สะบัด-สลัด (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

สะบัด-สลัด

          คำว่า สะบัด หมายถึง ทำให้เคลื่อนไปโดยเร็วและแรง เช่น ธงโบกสะบัดอยู่เหนือยอดเสา. เขาสะบัดศีรษะให้คลายความมึนงง. พออาบน้ำเจ้าตูบเสร็จ มันก็สะบัดขนจนเปียกไปทั่วบ้าน. พอพูดไม่ถูกหู เขาก็สะบัดก้นลุกไป.

          คำว่า สลัด มีเสียงคล้ายกับคำว่า สะบัด แต่ สลัด หมายถึง ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหลุดออกไปด้วยวิธีสะบัดหรือกระพือ เช่น เขาสลัดผ้าห่มออกจากตัว. เม่นสลัดขน. นุชไม่อาจสลัดความกังวลออกไปได้. เขาถูกสลัดรัก.

          คำว่า สลัด ส ไม่ต้องประวิสรรชนีย์  ส่วนคำว่า สะบัด ส ต้องประวิสรรชนีย์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เงยหน้าอ้าปาก-ลืมตาอ้าปาก (๑๗ มีนาคม ๒๕๕๑)

เงยหน้าอ้าปาก-ลืมตาอ้าปาก

          สำนวนว่า เงยหน้าอ้าปาก หมายความว่า มีฐานะดีขึ้นกว่าเดิม พอทัดเทียมเพื่อน โดยที่ไม่รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อย.

          เงยหน้า หมายถึง การยกหน้าขึ้นมองผู้อื่นได้. ส่วน อ้าปาก หมายถึง การที่สามารถเปิดปากพูดคุยกับผู้อื่นได้. เมื่อมีฐานะดีขึ้น ก็สามารถที่จะเงยหน้ามองและพูดคุยกับผู้อื่นได้ โดยไม่ต้องก้มหน้าหลบอีกต่อไป

          สำนวนนี้มักจะใช้กับผู้ที่เดิมมีฐานะยากจน ต้องคอยก้มหน้าหลบหน้าคนอื่น เมื่อมีฐานะดีขึ้น ก็พอจะเงยหน้าขึ้นสู้กับผู้อื่นได้ สามารถออกเสียงแสดงความคิดเห็นได้ กล้าที่จะพูดตอบโต้ได้ เช่น เดิมเราก็ยากจน ตั้งแต่เราปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เราก็พอจะเงยหน้าอ้าปากได้.

          สำนวนนี้บางคนใช้ว่า ลืมตาอ้าปาก ก็มี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สนับสนุน-ส่งเสริม (๖ มีนาคม ๒๕๕๑)

สนับสนุน-ส่งเสริม

          คำว่า สนับสนุน กับ ส่งเสริม มีความหมายคล้ายกัน

          สนับสนุน หมายถึง หนุนให้เป็นผลตามต้องการ. เป็นการช่วยผู้อื่นให้กระทำการบางอย่างได้สำเร็จด้วยดี เช่น พ่อแม่สนับสนุนให้ลูกเรียนดนตรี. เรามีโครงการสนับสนุนนักเรียนเรียนดีแต่ยากจน. รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนมาก.

          ส่วน ส่งเสริม หมายถึง ช่วยผู้อื่นให้กระทำการบางอย่าง เช่น พ่อแม่ส่งเสริมให้ลูกเรียนดนตรี. เรามีโครงการส่งเสริมการสอนภาษาถิ่น.

          ถ้ากล่าวว่ารัฐบาลสนับสนุนให้ราษฎรทำการเกษตร ย่อมแสดงว่าราษฎรต้องการจะทำการเกษตรอยู่แล้ว รัฐบาลจึงช่วยเหลือราษฎรด้านการเงินหรืออื่น ๆ. แต่ถ้ากล่าวว่ารัฐบาลส่งเสริมให้ราษฎรทำการเกษตร ย่อมแสดงว่ารัฐบาลใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ราษฎรหันมาทำการเกษตร เดิมราษฎรอาจจะไม่ได้ต้องการทำการเกษตรก็ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทัณฑิมา (๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑)

ทัณฑิมา

          คำว่า ทัณฑิมา (อ่านว่า ทัน-ทิ-มา) เป็นชื่อนกในพวกสัตว์หิมพานต์ มีรูปเป็นครุฑยืนถือกระบอง หัวมีหงอน มีจงอยปากใหญ่และงองุ้ม มีเขี้ยว ๑ คู่ หูแบบหูหัว ตาแบบตาจระเข้ คือเรียวยาว. แขนเหมือนคน แต่มีแผงขนใต้ท้องแขน มือมี ๕ นิ้ว กลางหลังมีปีก มีหางแบบหางไก่ ขาทั้ง ๒ เรียวเป็นขานก และมีแผงขนที่น่อง. นกทัณฑิมายืนถือกระบองอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ เหมือนทหารยืนรักษาสถานที่อยู่. คำว่า ทัณฑิมา แปลตามรูปศัพท์ว่า ผู้ถือกระบอง

          ทัณฑิมา เป็นสัตว์หิมพานต์ชนิดหนึ่งที่กรมศิลปากรเลือกมาสร้างประดับพระเมรุ (อ่านว่า พระ-เมน) สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พสกนิกร (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

พสกนิกร

          พสกนิกร (อ่านว่า พะ-สก-นิ-กอน) เป็นคำที่ประกอบด้วยคำว่า พสก (อ่านว่า พะ-สก) แปลว่า ชาวเมือง หรือ พลเมือง. ส่วน นิกร แปลว่า หมู่ หรือ พวก. เมื่อรวมเป็น พสกนิกร จึงแปลว่า หมู่พลเมือง พวกพลเมือง.

          คำว่า พสกนิกร ใช้หมายถึง ประชากรที่เป็นผู้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภาร (อ่านว่า พฺระ-บอ-รม-มะ-โพ-ทิ-สม-พาน) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น พสกนิกรพากันมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและถวายพระพรในวันขึ้นปีใหม่. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนักด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำขวัญ-คำคม (๑๖ มีนาคม ๒๕๕๑)

คำขวัญ-คำคม

          คำขวัญ หมายถึง ถ้อยคําที่แต่งขึ้นเพื่อเตือนใจหรือเพื่อให้เป็นสิริมงคล มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้ทำสิ่งหนึ่ง หรือเพื่อห้ามไม่ให้ทำสิ่งหนึ่ง เป็นข้อความขนาดสั้น มักจะเลือกคำที่มีสัมผัสเพื่อให้จำง่าย มีลักษณะเป็นถ้อยคำที่กล่าวขึ้นลอย ๆ เป็นคำสั่ง หรือมีการเปรียบเทียบก็ได้ เช่น คำขวัญของสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า มือสะอาด ชาติไม่ล่ม.

          ส่วน คำคม หมายถึง ถ้อยคำที่หลักแหลม มีความหมายชวนให้คิด เป็นถ้อยคำที่มักจะมีขนาดสั้น อาจจะมีสัมผัสหรือไม่มีสัมผัสก็ได้ เช่น รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ. อ่านมากรู้มาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สูงเทียมฟ้า-สูงเสียดฟ้า (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)

สูงเทียมฟ้า-สูงเสียดฟ้า

          คำบรรยายเปรียบเทียบสิ่งที่สูงมาก สูงยิ่ง ในภาษาไทยมีหลายคำ เช่น สูงเทียมเมฆ. สูงเสียดฟ้า. สูงสุดสอย. สูงสุดเอื้อม. สูงเท่านกเขาเหิน. คำเหล่านี้ใช้ในกรณีที่ต่างกัน คือ

          สูงเทียมเมฆ หรือ สูงเสียดฟ้า ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งที่สูง เช่น ปราสาท โบสถ์วิหาร หรืออาคารสมัยใหม่ที่อาจสร้างให้สูงมาก ๆ จนราวกับจะได้ระดับกับเมฆหรือสูงแทงขึ้นถึงฟ้าได้.

          สูงสุดสอย หรือ สูงสุดเอื้อม มักใช้เมื่อกล่าวถึงหญิงที่สูงศักดิ์ซึ่งชายที่หมายปองเป็นคนต่ำต้อย จึงไม่สามารถได้เธอมาเป็นภรรยา โดยเปรียบหญิงนั้นกับผลไม้หรือดอกไม้ที่อยู่สูงเกินกว่าจะสอยหรือเอื้อมเด็ดมาชื่นชมได้.

          สูงเท่านกเขาเหิน ใช้เมื่อกล่าวถึงสิ่งก่อสร้าง เช่น สถูปเจดีย์ โดยเทียบความสูงกับการบินขึ้นสูงของนกเขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คาหนังคาเขา-คาหลังคาเขา (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๑)

คาหนังคาเขา-คาหลังคาเขา

          สำนวน คาหนังคาเขา สันนิษฐานว่ามาจากการลักขโมยวัวควายในสมัยก่อน มีผู้ใช้เพี้ยนไปเป็น คาหลังคาเขา. ที่มาของสำนวนนี้อธิบายได้ว่า ถ้าขโมยนั้นถูกจับได้ในขณะที่กำลังล้มวัวคาย มีหนังและเขาอยู่ตรงหน้า เรียก คาหนังคาเขา. แต่ถ้าถูกจับได้ในขณะที่กำลังขี่ควายที่ขโมยมา เรียก คาหลังคาเขา. ต่อมาจึงได้นำสำนวนนี้มาใช้ในกรณีอื่น ๆ ด้วย

          คาหนังคาเขา ใช้ในความหมายว่า จับได้ในขณะที่กำลังทุจริต และพบของกลางอยู่ที่ผู้กระทำผิด หรือจับได้ว่ากระทำผิดโดยมีหลักฐานอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น เขาขโมยรถมา ถูกตำรวจจับได้คาหนังคาเขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.