มาก-มากมาย (๙ กันยายน ๒๕๕๑)

มาก-มากมาย

          คำว่า มาก หมายถึง หลาย ไม่น้อย เช่น มีคำทำนายว่าปีนี้น้ำมาก. วันนี้รถมาก การจราจรจึงติดขัดทุกสาย. แขกมากเกินไปเราก็รับรองไม่ไหว. ในสังคมปัจจุบัน คนที่มีมากต้องช่วยคนที่ขัดสนให้อยู่ได้.

          คำว่า มากมาย ก็มีความหมายว่า มาก แต่ มากมาย เป็นคำที่ใช้แต่เฉพาะในภาษาพูดและภาษาเขียนที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น เช่น ขนของอะไรมามากมาย. ซื้อขนมทำไมมากมายเปลืองเงินเปล่า ๆ. เธอจ่ายเงินไปมากมายซื้อของที่ไม่เป็นประโยชน์. ในภาษาระดับทางการใช้แต่คำว่า มาก ก็พอ เช่น ประโยคว่า ย่านนี้มีคนจีนอยู่มากมาย. ถ้าเป็นภาษาทางการควรใช้ว่า ย่านนี้มีคนจีนอยู่มาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จุดไฟ-ติดไฟ-ตามไฟ (๘ กันยายน ๒๕๕๑)

จุดไฟ-ติดไฟ-ตามไฟ

          คำกริยาที่มีความหมายว่า ทำให้มีไฟ มีอยู่หลายคำ เช่น จุดไฟ ติดไฟ ตามไฟ. คำต่าง ๆ นี้แม้จะมีความหมายว่า ทำให้เกิดไฟ หรือ ทำให้มีไฟ เหมือนกัน แต่มีความต่างกันเล็กน้อย.

          คำว่า จุดไฟ หมายถึงใช้อุปกรณ์ทำให้เกิดไฟขึ้น เช่น ใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟที่เตาแก๊สเพื่อทำอาหาร.

          คำว่า ติดไฟ หมายถึง ทำให้ไฟติด นั่นคือทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งลุกไหม้ขึ้น เช่น ถ่านไม่ดีติดไฟยาก. ฟืนแห้ง ๆ ติดไฟง่าย.

          คำว่า ตามไฟ เป็นคำเก่าหมายถึงการจุดไฟทิ้งไว้เป็นเวลานาน เช่น เวลากลางคืนซอยนี้เปลี่ยวมาก เจ้าหน้าที่จึงตามไฟไว้ที่ถนน. ในสมัยสงครามไม้ขีดไฟขาดแคลน แม่บ้านจุดไฟทำอาหารแล้วจะเก็บถ่านให้ตามไฟไว้ใช้สำหรับจุดไฟทำอาหารมื้อต่อไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ล่วงเวลา (๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑)

ล่วงเวลา

          คำว่า ล่วงเวลา หมายความว่า เกินเวลา หรือนอกเวลาที่กำหนด เช่น ช่วงนี้มีงานมากพนักงานจึงต้องทำงานล่วงเวลากันทุกคน. การทำงานนอกเวลางานมักได้รับเงินค่าแรงพิเศษนอกจากค่าจ้างประจำ เรียกว่า ค่าล่วงเวลา. ปัจจุบันมีผู้นำคำภาษาอังกฤษว่า โอเว่อร์ไทม์ (overtime) มาใช้แทนคำไทย และบางทีใช้ย่อว่า โอที หรือ โอ ในความหมายว่า ทำงานล่วงเวลา เช่น วันนี้มีโอที. เดือนนี้รับค่าโอมาหลายร้อย

          การใช้คำภาษาต่างประเทศ หรือคำย่อภาษาต่างประเทศเช่นนี้ จะใช้ได้แต่ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น และเมื่อในภาษาไทยมีคำว่า ล่วงเวลา ใช้อยู่แล้ว ก็ควรใช้คำภาษาไทยมากกว่าใช้คำภาษาต่างประเทศ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สัสดี (๑๘ กันยายน ๒๕๕๑)

สัสดี

          คำว่า สัสดี (อ่านว่า สัด-สะ-ดี) เป็นคำเรียกเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่เกณฑ์คนเข้ารับราชการทหาร. ชายไทยทุกคนเมื่ออายุย่างเข้า ๑๘ ปี ในปีใด จะต้องไปขึ้นทะเบียนทหารภายในปีนั้น และเมื่ออายุย่างเข้า ๒๑ ปี จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกไปฝึกความเป็นทหาร เพื่อให้พร้อมที่จะทำหน้าที่ป้องกันประเทศชาติได้อย่างเต็มที่เมื่อถึงคราวจำเป็น. ผู้ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการคัดชายหนุ่มเข้ารับราชการทหาร เดิมเป็นหน้าที่ของข้าราชการในกรมพระสุรัสวดี (อ่านว่า กฺรม-พระ-สุ-รัด-สะ-วะ-ดี). คำ สุรัสวดี สันนิษฐานว่ามาจากคำภาษาบาลีสันสกฤต สุร (อ่านว่า สุ-ระ) แปลว่า ผู้กล้า. กับคำว่า วติ (อ่านว่า วะ-ติ) แปลว่า รั้ว. รวมหมายถึง ผู้กล้าที่รวมกันเป็นรั้วของชาติ. ต่อมาคำว่า สุรัสวดี กร่อนเป็นคำว่า สัสดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

น้ำขึ้นให้รีบตัก (๗ กันยายน ๒๕๕๑)

น้ำขึ้นให้รีบตัก

          น้ำขึ้น หมายถึงเวลาที่น้ำในแม่น้ำลำคลองมีระดับสูงขึ้น. สมัยก่อนเราใช้น้ำในแม่น้ำลำคลองเพื่ออุปโภคบริโภค เมื่อถึงเวลาน้ำขึ้น น้ำจะเต็มฝั่งใสสะอาดและตักได้ง่าย แต่เวลาน้ำลง น้ำจะแห้งขอดและขุ่นเพราะโคลนตมที่ก้นท้องน้ำ เราจึงมักรีบตักน้ำไว้ใช้เมื่อน้ำกำลังขึ้น. ทำให้เกิดสำนวนว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก. น้ำขึ้นในที่นี้หมายถึงโอกาสที่มาถึง. คำว่า ให้ บอกความบังคับหรือแนะนำแกมบังคับ. สำนวนนี้จึงมีความหมายว่า เมื่อมีโอกาสหรือเมื่อโอกาสมาถึงก็จงรีบทำ เช่น ตอนนี้ข้าวกำลังราคาดี รีบขายเสียให้หมดยุ้งเถอะ อย่ามัวกักตุนไว้เลย น้ำขึ้นให้รีบตัก ถ้าน้ำลงแล้วจะพลาดโอกาส. นอกจากนั้นยังมีความหมายว่า ใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีมาให้ได้มากที่สุด เช่น ดาราคนนี้ถือคติน้ำขึ้นให้รีบตัก เห็นว่าตนเองกำลังเป็นที่นิยมก็ต้องรีบรับงานแสดงมาก ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.