เต้นแร้งเต้นกา (๓ มิถุนายน ๒๕๕๑)

เต้นแร้งเต้นกา

          เต้นแร้งเต้นกา เป็นคำกริยา หมายความว่า กระโดดโลดเต้นกันอย่างสนุกสนาน เช่น เวลาที่ครูยังไม่เข้าห้องสอน เด็ก ๆ ก็มักจะเต้นแร้งเต้นกากันไปตามเรื่อง. พอบอกว่าคุณพ่อจะพาไปเที่ยวทะเล เด็ก ๆ ก็เต้นแร้งเต้นกาด้วยความดีใจ.

          คำว่า เต้นแร้งเต้นกา เกิดจากคำว่า เต้นแร้ง กับ เต้นกา. ในภาษาไทยถิ่นมีคำว่า กา หรือ ก๋า แปลว่า เต้น. เต้นกา จึงเป็นคำซ้อน แปลว่า เต้นเต้น. คำว่า กา ทำให้นึกถึง กาที่เป็นชื่อนก. ต่อมาจึงเติมคำ เต้นแร้ง เข้าคู่เสริมเป็นคำสร้อย กลายเป็นคำว่า เต้นแร้งเต้นกา. ไม่ใช่เต้นเหมือนแร้งเหมือนกา.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

โอละพ่อ (๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

โอละพ่อ

          โอละพ่อ เป็นสำนวน หมายความว่า กลับเป็นตรงกันข้าม เป็นสำนวนที่มักใช้กับเรื่องที่มีการเข้าใจผิดกัน เช่น เรื่องที่พ่อให้ข่าวว่าลูกพามาทิ้งไว้ ผู้คนจึงประณามลูกว่าใจร้าย แต่ข้อเท็จจริงกลับกลายเป็นเรื่องโอละพ่อว่าพ่อหนีออกจากบ้านแต่พออยากกลับบ้านก็กลับไม่ถูก.

          นอกจากนี้ คำว่า โอละพ่อ ยังเป็นคําขึ้นต้นบทร้องและรําในการละเล่นระเบ็งซึ่งเป็นมหรสพของหลวง เช่นบทที่ร้องว่า โอละพ่อขอถวายบังคม โอละพ่อเทวันมาบอก โอละพ่อยกออกจากเมือง โอละพ่อจะไปไกรลาศ.


ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุกช่องล้อมวง (๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑)

จุกช่องล้อมวง

          คำว่า จุกช่องล้อมวง เป็นสำนวนเก่าที่ประกอบด้วยคำว่า จุกช่อง และ ล้อมวง. เป็นคำที่ใช้เฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน เช่น ในเวลาที่เสด็จประพาส มีเหตุการณ์ไม่ปรกติ หรือมีการจลาจลวุ่นวาย จะมีการจุกช่องล้อมวงเพื่อถวายการอารักขาพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ให้ปลอดภัย.

          จุกช่อง คือ จัดทหารมารักษาการณ์อยู่ตามช่องทางที่เป็นถนนตรอกซอกซอย เป็นช่องทางที่ข้าศึกศัตรูอาจเข้ามาถึงพระองค์ได้. ส่วน ล้อมวง นั้น คือ จัดผู้อารักขาล้อมที่ประทับไว้เป็นชั้น ๆ.

          ปัจจุบัน จุกช่องล้อมวง ใช้เป็นสำนวนหมายความว่า อารักขาคุ้มกันอย่างแน่นหนา เช่น เวลารัฐมนตรีคนนี้ไปไหนมาไหนทำไมจึงต้องจุกช่องล้อมวงกันถึงขนาดนั้นนะ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เจ้าบทเจ้ากลอน (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

เจ้าบทเจ้ากลอน

          เจ้าบทเจ้ากลอน หมายความว่า ผู้ที่ชอบใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะเป็นบทกลอนหรือถ้อยคำที่มีลักษณะเชิงวรรณศิลป์ มีเสียงสัมผัส มีการเลือกสรรคำไพเราะ หรือชอบยกคำร้อยกรองที่ไพเราะ มีถ้อยคำที่คล้องจองกัน เช่น คนที่เป็นเจ้าบทเจ้ากลอนนี่น่าจะให้ไปหัดยี่เกนะ จะได้ไปด้นกลอนสดได้สนุกไปเลย. เขาเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน พูดอะไรก็ต้องมีจังหวะ มีเสียงสัมผัสคล้องจอง บางทีก็ไม่ถูกเรื่องเท่าไร. คนไทยส่วนใหญ่เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ขายผ้าเอาหน้ารอด (๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

ขายผ้าเอาหน้ารอด

          สำนวน ขายผ้าเอาหน้ารอด หมายความว่า ยอมสละแม้แต่ของจำเป็นที่ตนมีอยู่ เพื่อรักษาชื่อเสียงและสถานภาพของตนไว้ เช่น คู่บ่าวสาวไม่มีเงินจึงต้องยอมขายผ้าเอาหน้ารอด เอาบ้านไปจำนองเพื่อจัดงานแต่งงานให้สมเกียรติ.

          สำนวน ขายผ้าเอาหน้ารอด อาจใช้ในความหมายว่า แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้รอดพ้นไป โดยอาจต้องเสียสละ หรือนำสิ่งของที่มีอยู่ออกมาใช้ หรือหยิบฉวยสิ่งที่พอหาได้ใช้ไปก่อน เช่น ได้รับเชิญให้ไปบรรยายทางวิชาการอย่างกะทันหัน จึงขายผ้าเอาหน้ารอด เอาเรื่องเก่าที่เคยเสนอแล้วมาพูดใหม่พอแก้ขัดไปก่อน.

          ผ้าที่ขายเพื่อรักษาหน้าในสำนวนนี้เป็นผ้าสำคัญ เช่นผ้าที่ทอเพื่อใส่ในวันแต่งงาน การขายผ้าจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการสละสิ่งของที่รักที่หวงเพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า คือ การรักษาหน้า

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เจ้าหน้าเจ้าตา (๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

เจ้าหน้าเจ้าตา

          เจ้าหน้าเจ้าตา เป็นสำนวน หมายความว่า ชอบเอาหน้า เช่น แม่คนนี้ทำเจ้าหน้าเจ้าตา เอาเรื่องไปฟ้องหัวหน้าว่าเราแอบทำอาหารกินกันในสำนักงาน เลยถูกดุกันไปหมด. หรือหมายความว่า ชอบเสนอหน้าเข้าไปทำธุระให้ผู้อื่นโดยที่เขาไม่ได้ขอร้องหรือต้องการ เช่น หลานชายอยากจะจัดงานแต่งงานของเขาเงียบ ๆ แต่คุณน้าก็เจ้าหน้าเจ้าตาไปบอกผู้หลักผู้ใหญ่ให้วุ่นวาย เขาเลยต้องตกกระไดพลอยโจน สิ้นเปลืองเงินทองไปไม่รู้เท่าไร.

          คำว่า เจ้า แปลว่า ผู้เป็นใหญ่. คำว่า เจ้าหน้าเจ้าตา แปลตรง ๆ ว่า อยากได้หน้าตา ชอบเอาหน้าตา ถือหน้าตาเป็นใหญ่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

กระเชอก้นรั่ว (๔ สิงหาคม ๒๕๕๑)

กระเชอก้นรั่ว

          กระเชอ คือ ภาชนะสานคล้ายกระจาดขนาดเล็กแต่สูงกว่า ก้นสอบ และปากกว้าง ใช้ใส่ข้าวของแล้วกระเดียดเข้าข้างสะเอว. มาจากคำภาษาเขมรว่า กญฺเชี (อ่านว่า ก็อญ-เจอ)

          ถ้ากระเชอก้นรั่ว ของที่ใส่ไว้ก็จะหลุดลอดออกมาได้ จึงมีสำนวนเปรียบเทียบคนที่ใช้จ่ายเงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักประหยัด อีกทั้งทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ก็เก็บออมเอาไว้ไม่อยู่ ว่าเป็น กระเชอก้นรั่ว เช่น ลูกทำตัวเป็นกระเชอก้นรั่วอย่างนี้ เมื่อไรจะตั้งตัวได้ ต้องรู้จักเก็บหอมรอมริบเสียบ้าง อะไรไม่ควรจ่ายก็อย่าไปจ่ายให้เสียเงิน.

          สำนวนนี้มักใช้กับผู้หญิง ซึ่งส่วนใหญ่มีหน้าที่ดูแลการใช้จ่ายเงินในบ้าน และเรียกผู้หญิงที่ไม่รู้จักอดออมว่า แม่กระเชอก้นรั่ว.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อัญพจน์ (๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑)

อัญพจน์

          คำว่า อัญพจน์ (อ่านว่า อัน-ยะ-พด) ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า quotation (อ่านว่า โคว-เท-ชั่น) หมายถึง ข้อความที่คัดลอกมาจากแหล่งอื่น การคัดลอกต้องให้คงข้อความและการสะกดการันต์เหมือนของเดิมทุกประการ เมื่อนำอัญพจน์ลงตีพิมพ์ในเอกสารใหม่ ต้องใช้เครื่องหมาย อัญประกาศ (อ่านว่า อัน-ยะ-ปฺระ-กาด) หรือ เครื่องหมายคำพูด คร่อมข้อความดังกล่าว. ถ้าอัญพจน์มีความยาวเกิน ๔ บรรทัด ให้เขียนเป็นย่อหน้าใหม่ โดยให้ย่อเข้ามามากกว่าปรกติ และถ้าต้องการให้อัญพจน์เด่น ก็อาจใช้ตัวอักษรที่ต่างจากข้อความอื่นได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.