สังเคราะห์ (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

สังเคราะห์

          คำว่า สังเคราะห์ เป็นศัพท์บัญญัติทางเคมีที่ใช้ให้ตรงกับคำว่า synthesis (อ่านว่า ซิน-เท-ซิส) หมายถึง การสร้างสารใหม่ที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้นหรือแตกต่างออกไป อาจเกิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์สร้างขึ้นก็ได้ เช่น การสังเคราะห์แสงของพืช. พลาสติกต่าง ๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สังเคราะห์จากปิโตรเลียม. เฮโรอีนเป็นสารที่สังเคราะห์จากมอร์ฟีน. สิ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ ก็เรียกว่า สารสังเคราะ เช่น ผ้าไนลอนเป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์.

          นอกจากนี้ สังเคราะห์ ในทางภาษาหมายถึง การนำข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ มาจัดระเบียบเข้าระบบใหม่เพื่อสร้างความรู้ใหม่ หรือสร้างความรู้ที่เป็นระบบ เช่น นำข้อมูลที่ไปรวบรวมได้ มาสังเคราะห์เพื่อจัดทำองค์ความรู้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ประเคน (๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๑)

ประเคน

          ประเคน หมายถึง ถวายของพระภิกษุด้วยวิธียกส่งให้ด้วยมือตามแบบที่กำหนดไว้ ถ้าเป็นสิ่งที่ยกได้ต้องยกให้พ้นพื้นแล้วจึงประเคน ถ้าเป็นสิ่งของที่ยกไม่ได้ ให้ใช้สายสิญจน์วงรอบสิ่งนั้นแล้วประเคนสายสิญจน์แทน เช่นในการประเคนอาหารแด่พระภิกษุ เราต้องใช้มือทั้ง ๒ จับของที่จะถวายนั้นส่งให้พระภิกษุด้วยอาการเคารพ ในระยะที่ไม่ใกล้หรือไกลเกินไป. ถ้าเป็นผู้หญิง ต้องวางสิ่งของนั้นลงบนผ้าหรือสิ่งอื่นที่พระภิกษุทอดมาให้. อาหารที่ประเคนแล้ว หากมีผู้ที่ไม่ใช่ภิกษุไปจับต้อง ต้องประเคนใหม่

          การที่เราต้องประเคนสิ่งของแด่พระภิกษุ เพราะตามพุทธบัญญัติ พระสงฆ์ไม่มีสมบัติส่วนตัว ต้องได้รับจากฆราวาส

          คำว่า ประเคน ยังใช้เป็นภาษาปากมีความหมายว่า ให้อย่างเกินสมควร เช่น บ้านนี้รักลูกชายมาก มีอะไรก็ประเคนให้ลูกชายหมด. และใช้ในความหมายประชดประชัน เช่น เธอหยิบของเองไม่เป็นหรือไง ต้องมีคนมาประเคนให้. นอกจากนี้ ประเคน ยังแปลว่า ตี เช่น ผู้ร้ายแอบเข้ามาขโมยของ เจ้าของบ้านเลยประเคนเสียน่วม.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กระโปรง (๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

กระโปรง

          กระโปรง มีหลายความหมาย ความหมายที่รู้จักกันดี คือ ผ้านุ่งของผู้หญิงที่ตัดแบบสากล และยังเรียกกระโปรงที่เย็บติดกับเสื้อว่ากระโปรงด้วย. กระโปรงมีความหมายอื่นอีก คือ หมายถึง ฝาปิดส่วนเครื่องของรถยนต์หรือฝาปิดครอบที่เก็บของของรถยนต์. หมายถึง ถุงที่เย็บด้วยกาบหมากหรือใบไม้สำหรับใส่ของหรือหุ้มผลไม้กันค้างคาวหรือกระรอกมากัดกิน. และหมายถึง กระบุงรูปทรงสูง ก้นเป็นสี่เหลี่ยม ปากผาย ใช้สำหรับขนมะพร้าวหรือขนข้าวเปลือกด้วย. นอกจากนี้ ผ้าที่ประดับขาโต๊ะเก้าอี้ก็เรียกว่ากระโปรงด้วย

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

สงเคราะห์ (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

สงเคราะห์

          คำว่า สงเคราะห์ มาจากคำภาษาสันสกฤต ว่า สงฺครฺห (อ่านว่า สัง-คฺระ-หะ)

          คำว่า สงเคราะห์ หมายถึง ช่วยเหลือบุคคลให้พ้นความลำบาก เช่น เขาตั้งมูลนิธิเพื่อดำเนินงานสงเคราะห์คนพิการ. หรือหมายถึงช่วยทำให้ เช่น พ่อคุณช่วยสงเคราะห์ไปซื้อยาให้ยายหน่อย. คำนี้อาจใช้ประกอบกับคำอื่นก็ได้ เช่น สังคมสงเคราะห์ หมายถึง การดําเนินงานเพื่อช่วยเหลือบุคคลให้สามารถช่วยตนเองได้. ฌาปนกิจสงเคราะห์ หมายถึง การดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยในการจัดงานศพของสมาชิก.

          นอกจากจะหมายถึงช่วยเหลือ คำว่า สงเคราะห์ หมายถึง รวมเข้า เช่น คำว่าปลานั้นสงเคราะห์เอาสัตว์น้ำอย่างอื่น เช่น กุ้ง ปู หอย ไว้ด้วย. หนังสือแพทยศาสตร์สงเคราะห์เป็นหนังสือที่รวมตำราแพทย์ไทยทุกสาขา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ล่มหัวจมท้าย (๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

ล่มหัวจมท้าย

          ล่มหัวจมท้าย เป็นสำนวน มีความหมายว่า ร่วมชะตากรรมมาด้วยกัน ได้รับความทุกข์ยากหรือความลำบากมาด้วยกัน เช่น เราทำงานสร้างองค์กรมาด้วยกันล่มหัวจมท้ายมาด้วยกัน เราไม่มีวันทิ้งกันไปได้. สามีภรรยาคู่นี้ล่มหัวจมท้ายเป็นคู่ทุกข์คู่ยากสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกันยาวนาน กว่าจะตั้งตัวเป็นปึกแผ่นอยู่อย่างเดี๋ยวนี้.

          สำนวน ล่มหัวจมท้าย เป็นสำนวนที่เทียบการเดินทางด้วยเรือ ซึ่งอาจประสบอุปสรรค เรือรั่ว เรือล่ม ถ้าหัวเรือล่ม ท้ายก็ต้องจมไปด้วย หากจะไปถึงฝั่งก็ไปถึงฝั่งด้วยกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เต้นแร้งเต้นกา (๓ มิถุนายน ๒๕๕๑)

เต้นแร้งเต้นกา

          เต้นแร้งเต้นกา เป็นคำกริยา หมายความว่า กระโดดโลดเต้นกันอย่างสนุกสนาน เช่น เวลาที่ครูยังไม่เข้าห้องสอน เด็ก ๆ ก็มักจะเต้นแร้งเต้นกากันไปตามเรื่อง. พอบอกว่าคุณพ่อจะพาไปเที่ยวทะเล เด็ก ๆ ก็เต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจ.

          คำว่า เต้นแร้งเต้นกา เกิดจากคำว่า เต้นแร้ง กับ เต้นกา. ในภาษาไทยถิ่นมีคำว่า กา หรือ ก๋า แปลว่า เต้น. เต้นกา จึงเป็นคำซ้อน แปลว่า เต้นเต้น. คำว่า กา ทำให้นึกถึง กาที่เป็นชื่อนก. ต่อมาจึงเติมคำ เต้นแร้ง เข้าคู่เสริมเป็นคำสร้อย กลายเป็นคำว่า เต้นแร้งเต้นกา. ไม่ใช่เต้นเหมือนแร้งเหมือนกา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

โอละพ่อ (๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

โอละพ่อ

          โอละพ่อ เป็นสำนวน หมายความว่า กลับเป็นตรงกันข้าม เป็นสำนวนที่มักใช้กับเรื่องที่มีการเข้าใจผิดกัน เช่น เรื่องที่พ่อให้ข่าวว่าลูกพามาทิ้งไว้ ผู้คนจึงประณามลูกว่าใจร้าย แต่ข้อเท็จจริงกลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อว่าพ่อหนีออกจากบ้านแต่พออยากกลับบ้านก็กลับไม่ถูก.

          นอกจากนี้ คำว่า โอละพ่อ ยังเป็นคําขึ้นต้นบทร้องและรําในการละเล่นระเบ็งซึ่งเป็นมหรสพของหลวง เช่นบทที่ร้องว่า โอละพ่อขอถวายบังคม โอละพ่อเทวันมาบอก โอละพ่อยกออกจากเมือง โอละพ่อจะไปไกรลาศ.


ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุกช่องล้อมวง (๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑)

จุกช่องล้อมวง

          คำว่า จุกช่องล้อมวง เป็นสำนวนเก่าที่ประกอบด้วยคำว่า จุกช่อง และ ล้อมวง. เป็นคำที่ใช้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เช่น ในเวลาที่เสด็จประพาส มีเหตุการณ์ไม่ปรกติ หรือมีการจลาจลวุ่นวาย จะมีการจุกช่องล้อมวงเพื่อถวายการอารักขาพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ให้ปลอดภัย.

          จุกช่อง คือ จัดทหารมารักษาการณ์อยู่ตามช่องทางที่เป็นถนนตรอกซอกซอย เป็นช่องทางที่ข้าศึกศัตรูอาจเข้ามาถึงพระองค์ได้. ส่วน ล้อมวง นั้น คือ จัดผู้อารักขาล้อมที่ประทับไว้เป็นชั้น ๆ.

          ปัจจุบัน จุกช่องล้อมวง ใช้เป็นสำนวนหมายความว่า อารักขาคุ้มกันอย่างแน่นหนา เช่น เวลารัฐมนตรีคนนี้ไปไหนมาไหนทำไมจึงต้องจุกช่องล้อมวงกันถึงขนาดนั้นนะ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.