังคาเขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เต่าเผา-เผาเต่า (๔ มีนาคม ๒๕๕๑)

เต่าเผา-เผาเต่า

          คำว่า เต่าเผา กับ เผาเต่า ไม่มีความหมายเกี่ยวข้องกันเลย

          เต่าเผา ใช้เรียกเนื้อทุเรียนที่แห้งแข็งเป็นสีน้ำตาลไหม้ เพราะขาดน้ำในช่วงทุเรียนกำลังสร้างเนื้อ หรือต้นส่งอาหารไปเลี้ยงผลไม่พอ เช่น ทุเรียนพูนี้เป็นเต่าเผา.

          ถ้าสับตำแหน่งคำ เต่าเผา เป็น เผาเต่า ก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง. เผาเต่า เป็นคำเปรียบเทียบอาการที่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก. มีที่มาจากการที่คนจับเต่าไปย่างไฟเพื่อนำเนื้อมารับประทาน. เต่าเมื่อถูกเผา น้ำในเนื้อเต่าจะถูกความร้อนขับออกมาทางรูเปิดต่าง ๆ ของตัวเต่า เช่นทางลูกตา ดูเหมือนกับเต่าร้องไห้เพราะถูกจับเผา. จึงมีสำนวนไทยว่า ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า ซึ่งหมายความว่า ร้องไห้น้ำตาไหลพราก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัปสรสีห์ (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑)

อัปสรสีห์

          อัปสรสีห์ (อ่านว่า อับ-สอน-สี) ประกอบด้วยคำว่า อัปสร (อ่านว่า อับ-สอน)  ซึ่งแปลว่า นางฟ้า. ส่วน สีห์  มาจากคำว่า สีห (อ่านว่า สี-หะ) แปลว่า ราชสีห์. อัปสรสีห์ เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่ง กายท่อนบนเป็นมนุษย์ผู้หญิง ท่อนล่างเป็นราชสีห์ น่องมีแผงขนแต่เท้าเป็นกีบคู่อย่างกีบตีนกวาง ผิวกายสีเหลือง. อัปสรสีห์มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า นรนารี (อ่านว่า นอ-ระ-นา-รี)

          อัปสรสีห์ เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่งที่กรมศิลปากรเลือกมาสร้างประดับพระเมรุ (อ่านว่า พระ-เมน) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ชนะขาดลอย-ชนะขาด (๑๔ มีนาคม ๒๕๕๑)

ชนะขาดลอย-ชนะขาด

          ชนะขาดลอย หมายความว่า ชนะมาก ชนะอย่างทิ้งห่าง เช่น นักกีฬาไทยชนะคู่แข่งแบบขาดลอย. แข่งกีฬาสีปีนี้ สีแดงชนะขาดลอย.

          คำว่า ขาดลอย เป็นคำที่ได้จากการเล่นว่าว ถ้าสายว่าวขาด ทำให้ตัวว่าวลอยไปตามลม ไม่กลับคืนมา. ใช้กับการขาดการติดต่อกับญาติมิตร ทำให้ไม่รู้จักกัน เช่น พอสิ้นญาติผู้ใหญ่ ลูกหลานไม่ได้ติดต่อกันจึงขาดลอยกันไป.

          ส่วนคำว่า ชนะขาด หมายความว่า ชนะอย่างเด็ดขาด ชนะอย่างไม่มีข้อสงสัย เช่น การแข่งขันฟุตบอลวันพรุ่งนี้ ทีมโรงเรียนเราชนะขาดแน่นอน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขันที (๓ มีนาคม ๒๕๕๑)

ขันที

        คำว่า ขันที น่าจะมาจากคำภาษาเปอร์เซียว่า khasī (อ่านว่า ค็อ-ซี).   พระยาอนุมานราชธน สันนิษฐานว่าคำว่า ขันที เพี้ยนมาจากคำภาษาสันสกฤตว่า ษณฺฒ (อ่านว่า สัน-ทะ)  ขันที หมายถึง ชายที่ถูกตอน. บางประเทศทางเอเชียสมัยโบราณ ขันที มีหน้าที่ดูแลรับใช้กษัตริย์และเจ้านายผู้หญิงในเขตพระราชฐานชั้นใน ดังเช่นปรากฏในราชสำนักจีนสมัยโบราณ. ส่วนราชสำนักไทยก็มี ขันที เช่นเดียวกัน และมีปรากฏอยู่ในกฎหมายตราสามดวง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กลยุทธ์-กลวิธี (๒๔ มีนาคม ๒๕๕๑)

กลยุทธ์-กลวิธี

          คำว่า กลยุทธ์ (อ่านว่า กน-ละ-ยุด) และ กลวิธี (อ่านว่า กน-ละ-วิ-ที) มีความหมายใกล้กัน คือหมายถึง วิธีการ ขั้นตอน และเล่ห์เหลี่ยมเพื่อความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจ. แต่ต่างกันในแง่ที่ กลยุทธ์ มักใช้กับภารกิจที่ใหญ่และสำคัญ มีวิธีการที่แยบยลซับซ้อน และมีความหมายกว้างกว่ากลวิธี เช่น การปรับปรุงกระบวนการให้บริการแก่ประชาชนเพื่อให้โปร่งใส เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการพัฒนาระบบการทำงานของหน่วยราชการ.

          ส่วน กลวิธี มักใช้กับกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวันและนำไปใช้ปฏิบัติจริง มีความหมายแคบและเป็นรูปธรรมมากกว่า เช่น การรับประทานผลไม้เป็นประจำเป็นกลวิธีหนึ่งที่ทำให้ผิวสวย. กลวิธีคลายเครียดที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน คือ การนั่งสมาธิ การฟังเพลง และการออกกำลังกาย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขับไล่ไสส่ง-ขับไสไล่ส่ง (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑)

ขับไล่ไสส่ง-ขับไสไล่ส่ง

          ขับไล่ไสส่ง และ ขับไสไล่ส่ง ประกอบด้วยคำอย่างเดียวกันแต่เรียงต่างกัน 

          ขับ หมายความว่า บังคับให้เคลื่อนไป เช่น ขับรถ. ขับเรือ.

          ไล่ หมายความว่า บังคับให้ไปหรือให้ออกจากที่เดิม เช่น ไล่ควายเข้าคอก. ไล่คนออกจากบ้าน.

          ไส หมายความว่า เสือกไป ผลักไป

          ส่ง หมายความว่า ทำให้พ้นไป

          ขับไล่ไสส่ง หรือ ขับไสไล่ส่ง เป็นคำซ้อนที่เกิดจากการนำคำซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกันมาเรียงกันให้ครบสี่พยางค์ คำซ้อนที่มีลักษณะเช่นนี้ เช่น ตีรันฟันแทง. กินอยู่หลับนอน. กุ้งหอยปูปลา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.