เบต้าแคโรทีน (๑๒ กันยายน ๒๕๕๑)

เบต้าแคโรทีน

          เบต้าแคโรทีน เป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษว่า beta  carotene เป็นสารอาหารที่พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้ม เช่น แคร์รอต หัวผักกาดแดง มะเขือเทศ ฟักทอง มะละกอสุก มะม่วงสุก. เบต้าแคโรทีนมีบทบาทสำคัญในการนำไปสร้างวิตามินเอซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณและสายตา เมื่อรับประทานเข้าไป ตับจะเปลี่ยนโมเลกุลของเบต้าแคโรทีนให้เป็นวิตามินเอ โดยเบต้าแคโรทีน ๑ โมเลกุล จะให้วิตามินเอ ๒ โมเลกุล

          เบต้าแคโรทีนนอกจากจะใช้สร้างวิตามินเอแล้ว ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย โดยช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ซึ่งก่อให้เกิดความผิดปรกติของเซลล์และเนื้อเยื่อของร่างกาย อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคต้อกระจก โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ที่ชุมนุม (๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ที่ชุมนุม

          ที่ชุมนุม ประกอบด้วยคำว่า ที่ และ ชุมนุม. ชุมนุม เป็นคำที่มาจากภาษาเขมร ชุนุ (อ่านว่า จุม-นุม) แปลว่า ประชุมกัน ที่ที่มีคนมาก ที่ประชุม. ในภาษาไทย ใช้คำว่า ชุมนุม ในความหมายว่า รวมกัน. การรวมกันนั้นมีลักษณะแตกต่างกันได้ เช่น คนงานมาชุมนุมกันเตรียมการประท้วงนายจ้าง. งานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ. ห้องกาแฟนี้กลายเป็นที่ชุมนุมของผู้สนใจการเมืองไปเสียแล้ว. คำว่า ที่ชุมนุม มีความหมายเหมือนกับ ที่ประชุม คือหมายถึง สถานที่ที่คนจำนวนมากมารวมกัน และเน้นที่ผู้ที่มารวมกันนั้น แต่ไม่กำหนดสถานที่ชัดเจน ผู้ที่มาชุมนุมไม่ได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่ชัดเจนเหมือนผู้ที่มาประชุม. เช่น ตกเย็นลานวัดก็เป็นที่ชุมนุมของชาวบ้าน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ทิ้งกระจาด-เทกระจาด (๑๑ กันยายน ๒๕๕๑)

ทิ้งกระจาด-เทกระจาด

          ทิ้งกระจาด กับ เทกระจาด มีความหมายต่างกันมาก แม้ต่างจะมีคำว่า กระจาด เป็นส่วนประกอบ

          กระจาด เป็นคำเรียกภาชนะสาน รูปเตี้ย ๆ ปากกว้าง ก้นสอบ ใช้ใส่ของวางไว้ในสาแหรกสำหรับหาบ

          ทิ้งกระจาด คือพิธีทำบุญของชาวพุทธฝ่ายมหายาน ผู้ทิ้งกระจาด เอาของต่าง ๆ บรรจุในภาชนะรูปคล้ายกระจาดแล้วทิ้งให้เป็นทาน. ปัจจุบันสิ่งของที่ให้เป็นทานอาจจะใส่ในถุงพลาสติกหรือวัสดุอื่นตามความเหมาะสม

          ส่วน เทกระจาด เป็นสำนวน ใช้เปรียบรถที่บรรทุกคนหรือสิ่งของจำนวนมาก เมื่อรถนั้นคว่ำ คนหรือสิ่งของตกลงมากระจัดกระจาย จึงเปรียบเหมือนเทกระจาด.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ที่ประชุม (๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ที่ประชุม

          ที่ประชุม ประกอบด้วยคำว่า ที่ กับคำว่า ประชุม. ที่ หมายถึง สถานที่. ประชุม หมายถึง รวมกัน. แต่เมื่อใช้ว่า ที่ประชุม จะมีความหมาย ๒ ความหมาย. ความหมายหนึ่ง หมายถึง สถานที่ที่จัดการประชุม เช่น เราต้องการประชุมพนักงานทั้งหมด จึงต้องหาที่ประชุมซึ่งจุพนักงานทั้งหมดได้. ที่ทำงานนี้คับแคบ ไม่มีที่ประชุมคณะทำงานเลย. ที่ประชุมในความหมายนี้อาจใช้ว่า ห้องประชุม ก็ได้.

          คำว่า ที่ประชุม อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง กลุ่มคนที่ร่วมประชุมกันเพื่อลงความเห็นหรือตกลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีลงมติให้ดำเนินการรับจำนำข้าวได้. ที่ประชุมคณะกรรมการจราจรแห่งชาติเห็นควรให้ปรับค่าโดยสารรถประจำทางใหม่. ที่ประชุมเลือกประธานคนใหม่แล้ว.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

นกกะปูด (๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑)

นกกะปูด

          นกกะปูด เป็นนกที่มีขนาดตัวไม่ใหญ่นัก ขนปีกสีน้ำตาลแดง ชอบเดินหาอาหารกินตามพื้นดินหรือตามชายน้ำ บินได้ในระยะสั้น ๆ. ชื่อนกกะปูดได้มาจากเสียงร้องซึ่งฟังว่า เป็นเสียง “ปูด ๆ” มักร้องเวลาที่น้ำขึ้นหรือน้ำลง. เสียงนกร้องทำให้คนรู้ว่าน้ำจะขึ้นหรือน้ำจะลง. นกนี้เดิมคงจะมีชื่อว่า นกปูด แต่ต่อมามีการแทรกเสียง อะ ระหว่างคำว่า นก กับ ปูด. นกปูด จึงกลายเป็น นกกะปูด.

          กาญจนาคพันธุ์สันนิษฐานว่าเสียงร้องปูด ๆ ใกล้กับคำว่า พูด จึงนำคำว่า ปูด มาหมายถึง พูด แต่ใช้เป็นคำเปรียบกับคำที่พูดเรื่องที่เป็นความลับ เปิดเผยเรื่องที่เขาต้องการให้ปกปิดเป็นความลับ เช่น แผนงานของบริษัทเราเป็นความลับทางการค้า อย่าเอาไปปูดให้บริษัทคู่แข่งรู้ทีเดียว. เรื่องนี้เป็นความลับ เธอรู้แล้วอย่าเอาไปปูดนะ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อธิปไตย (๒๑ กันยายน ๒๕๕๑)

อธิปไตย

          คำว่า อธิปไตย (อ่านว่า อะ-ทิบ-ปะ-ไต) หมายถึง อำนาจสูงสุดของรัฐที่จะใช้บังคับบัญชาภายในอาณาเขตของตน เช่น ไทยไม่ยอมเสียอธิปไตยให้ผู้ใด.

          คำ อธิปไตย นี้ ยืมจากคำบาลีว่า อธิปเตยฺย [อ่านว่า อะ-ทิ-ปะ-เตยฺ-ยะ] ซึ่งหมายความว่า ความเป็นใหญ่ยิ่ง. ใช้สมาสกับคำอื่นได้คำใหม่หลายคำ เช่น

          ประชาธิปไตย (อ่านว่า ปฺระ-ชา-ทิบ-ปะ-ไต) หมายถึง ระบอบการปกครองที่ใช้เสียงส่วนมากของประชาชนเป็นหลัก.

          เอกาธิปไตย (อ่านว่า เอ-กา-ทิบ-ปะ-ไต) หมายถึง ระบอบการปกครองที่คนคนเดียวเป็นใหญ่ ควบคุมการปกครองไว้ทั้งหมด.

          คณาธิปไตย (อ่านว่า คะ-นา-ทิบ-ปะ-ไต) หมายถึง ระบอบการปกครองที่คณะบุคคลเช่นคณะปฏิวัติเป็นใหญ่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.