ประชุม (๙ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ประชุม

          ประชุม เป็นคำกริยา แปลว่า มารวมกัน หรือเรียกให้มารวมกันเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ผู้แทนราษฎรประชุมกันที่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้ในการบริหารประเทศ. ผู้ใหญ่บ้านเรียกประชุมลูกบ้านเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการพัฒนาหมู่บ้าน. ลูก ๆ ประชุมกันเพื่อจัดงานฉลองอายุ ๘๐ ปีให้พ่อ. เมื่อเป็นนาม ใช้ว่า การประชุม. การประชุมจัดได้หลายระดับ หลายประเภท ไม่จำกัดว่ากิจกรรมที่ทำจะเป็นเรื่องใด มีรูปแบบอย่างไร. เพื่อให้ทราบลักษณะการประชุม จึงใช้คำขยายความ อย่าง การประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ. การประชุมรัฐสภา. การประชุมนานาชาติ. การประชุมสัมมนา. การประชุมปฏิบัติการ. การประชุมกรรมการสมาคม. เป็นต้น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อาณา (๒๐ กันยายน ๒๕๕๑)

อาณา

          คำว่า อาณา เป็นคำที่ยืมจากภาษาบาลี หมายถึง อำนาจปกครอง. คำนี้นำมาประกอบกับคำอื่นได้คำใหม่หลายคำ เป็นต้นว่า

          อาณานิคม หมายถึง เมืองขึ้น เช่น ประเทศไทยไม่เคยเป็นอาณานิคมของประเทศอื่น.

          อาณาประชาราษฎร์ หมายถึง พลเมืองที่อยู่ในอำนาจปกครอง เช่น พระมหากษัตริย์ไทยทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ให้ได้รับความสุข.

          อาณาเขต หมายถึง เขตแดนในอำนาจปกครอง เช่น คนไทยไม่ยอมให้ประเทศใดรุกล้ำอาณาเขตของประเทศไทย.

          ราชอาณาจักร หมายถึง เขตแดนที่อยู่ในอำนาจปกครองของประเทศที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น ปวงชนชาวไทยไม่อาจล่วงละเมิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ศักราช (๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ศักราช

          คำว่า ศักราช (อ่านว่า สัก-กะ-หฺราด) หมายถึง อายุเวลาซึ่งกำหนดตั้งขึ้นเป็นทางการ เริ่มแต่จุดใดจุดหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นที่หมายเหตุการณ์สำคัญ เรียงลำดับกันเป็นปี ๆ ไป เช่น พุทธศักราช ๑. พุทธศักราช ๒. พุทธศักราช ๓.

          ศักราชสำคัญ ๆ มีหลายศักราช ประเทศทางตะวันตกใช้คริสต์ศักราช. ไทยเราเคยใช้มหาศักราชและจุลศักราช ปัจจุบันใช้พุทธศักราช. ถ้าต้องการเปลี่ยนคริสต์ศักราชเป็นพุทธศักราชจะต้องบวกด้วย ๕๔๓. ถ้าต้องการเปลี่ยนมหาศักราชเป็นพุทธศักราชจะต้องบวกด้วย ๖๒๑. และถ้าต้องการเปลี่ยนจุลศักราชเป็นพุทธศักราช จะต้องบวกด้วย ๑๑๘๑

          คำว่า ศักราช มีความหมายโดยปริยายว่า ช่วงเวลาซึ่งเริ่มต้นเหตุการณ์สำคัญในชีวิตบุคคล เช่น เขาเริ่มศักราชของการทำงานหลังจากเรียนหนังสือจบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มาก-มากมาย (๙ กันยายน ๒๕๕๑)

มาก-มากมาย

          คำว่า มาก หมายถึง หลาย ไม่น้อย เช่น มีคำทำนายว่าปีนี้น้ำมาก. วันนี้รถมาก การจราจรจึงติดขัดทุกสาย. แขกมากเกินไปเราก็รับรองไม่ไหว. ในสังคมปัจจุบัน คนที่มีมากต้องช่วยคนที่ขัดสนให้อยู่ได้.

          คำว่า มากมาย ก็มีความหมายว่า มาก แต่ มากมาย เป็นคำที่ใช้แต่เฉพาะในภาษาพูดและภาษาเขียนที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น เช่น ขนของอะไรมามากมาย. ซื้อขนมทำไมมากมายเปลืองเงินเปล่า ๆ. เธอจ่ายเงินไปมากมายซื้อของที่ไม่เป็นประโยชน์. ในภาษาระดับทางการใช้แต่คำว่า มาก ก็พอ เช่น ประโยคว่า ย่านนี้มีคนจีนอยู่มากมาย. ถ้าเป็นภาษาทางการควรใช้ว่า ย่านนี้มีคนจีนอยู่มาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุดไฟ-ติดไฟ-ตามไฟ (๘ กันยายน ๒๕๕๑)

จุดไฟ-ติดไฟ-ตามไฟ

          คำกริยาที่มีความหมายว่า ทำให้มีไฟ มีอยู่หลายคำ เช่น จุดไฟ ติดไฟ ตามไฟ. คำต่าง ๆ นี้แม้จะมีความหมายว่า ทำให้เกิดไฟ หรือ ทำให้มีไฟ เหมือนกัน แต่มีความต่างกันเล็กน้อย.

          คำว่า จุดไฟ หมายถึงใช้อุปกรณ์ทำให้เกิดไฟขึ้น เช่น ใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟที่เตาแก๊สเพื่อทำอาหาร.

          คำว่า ติดไฟ หมายถึง ทำให้ไฟติด นั่นคือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งลุกไหม้ขึ้น เช่น ถ่านไม่ดีติดไฟยาก. ฟืนแห้ง ๆ ติดไฟง่าย.

          คำว่า ตามไฟ เป็นคำเก่าหมายถึงการจุดไฟทิ้งไว้เป็นเวลานาน เช่น เวลากลางคืนซอยนี้เปลี่ยวมาก เจ้าหน้าที่จึงตามไฟไว้ที่ถนน. ในสมัยสงครามไม้ขีดไฟขาดแคลน แม่บ้านจุดไฟทำอาหารแล้วจะเก็บถ่านให้ตามไฟไว้ใช้สำหรับจุดไฟทำอาหารมื้อต่อไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.