พายุหมุน-พายุหมุนเขตร้อน (๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑)

พายุหมุน-พายุหมุนเขตร้อน

          พายุหมุน คือ กระแสลมแรงที่พัดหมุนเข้าหาศูนย์กลางที่มีความกดอากาศต่ำกว่าบริเวณที่อยู่โดยรอบ โดยจะหมุนตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้. พายุหมุนเกิดขึ้นได้ทุกเขตของโลก แต่ถ้าเกิดบริเวณละติจูด ๕-๒๐ องศา ทั้งในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ เรียกว่า พายุหมุนเขตร้อน

          พายุหมุนเขตร้อนจะก่อตัวเหนือมหาสมุทรเท่านั้น และมีชื่อเรียกเฉพาะต่างกันตามมหาสมุทรที่เกิด. ถ้าเกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตก ทะเลจีนใต้ อ่าวไทย เรียก พายุไต้ฝุ่น. ถ้าเกิดในมหาสมุทรอินเดีย อ่าวเบงกอล เรียก พายุไซโคลน. ถ้าเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติก เรียก พายุเฮอร์ริเคน.

          พายุหมุนเขตร้อนที่มีกำลังแรงมาก อาจะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินระดับปรกติ เป็นคลื่นทะเลยักษ์โถมเข้าสู่ชายฝั่ง อ่าว และปากแม่น้ำ สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและชีวิตผู้คน เช่น พายุไซโคลนนาร์กีสที่เข้าสู่ชายฝั่งบริเวณลุ่มแม่น้ำอิระวดี ประเทศพม่า

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ดวง (๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑)

ดวง

          ดวง หมายถึง รูปวงกลมที่โหรเขียนขึ้นเพื่อบรรจุตัวเลขซึ่งกำหนดแทนดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อให้ทราบว่าขณะที่บุคคลคนนั้นเกิด ดาวพระเคราะห์ดวงใดอยู่ในราศีใด เชื่อกันว่า ดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ นั้นมีอิทธิพลต่อความเป็นไปของเจ้าของดวงชะตานั้น. เมื่อโหรทราบเวลาเกิดของผู้ใด ก็จะสามารถทราบตำแหน่งของดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ ที่ผูกพันกับชีวิตผู้นั้น และเขียนตัวเลขแทนดวงดาวเหล่านั้นลงในภาพวงกลม วงกลมที่มีตัวเลขกำกับนั้นเรียกว่า ดวง. ดวง จึงหมายถึงดวงชะตาของบุคคลด้วย เช่น ดวงดี. ดวงขึ้น. ดวงตก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ก้มหัว (๖ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ก้มหัว

          ก้มหัว หรือ ก้มศีรษะ หมายถึง อาการที่น้อมศีรษะลง เช่น เวลาเดินผ่านต้นไม้ตรงหน้าบ้าน ต้องก้มหัวลงหน่อยนะ ระวังจะชนกิ่งไม้. คำว่า ก้มหัว หรือ ก้มศีรษะ มักใช้หมายถึง อาการที่น้อมศีรษะลงเพื่อแสดงกิริยาเคารพ เช่น เขาก้มศีรษะลงคารวะอย่างนอบน้อม. เวลาไหว้ผู้ใหญ่ ต้องก้มหัวลงด้วยจึงจะเหมาะสม.

          ก้มหัว ใช้เป็นสำนวนหมายถึง ยอมอ่อนน้อม ยอมคารวะ ยอมรับนับถือ เช่น ฉันจะก้มหัวให้ก็เฉพาะแต่คนดีมีคุณธรรมเท่านั้น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก (๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑)

ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก

          ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก เป็นสำนวน หมายความว่า ดีแต่พูด แต่ทำไม่ได้ 

          ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) อธิบายไว้ว่า สำนวนนี้มาจากการทำขนมเบื้องไทย วิธีทำที่สำคัญอยู่ที่การละเลงแป้ง คือใช้กระจ่าตักแป้งข้น ๆ ใส่กลางกระทะ แล้วใช้กระจ่านั้นละเลงแผ่ออกไปให้เป็นแผ่นกลมบางเรียบเสมอกัน คนทำต้องมีความชำนาญ จึงจะละเลงได้  ถ้าไม่ชำนาญแผ่นแป้งจะไม่เรียบบางเสมอกัน

          การละเลงขนมเบื้องซึ่งดูเหมือนง่ายนั้น แท้จริงไม่ง่าย. จึงเอามาเปรียบกับคนที่ชอบพูดว่าการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นง่าย โดยที่ตนเองไม่เคยทำ ว่า ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พายุ-พายุหมุน (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑)

พายุ-พายุหมุน

          คำว่า พายุ มาจากคำภาษาบาลีและสันสกฤตว่า วายุ มีความหมายว่า ลม. แต่ในภาษาไทย พายุ มีความหมายว่า ลมแรง. ในทางอุตุนิยมวิทยาใช้เป็นคำรวมเรียกลักษณะอากาศที่แปรปรวน โดยมีลมที่มีกำลังแรงตั้งแต่ ๓๐-๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป และก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือชีวิตผู้คน

          พายุที่เกิดบ่อยในประเทศไทย เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเกิดในช่วงฤดูฝน โดยจะมีฝนตกหนัก และฟ้าแลบฟ้าร้อง หรือฟ้าผ่าด้วย. พายุฤดูร้อน มักเกิดในช่วงเปลี่ยนของฤดูร้อนเข้าฤดูฝน หรือฤดูหนาวเข้าฤดูร้อน. ทั้งพายุฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนอาจมีลูกเห็บตกได้ด้วย

          ส่วน พายุหมุน หมายถึง พายุที่มีความรุนแรงมาก มีลักษณะสำคัญคือ มีลมแรงพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางที่มีความกดอากาศต่ำกว่าบริเวณที่อยู่โดยรอบ มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามกำลังแรงของลม เช่น พายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อน พายุโซนร้อนอย่างรุนแรง พายุไต้ฝุ่น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พรหมลิขิต (๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑)

พรหมลิขิต

          พรหมลิขิต (อ่านว่า พฺรม-ลิ-ขิต) ประกอบด้วยคำว่า พรหม (อ่านว่า พฺรม) กับคำว่า ลิขิต. คำว่า พรหม หมายถึง พระพรหม เทพเจ้าผู้สร้าง คือ ผู้สร้างสิ่งต่าง ๆ ในโลก. คำว่า ลิขิต แปลว่า เขียน. พรหมลิขิต จึงแปลว่า พระพรหมเขียนไว้ หมายถึง ความเป็นไปของคนที่พระพรหมได้กำหนดไว้ให้ แต่มักจะเน้นการกำหนดว่า ผู้ใดจะเป็นคู่ครองของผู้ใด. ทั้งนี้เป็นไปตามความเชื่อว่า ผู้ที่เป็นเนื้อคู่เป็นคู่ครองกันเท่านั้นที่จะได้มาพบ มารัก และได้เป็นสามีภรรยากัน. คนที่ไม่ใช่เนื้อคู่ พรหมก็จะไม่ลิขิตให้มาพบกัน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กำหนดการ-หมายกำหนดการ (๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑)

กำหนดการ-หมายกำหนดการ

          กำหนดการ และ หมายกำหนดการ มักมีผู้เข้าใจผิดว่ามีความหมายเหมือนกันและใช้แทนกันได้

          กำหนดการ คือ ระเบียบการที่บอกขั้นตอนของงานที่จะต้องทำตามลำดับ เป็นเอกสารแจ้งขั้นตอนงานทั่ว ๆ ไปที่เอกชนหรืองานที่ราชการจัดขึ้น ถึงแม้งานนั้นอาจจะมีการกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินก็ตาม ก็ยังคงใช้ว่า กำหนดการ เช่น กำหนดการเปิดงานวันปีใหม่ของโรงเรียน. กำหนดการพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์. กำหนดการวันสถาปนาราชบัณฑิตยสถาน. กำหนดการพระราชทานปริญญาบัตร. กำหนดการประชุมทางวิชาการ

          หมายกำหนดการ คือ เอกสารแจ้งกำหนดขั้นตอนของงานพระราชพิธีที่จะต้องอ้างพระบรม-ราชโองการ คือ ต้องขึ้นต้นด้วยข้อความว่า “นายกรัฐมนตรี (หรือ เลขาธิการพระราชวัง) รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สั่งว่า…” ในทางปฏิบัติ จะต้องมีนายกรัฐมนตรีหรือเลขาธิการพระราชวังลงนามสนองพระบรมราชโองการ เช่น หมายกำหนดการพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ก้มหน้า-ก้มหน้าก้มตา (๕ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ก้มหน้า-ก้มหน้าก้มตา

          ก้มหน้า หมายถึง อาการที่คว่ำหน้าลง ไม่มองหรือไม่สบตาผู้อื่น อาจเป็นเพราะเกรงกลัวหรืออายเป็นต้น. มักใช้กับคำว่า งุด เป็น ก้มหน้างุด เช่น พอเห็นอาจารย์ใหญ่เดินมา นักเรียนก็รีบเดินก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา. เมื่อเข้าไปในงานเลี้ยงที่มีแต่คนใหญ่คนโต เธอรู้สึกอายจึงได้แก่ยืนก้มหน้างุดอยู่ตรงมุมห้อง.

          เมื่อใช้เป็นสำนวน ก้มหน้า หมายถึง จำทน เช่น เราเกิดมามีกรรมก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไปเถอะ.

         ก้มหน้าก้มตา เป็นสำนวนที่ใช้อย่างไม่เป็นทางการ หมายถึง มุ่งทำโดยไม่สนใจสิ่งอื่น เช่น เขาก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย. เขาก้มหน้าก้มตาทำวิทยานิพนธ์เพื่อให้เสร็จทันตามกำหนด

          สำนวน ก้มหน้าก้มตา ใช้แทนสำนวน ก้มหน้า ไม่ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.