สงเคราะห์ (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

สงเคราะห์

          คำว่า สงเคราะห์ มาจากคำภาษาสันสกฤต ว่า สงฺครฺห (อ่านว่า สัง-คฺระ-หะ)

          คำว่า สงเคราะห์ หมายถึง ช่วยเหลือบุคคลให้พ้นความลำบาก เช่น เขาตั้งมูลนิธิเพื่อดำเนินงานสงเคราะห์คนพิการ. หรือหมายถึงช่วยทำให้ เช่น พ่อคุณช่วยสงเคราะห์ไปซื้อยาให้ยายหน่อย. คำนี้อาจใช้ประกอบกับคำอื่นก็ได้ เช่น สังคมสงเคราะห์ หมายถึง การดําเนินงานเพื่อช่วยเหลือบุคคลให้สามารถช่วยตนเองได้. ฌาปนกิจสงเคราะห์ หมายถึง การดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยในการจัดงานศพของสมาชิก.

          นอกจากจะหมายถึงช่วยเหลือ คำว่า สงเคราะห์ หมายถึง รวมเข้า เช่น คำว่าปลานั้นสงเคราะห์เอาสัตว์น้ำอย่างอื่น เช่น กุ้ง ปู หอย ไว้ด้วย. หนังสือแพทยศาสตร์สงเคราะห์เป็นหนังสือที่รวมตำราแพทย์ไทยทุกสาขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ล่มหัวจมท้าย (๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

ล่มหัวจมท้าย

          ล่มหัวจมท้าย เป็นสำนวน มีความหมายว่า ร่วมชะตากรรมมาด้วยกัน ได้รับความทุกข์ยากหรือความลำบากมาด้วยกัน เช่น เราทำงานสร้างองค์กรมาด้วยกันล่มหัวจมท้ายมาด้วยกัน เราไม่มีวันทิ้งกันไปได้. สามีภรรยาคู่นี้ล่มหัวจมท้ายเป็นคู่ทุกข์คู่ยากสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกันยาวนาน กว่าจะตั้งตัวเป็นปึกแผ่นอยู่อย่างเดี๋ยวนี้.

          สำนวน ล่มหัวจมท้าย เป็นสำนวนที่เทียบการเดินทางด้วยเรือ ซึ่งอาจประสบอุปสรรค เรือรั่ว เรือล่ม ถ้าหัวเรือล่ม ท้ายก็ต้องจมไปด้วย หากจะไปถึงฝั่งก็ไปถึงฝั่งด้วยกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เต้นแร้งเต้นกา (๓ มิถุนายน ๒๕๕๑)

เต้นแร้งเต้นกา

          เต้นแร้งเต้นกา เป็นคำกริยา หมายความว่า กระโดดโลดเต้นกันอย่างสนุกสนาน เช่น เวลาที่ครูยังไม่เข้าห้องสอน เด็ก ๆ ก็มักจะเต้นแร้งเต้นกากันไปตามเรื่อง. พอบอกว่าคุณพ่อจะพาไปเที่ยวทะเล เด็ก ๆ ก็เต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจ.

          คำว่า เต้นแร้งเต้นกา เกิดจากคำว่า เต้นแร้ง กับ เต้นกา. ในภาษาไทยถิ่นมีคำว่า กา หรือ ก๋า แปลว่า เต้น. เต้นกา จึงเป็นคำซ้อน แปลว่า เต้นเต้น. คำว่า กา ทำให้นึกถึง กาที่เป็นชื่อนก. ต่อมาจึงเติมคำ เต้นแร้ง เข้าคู่เสริมเป็นคำสร้อย กลายเป็นคำว่า เต้นแร้งเต้นกา. ไม่ใช่เต้นเหมือนแร้งเหมือนกา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

โอละพ่อ (๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

โอละพ่อ

          โอละพ่อ เป็นสำนวน หมายความว่า กลับเป็นตรงกันข้าม เป็นสำนวนที่มักใช้กับเรื่องที่มีการเข้าใจผิดกัน เช่น เรื่องที่พ่อให้ข่าวว่าลูกพามาทิ้งไว้ ผู้คนจึงประณามลูกว่าใจร้าย แต่ข้อเท็จจริงกลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อว่าพ่อหนีออกจากบ้านแต่พออยากกลับบ้านก็กลับไม่ถูก.

          นอกจากนี้ คำว่า โอละพ่อ ยังเป็นคําขึ้นต้นบทร้องและรําในการละเล่นระเบ็งซึ่งเป็นมหรสพของหลวง เช่นบทที่ร้องว่า โอละพ่อขอถวายบังคม โอละพ่อเทวันมาบอก โอละพ่อยกออกจากเมือง โอละพ่อจะไปไกรลาศ.


ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุกช่องล้อมวง (๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑)

จุกช่องล้อมวง

          คำว่า จุกช่องล้อมวง เป็นสำนวนเก่าที่ประกอบด้วยคำว่า จุกช่อง และ ล้อมวง. เป็นคำที่ใช้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เช่น ในเวลาที่เสด็จประพาส มีเหตุการณ์ไม่ปรกติ หรือมีการจลาจลวุ่นวาย จะมีการจุกช่องล้อมวงเพื่อถวายการอารักขาพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ให้ปลอดภัย.

          จุกช่อง คือ จัดทหารมารักษาการณ์อยู่ตามช่องทางที่เป็นถนนตรอกซอกซอย เป็นช่องทางที่ข้าศึกศัตรูอาจเข้ามาถึงพระองค์ได้. ส่วน ล้อมวง นั้น คือ จัดผู้อารักขาล้อมที่ประทับไว้เป็นชั้น ๆ.

          ปัจจุบัน จุกช่องล้อมวง ใช้เป็นสำนวนหมายความว่า อารักขาคุ้มกันอย่างแน่นหนา เช่น เวลารัฐมนตรีคนนี้ไปไหนมาไหนทำไมจึงต้องจุกช่องล้อมวงกันถึงขนาดนั้นนะ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เจ้าบทเจ้ากลอน (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

เจ้าบทเจ้ากลอน

          เจ้าบทเจ้ากลอน หมายความว่า ผู้ที่ชอบใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นบทกลอนหรือถ้อยคำที่มีลักษณะเชิงวรรณศิลป์ มีเสียงสัมผัส มีการเลือกสรรคำไพเราะ หรือชอบยกคำร้อยกรองที่ไพเราะ มีถ้อยคำที่คล้องจองกัน เช่น คนที่เป็นเจ้าบทเจ้ากลอนนี่น่าจะให้ไปหัดยี่เกนะ จะได้ไปด้นกลอนสดได้สนุกไปเลย. เขาเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน พูดอะไรก็ต้องมีจังหวะ มีเสียงสัมผัสคล้องจอง บางทีก็ไม่ถูกเรื่องเท่าไร. คนไทยส่วนใหญ่เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ขายผ้าเอาหน้ารอด (๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

ขายผ้าเอาหน้ารอด

          สำนวน ขายผ้าเอาหน้ารอด หมายความว่า ยอมสละแม้แต่ของจำเป็นที่ตนมีอยู่ เพื่อรักษาชื่อเสียงและสถานภาพของตนไว้ เช่น คู่บ่าวสาวไม่มีเงินจึงต้องยอมขายผ้าเอาหน้ารอด เอาบ้านไปจำนองเพื่อจัดงานแต่งงานให้สมเกียรติ.

          สำนวน ขายผ้าเอาหน้ารอด อาจใช้ในความหมายว่า แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้รอดพ้นไป โดยอาจต้องเสียสละ หรือนำสิ่งของที่มีอยู่ออกมาใช้ หรือหยิบฉวยสิ่งที่พอหาได้ใช้ไปก่อน เช่น ได้รับเชิญให้ไปบรรยายทางวิชาการอย่างกะทันหัน จึงขายผ้าเอาหน้ารอด เอาเรื่องเก่าที่เคยเสนอแล้วมาพูดใหม่พอแก้ขัดไปก่อน.

          ผ้าที่ขายเพื่อรักษาหน้าในสำนวนนี้เป็นผ้าสำคัญ เช่นผ้าที่ทอเพื่อใส่ในวันแต่งงาน การขายผ้าจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการสละสิ่งของที่รักที่หวงเพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า คือ การรักษาหน้า

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.