น้ำขึ้นให้รีบตัก (๗ กันยายน ๒๕๕๑)

น้ำขึ้นให้รีบตัก

          น้ำขึ้น หมายถึงเวลาที่น้ำในแม่น้ำลำคลองมีระดับสูงขึ้น. สมัยก่อนเราใช้น้ำในแม่น้ำลำคลองเพื่ออุปโภคบริโภค เมื่อถึงเวลาน้ำขึ้น น้ำจะเต็มฝั่งใสสะอาดและตักได้ง่าย แต่เวลาน้ำลง น้ำจะแห้งขอดและขุ่นเพราะโคลนตมที่ก้นท้องน้ำ เราจึงมักรีบตักน้ำไว้ใช้เมื่อน้ำกำลังขึ้น. ทำให้เกิดสำนวนว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก. น้ำขึ้นในที่นี้หมายถึงโอกาสที่มาถึง. คำว่า ให้ บอกความบังคับหรือแนะนำแกมบังคับ. สำนวนนี้จึงมีความหมายว่า เมื่อมีโอกาสหรือเมื่อโอกาสมาถึงก็จงรีบทำ เช่น ตอนนี้ข้าวกำลังราคาดี รีบขายเสียให้หมดยุ้งเถอะ อย่ามัวกักตุนไว้เลย น้ำขึ้นให้รีบตัก ถ้าน้ำลงแล้วจะพลาดโอกาส. นอกจากนั้นยังมีความหมายว่า ใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีมาให้ได้มากที่สุด เช่น ดาราคนนี้ถือคติน้ำขึ้นให้รีบตัก เห็นว่าตนเองกำลังเป็นที่นิยมก็ต้องรีบรับงานแสดงมาก ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ฮาเร็ม (๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑)

ฮาเร็ม

          ฮาเร็ม ใช้หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของบรรดานางสนมของพระมหากษัตริย์  ผู้มีอำนาจหรือเศรษฐีที่เป็นชาวอาหรับ.   คำว่า ฮาเร็ม เป็นคำภาษาอังกฤษที่รับมาจากภาษาอาหรับ  ว่า ฮารอม แปลว่า ห้าม ต้องห้าม. ตรงข้ามกับคำว่า  ฮาลาล  ซึ่งแปลว่า อนุมัติ. ฮาเร็ม หมายถึงสถานที่ที่ผู้หญิงอยู่ ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับชายอื่น.  คำว่า ฮาเร็มในภาษาไทยจะรับผ่านมาทางภาษาอังกฤษ  หรือรับโดยตรงจากภาษาอาหรับไม่อาจทราบได้.  ในภาษาไทย คำว่า ฮาเร็ม มักใช้หมายถึงสถานที่ซึ่งเป็นของพระราชา  ผู้มีอำนาจ หรือ เศรษฐี  และมีหญิงสาวสวย ๆ ซึ่งเป็นนางบำเรอของชายผู้เป็นเจ้าของสถานที่นั้น.  สาว ๆ สวย ๆ ในฮาเร็มเป็นที่ต้องห้าม   ไม่ให้ผู้ใดมายุ่งเกี่ยวด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขวาก-ขวากหนาม (๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๑)

ขวาก-ขวากหนาม

          ขวาก หมายถึงไม้หรือเหล็กเป็นต้น มีปลายแหลมสำหรับปักหรือโปรยเพื่อดักหรือให้ตำผู้ผ่านเข้าไป. ในสมัยก่อน ขวาก ใช้ในการรบ ทำให้ข้าศึกล่วงล้ำแดนเข้ามาได้ยาก ข้าศึกจะต้องถอนขวากเสียก่อนจึงจะบุกเข้าไปได้

          คำว่า ขวาก ใช้ซ้อนกับคำว่า หนาม เป็น ขวากหนาม. หนาม หมายถึง ส่วนแหลม ๆ ที่งอกออกจากต้นหรือกิ่งของไม้บางชนิด เช่น หนามงิ้ว หนามกุหลาบ. ทั้งขวากและหนามเป็นอุปสรรคแก่การสัญจร ทำให้ไปถึงจุดหมายปลายทางล่าช้าหรือไปได้ยาก. คำว่า ขวากหนาม จึงหมายถึง อุปสรรค เครื่องขัดขวาง. มักใช้ซ้อนกับคำว่า อุปสรรค เป็น อุปสรรคขวากหนาม เช่น แม้จะมีอุปสรรคขวากหนามสักเพียงไร เขาก็ไม่ย่อท้อ ทำให้ฟันฝ่าไปได้จนประสบความสำเร็จในที่สุด

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

เจอ-พบ (๗ ตุลาคม ๒๕๕๑)

เจอ-พบ

          เจอ แปลว่า พบ ปะ. เป็นคำที่ใช้ในภาษาพูด ไม่นิยมใช้ในภาษาเขียนหรือภาษาทางการ ถ้าเป็นภาษาเขียนหรือภาษาทางการจะใช้คำว่า พบ เช่น นักเรียนพบครูก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมด้วยความเคารพ. ครูพบนักเรียนแต่งกายไม่เรียบร้อยจึงเรียกมาตักเตือน.

          คำว่า เจอ บางทีใช้ว่า เจอะ ก็มี เช่น ไปเจอะเพื่อนกลางทางจึงยืนคุยกัน. คือว่า เจอ และ เจอะ นอกจากจะใช้ในภาษาพูดแล้ว ยังพบในสำนวนอีกด้วย เช่น เธอไปยั่วโมโหคุณพ่อ เดี๋ยวก็เจอดีหรอก. เขาไปมองหน้าพวกอันธพาลจึงเจอดี. เจอดี เป็นสำนวน มีความหมายว่า ได้รับผลร้าย ได้รับอันตราย ได้รับคำตำหนิ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

โฆษณา (๒๖ กันยายน ๒๕๕๑)

โฆษณา

          โฆษณา (อ่านว่า โคด-สะ-นา) แปลว่า ป่าวประกาศ เผยแพร่ข้อความไปยังสาธารณชน. เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า โฆสณา (อ่านว่า โค-สะ-นา) แปลว่า ป่าวร้อง แจ้งให้ทราบ. ในภาษาไทยมักใช้ในการประกาศเพื่อประโยชน์ในทางการค้า เป็นการประกาศเพื่อเชิญชวนให้ซื้อสินค้า. คำว่า โฆษณา ในภาษาไทย จึงมีนัยความหมายว่า ประกาศคุณภาพของสินค้า เช่น ในสมัยหนึ่ง องค์กรซึ่งมีหน้าที่ประกาศข่าวสารของทางราชการ มีชื่อว่า กรมโฆษณาการ ปัจจุบันคือ กรมประชาสัมพันธ์. กรมโฆษณาการ จะประกาศคุณภาพของสินค้าก่อนปิดสถานี จึงใช้คำว่า “โฆษณาสินค้าแล้วปิดสถานี”

          ปัจจุบันใช้ในความหมายว่า ชวนให้เชื่อ โดยบอกแต่สิ่งดี เช่น ฉันรู้แล้วว่าผ้าไหมไทยเดี๋ยวนี้รักษาง่าย สีไม่ตก คุณไม่ต้องมาโฆษณาหรอก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สั่งสม-สะสม (๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑)

สั่งสม-สะสม

          คำว่า สะสม กับ สั่งสม มีความหมายเหมือนกัน คือหมายถึง รวบรวมให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ. อย่างไรก็ตาม คำ ๒ คำนี้ใช้ต่างกันอยู่บ้าง. สะสม มักใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น เขาสะสมแสตมป์เป็นงานอดิเรก. พ่อแม่สะสมเงินทองไว้เพื่ออนาคตของลูก. กองทัพสะสมไพร่พลและเสบียงอาหารไว้ทำศึกเมื่อพ้นฤดูฝน

          สั่งสม มักใช้กับนามธรรม เช่น พระโพธิสัตว์สั่งสมบารมีไว้หลายภพหลายชาติ. เขาเชี่อว่าเขาผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ด้วยบุญกุศลที่สั่งสมมานาน. ศิลปะการทำถมเงินถมทองเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

อยาก-ต้องการ (๖ ตุลาคม ๒๕๕๑)

อยาก-ต้องการ

          อยาก มีความหมายว่า มีความรู้สึกต้องการ เป็นคำที่มีคำกริยาอื่นเพื่อระบุสิ่งที่ต้องการมาต่อท้าย ทำให้ได้ความสมบูรณ์ว่าต้องการทำอะไร เช่น อยากอ่านหนังสือ. อยากนอนพักผ่อน. อยากไปดูหนัง. อยากได้เงิน. อยากได้บ้านสักหลัง. อยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี.

          คำว่า อยาก ถือเป็นคำที่ใช้ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการหรือในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการหรือใช้เฉพาะในหมู่คนที่สนิทสนมกันเท่านั้น ในภาษาเขียนหรือภาษาทางการ จะใช้คำสุภาพว่า ต้องการ ประสงค์ หรือปรารถนา เช่น ต้องการอ่านหนังสือ. ประสงค์ตำแหน่งรัฐมนตรี. ประสงค์จะช่วยเหลือเด็ก. ปรารถนาจะให้ประเทศไทยมีความสงบสุข.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.