สนับสนุน-ส่งเสริม (๖ มีนาคม ๒๕๕๑)

สนับสนุน-ส่งเสริม

          คำว่า สนับสนุน กับ ส่งเสริม มีความหมายคล้ายกัน

          สนับสนุน หมายถึง หนุนให้เป็นผลตามต้องการ. เป็นการช่วยผู้อื่นให้กระทำการบางอย่างได้สำเร็จด้วยดี เช่น พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกเรียนดนตรี. เรามีโครงการสนับสนุนนักเรียนเรียนดีแต่ยากจน. รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนมาก.

          ส่วน ส่งเสริม หมายถึง ช่วยผู้อื่นให้กระทำการบางอย่าง เช่น พ่อแม่ส่งเสริมให้ลูกเรียนดนตรี. เรามีโครงการส่งเสริมการสอนภาษาถิ่น.

          ถ้ากล่าวว่ารัฐบาลสนับสนุนให้ราษฎรทำการเกษตร ย่อมแสดงว่าราษฎรต้องการจะทำการเกษตรอยู่แล้ว รัฐบาลจึงช่วยเหลือราษฎรด้านการเงินหรืออื่น ๆ. แต่ถ้ากล่าวว่ารัฐบาลส่งเสริมให้ราษฎรทำการเกษตร ย่อมแสดงว่ารัฐบาลใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรหันมาทำการเกษตร เดิมราษฎรอาจจะไม่ได้ต้องการทำการเกษตรก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทัณฑิมา (๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑)

ทัณฑิมา

          คำว่า ทัณฑิมา (อ่านว่า ทัน-ทิ-มา) เป็นชื่อนกในพวกสัตว์หิมพานต์ มีรูปเป็นครุฑยืนถือกระบอง หัวมีหงอน มีจงอยปากใหญ่และงองุ้ม มีเขี้ยว ๑ คู่ หูแบบหูหัว ตาแบบตาจระเข้ คือเรียวยาว. แขนเหมือนคน แต่มีแผงขนใต้ท้องแขน มือมี ๕ นิ้ว กลางหลังมีปีก มีหางแบบหางไก่ ขาทั้ง ๒ เรียวเป็นขานก และมีแผงขนที่น่อง. นกทัณฑิมายืนถือกระบองอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ เหมือนทหารยืนรักษาสถานที่อยู่. คำว่า ทัณฑิมา แปลตามรูปศัพท์ว่า ผู้ถือกระบอง

          ทัณฑิมา เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่งที่กรมศิลปากรเลือกมาสร้างประดับพระเมรุ (อ่านว่า พระ-เมน) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พสกนิกร (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

พสกนิกร

          พสกนิกร (อ่านว่า พะ-สก-นิ-กอน) เป็นคำที่ประกอบด้วยคำว่า พสก (อ่านว่า พะ-สก) แปลว่า ชาวเมือง หรือ พลเมือง. ส่วน นิกร แปลว่า หมู่ หรือ พวก. เมื่อรวมเป็น พสกนิกร จึงแปลว่า หมู่พลเมือง พวกพลเมือง.

          คำว่า พสกนิกร ใช้หมายถึง ประชากรที่เป็นผู้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร (อ่านว่า พฺระ-บอ-รม-มะ-โพ-ทิ-สม-พาน) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น พสกนิกรพากันมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและถวายพระพรในวันขึ้นปีใหม่. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนักด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำขวัญ-คำคม (๑๖ มีนาคม ๒๕๕๑)

คำขวัญ-คำคม

          คำขวัญ หมายถึง ถ้อยคําที่แต่งขึ้นเพื่อเตือนใจหรือเพื่อให้เป็นสิริมงคล มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้ทำสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อห้ามไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง เป็นข้อความขนาดสั้น มักจะเลือกคำที่มีสัมผัสเพื่อให้จำง่าย มีลักษณะเป็นถ้อยคำที่กล่าวขึ้นลอย ๆ เป็นคำสั่ง หรือมีการเปรียบเทียบก็ได้ เช่น คำขวัญของสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า มือสะอาด ชาติไม่ล่ม.

          ส่วน คำคม หมายถึง ถ้อยคำที่หลักแหลม มีความหมายชวนให้คิด เป็นถ้อยคำที่มักจะมีขนาดสั้น อาจจะมีสัมผัสหรือไม่มีสัมผัสก็ได้ เช่น รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ. อ่านมากรู้มาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สูงเทียมฟ้า-สูงเสียดฟ้า (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

สูงเทียมฟ้า-สูงเสียดฟ้า

          คำบรรยายเปรียบเทียบสิ่งที่สูงมาก สูงยิ่ง ในภาษาไทยมีหลายคำ เช่น สูงเทียมเมฆ. สูงเสียดฟ้า. สูงสุดสอย. สูงสุดเอื้อม. สูงเท่านกเขาเหิน. คำเหล่านี้ใช้ในกรณีที่ต่างกัน คือ

          สูงเทียมเมฆ หรือ สูงเสียดฟ้า ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่สูง เช่น ปราสาท โบสถ์วิหาร หรืออาคารสมัยใหม่ที่อาจสร้างให้สูงมาก ๆ จนราวกับจะได้ระดับกับเมฆหรือสูงแทงขึ้นถึงฟ้าได้.

          สูงสุดสอย หรือ สูงสุดเอื้อม มักใช้เมื่อกล่าวถึงหญิงที่สูงศักดิ์ซึ่งชายที่หมายปองเป็นคนต่ำต้อย จึงไม่สามารถได้เธอมาเป็นภรรยา โดยเปรียบหญิงนั้นกับผลไม้หรือดอกไม้ที่อยู่สูงเกินกว่าจะสอยหรือเอื้อมเด็ดมาชื่นชมได้.

          สูงเท่านกเขาเหิน ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งก่อสร้าง เช่น สถูปเจดีย์ โดยเทียบความสูงกับการบินขึ้นสูงของนกเขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คาหนังคาเขา-คาหลังคาเขา (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๑)

คาหนังคาเขา-คาหลังคาเขา

          สำนวน คาหนังคาเขา สันนิษฐานว่ามาจากการลักขโมยวัวควายในสมัยก่อน มีผู้ใช้เพี้ยนไปเป็น คาหลังคาเขา. ที่มาของสำนวนนี้อธิบายได้ว่า ถ้าขโมยนั้นถูกจับได้ในขณะที่กำลังล้มวัวคาย มีหนังและเขาอยู่ตรงหน้า เรียก คาหนังคาเขา. แต่ถ้าถูกจับได้ในขณะที่กำลังขี่ควายที่ขโมยมา เรียก คาหลังคาเขา. ต่อมาจึงได้นำสำนวนนี้มาใช้ในกรณีอื่น ๆ ด้วย

          คาหนังคาเขา ใช้ในความหมายว่า จับได้ในขณะที่กำลังทุจริต และพบของกลางอยู่ที่ผู้กระทำผิด หรือจับได้ว่ากระทำผิดโดยมีหลักฐานอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น เขาขโมยรถมา ถูกตำรวจจับได้คาหนังคาเขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เต่าเผา-เผาเต่า (๔ มีนาคม ๒๕๕๑)

เต่าเผา-เผาเต่า

          คำว่า เต่าเผา กับ เผาเต่า ไม่มีความหมายเกี่ยวข้องกันเลย

          เต่าเผา ใช้เรียกเนื้อทุเรียนที่แห้งแข็งเป็นสีน้ำตาลไหม้ เพราะขาดน้ำในช่วงทุเรียนกำลังสร้างเนื้อ หรือต้นส่งอาหารไปเลี้ยงผลไม่พอ เช่น ทุเรียนพูนี้เป็นเต่าเผา.

          ถ้าสับตำแหน่งคำ เต่าเผา เป็น เผาเต่า ก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง. เผาเต่า เป็นคำเปรียบเทียบอาการที่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก. มีที่มาจากการที่คนจับเต่าไปย่างไฟเพื่อนำเนื้อมารับประทาน. เต่าเมื่อถูกเผา น้ำในเนื้อเต่าจะถูกความร้อนขับออกมาทางรูเปิดต่าง ๆ ของตัวเต่า เช่นทางลูกตา ดูเหมือนกับเต่าร้องไห้เพราะถูกจับเผา. จึงมีสำนวนไทยว่า ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า ซึ่งหมายความว่า ร้องไห้น้ำตาไหลพราก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัปสรสีห์ (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑)

อัปสรสีห์

          อัปสรสีห์ (อ่านว่า อับ-สอน-สี) ประกอบด้วยคำว่า อัปสร (อ่านว่า อับ-สอน)  ซึ่งแปลว่า นางฟ้า. ส่วน สีห์  มาจากคำว่า สีห (อ่านว่า สี-หะ) แปลว่า ราชสีห์. อัปสรสีห์ เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่ง กายท่อนบนเป็นมนุษย์ผู้หญิง ท่อนล่างเป็นราชสีห์ น่องมีแผงขนแต่เท้าเป็นกีบคู่อย่างกีบตีนกวาง ผิวกายสีเหลือง. อัปสรสีห์มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า นรนารี (อ่านว่า นอ-ระ-นา-รี)

          อัปสรสีห์ เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่งที่กรมศิลปากรเลือกมาสร้างประดับพระเมรุ (อ่านว่า พระ-เมน) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.