ศักราช (๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ศักราช

          คำว่า ศักราช (อ่านว่า สัก-กะ-หฺราด) หมายถึง อายุเวลาซึ่งกำหนดตั้งขึ้นเป็นทางการ เริ่มแต่จุดใดจุดหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นที่หมายเหตุการณ์สำคัญ เรียงลำดับกันเป็นปี ๆ ไป เช่น พุทธศักราช ๑. พุทธศักราช ๒. พุทธศักราช ๓.

          ศักราชสำคัญ ๆ มีหลายศักราช ประเทศทางตะวันตกใช้คริสต์ศักราช. ไทยเราเคยใช้มหาศักราชและจุลศักราช ปัจจุบันใช้พุทธศักราช. ถ้าต้องการเปลี่ยนคริสต์ศักราชเป็นพุทธศักราชจะต้องบวกด้วย ๕๔๓. ถ้าต้องการเปลี่ยนมหาศักราชเป็นพุทธศักราชจะต้องบวกด้วย ๖๒๑. และถ้าต้องการเปลี่ยนจุลศักราชเป็นพุทธศักราช จะต้องบวกด้วย ๑๑๘๑

          คำว่า ศักราช มีความหมายโดยปริยายว่า ช่วงเวลาซึ่งเริ่มต้นเหตุการณ์สำคัญในชีวิตบุคคล เช่น เขาเริ่มศักราชของการทำงานหลังจากเรียนหนังสือจบ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มาก-มากมาย (๙ กันยายน ๒๕๕๑)

มาก-มากมาย

          คำว่า มาก หมายถึง หลาย ไม่น้อย เช่น มีคำทำนายว่าปีนี้น้ำมาก. วันนี้รถมาก การจราจรจึงติดขัดทุกสาย. แขกมากเกินไปเราก็รับรองไม่ไหว. ในสังคมปัจจุบัน คนที่มีมากต้องช่วยคนที่ขัดสนให้อยู่ได้.

          คำว่า มากมาย ก็มีความหมายว่า มาก แต่ มากมาย เป็นคำที่ใช้แต่เฉพาะในภาษาพูดและภาษาเขียนที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น เช่น ขนของอะไรมามากมาย. ซื้อขนมทำไมมากมายเปลืองเงินเปล่า ๆ. เธอจ่ายเงินไปมากมายซื้อของที่ไม่เป็นประโยชน์. ในภาษาระดับทางการใช้แต่คำว่า มาก ก็พอ เช่น ประโยคว่า ย่านนี้มีคนจีนอยู่มากมาย. ถ้าเป็นภาษาทางการควรใช้ว่า ย่านนี้มีคนจีนอยู่มาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุดไฟ-ติดไฟ-ตามไฟ (๘ กันยายน ๒๕๕๑)

จุดไฟ-ติดไฟ-ตามไฟ

          คำกริยาที่มีความหมายว่า ทำให้มีไฟ มีอยู่หลายคำ เช่น จุดไฟ ติดไฟ ตามไฟ. คำต่าง ๆ นี้แม้จะมีความหมายว่า ทำให้เกิดไฟ หรือ ทำให้มีไฟ เหมือนกัน แต่มีความต่างกันเล็กน้อย.

          คำว่า จุดไฟ หมายถึงใช้อุปกรณ์ทำให้เกิดไฟขึ้น เช่น ใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟที่เตาแก๊สเพื่อทำอาหาร.

          คำว่า ติดไฟ หมายถึง ทำให้ไฟติด นั่นคือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งลุกไหม้ขึ้น เช่น ถ่านไม่ดีติดไฟยาก. ฟืนแห้ง ๆ ติดไฟง่าย.

          คำว่า ตามไฟ เป็นคำเก่าหมายถึงการจุดไฟทิ้งไว้เป็นเวลานาน เช่น เวลากลางคืนซอยนี้เปลี่ยวมาก เจ้าหน้าที่จึงตามไฟไว้ที่ถนน. ในสมัยสงครามไม้ขีดไฟขาดแคลน แม่บ้านจุดไฟทำอาหารแล้วจะเก็บถ่านให้ตามไฟไว้ใช้สำหรับจุดไฟทำอาหารมื้อต่อไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ล่วงเวลา (๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ล่วงเวลา

          คำว่า ล่วงเวลา หมายความว่า เกินเวลา หรือนอกเวลาที่กำหนด เช่น ช่วงนี้มีงานมากพนักงานจึงต้องทำงานล่วงเวลากันทุกคน. การทำงานนอกเวลางานมักได้รับเงินค่าแรงพิเศษนอกจากค่าจ้างประจำ เรียกว่า ค่าล่วงเวลา. ปัจจุบันมีผู้นำคำภาษาอังกฤษว่า โอเว่อร์ไทม์ (overtime) มาใช้แทนคำไทย และบางทีใช้ย่อว่า โอที หรือ โอ ในความหมายว่า ทำงานล่วงเวลา เช่น วันนี้มีโอที. เดือนนี้รับค่าโอมาหลายร้อย

          การใช้คำภาษาต่างประเทศ หรือคำย่อภาษาต่างประเทศเช่นนี้ จะใช้ได้แต่ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น และเมื่อในภาษาไทยมีคำว่า ล่วงเวลา ใช้อยู่แล้ว ก็ควรใช้คำภาษาไทยมากกว่าใช้คำภาษาต่างประเทศ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สัสดี (๑๘ กันยายน ๒๕๕๑)

สัสดี

          คำว่า สัสดี (อ่านว่า สัด-สะ-ดี) เป็นคำเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่เกณฑ์คนเข้ารับราชการทหาร. ชายไทยทุกคนเมื่ออายุย่างเข้า ๑๘ ปี ในปีใด จะต้องไปขึ้นทะเบียนทหารภายในปีนั้น และเมื่ออายุย่างเข้า ๒๑ ปี จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกไปฝึกความเป็นทหาร เพื่อให้พร้อมที่จะทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติได้อย่างเต็มที่เมื่อถึงคราวจำเป็น. ผู้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการคัดชายหนุ่มเข้ารับราชการทหาร เดิมเป็นหน้าที่ของข้าราชการในกรมพระสุรัสวดี (อ่านว่า กฺรม-พระ-สุ-รัด-สะ-วะ-ดี). คำ สุรัสวดี สันนิษฐานว่ามาจากคำภาษาบาลีสันสกฤต สุร (อ่านว่า สุ-ระ) แปลว่า ผู้กล้า. กับคำว่า วติ (อ่านว่า วะ-ติ) แปลว่า รั้ว. รวมหมายถึง ผู้กล้าที่รวมกันเป็นรั้วของชาติ. ต่อมาคำว่า สุรัสวดี กร่อนเป็นคำว่า สัสดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.