พริตตี้ (๑ มีนาคม ๒๕๕๐)

พริตตี้

          คำว่า พริตตี้ หมายถึง หญิงสาวหรือชายหนุ่มที่มีหน้าตา รูปร่าง และบุคลิกดี  ทำหน้าที่นำเสนอสินค้า โดยเฉพาะรถยนต์ที่เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ โดยชักชวนผู้สนใจให้แวะชมและอธิบายหรือตอบคำถามต่าง ๆ  คำว่า พริตตี้ มาจากคำภาษาอังกฤษว่า pretty (สะกดว่า พี-อาร์-อี-ดับเบิ้ลที-วาย อ่านว่า พฺริ้ต-ตี้) ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์แปลว่า “สวย” เช่นในประโยค She is a pretty girl. แปลว่า เธอเป็นผู้หญิงสวย แต่เมื่อมาใช้ในภาษาไทยได้กลายเป็นคำนามและความหมายเปลี่ยนไป  ดังในตัวอย่างว่า พริตตี้ของรถยี่ห้อนี้สวยโดดเด่นอาชีพพริตตี้เป็นที่ปรารถนาของวัยรุ่นหลายคน.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

แพรก (๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)

แพรก

          คำว่า “แพรก” มีความหมาย ๒ อย่าง ความหมายอย่างแรกเป็นชื่อหญ้าชนิดหนึ่ง คือ หญ้าแพรก ซึ่งคนไทยโดยทั่วไปรู้จักกันดี ความหมายอย่างที่ ๒ คือ ทางแยกของลำน้ำ ทำนองเดียวกับคำว่า ”แพร่ง” ซึ่งเป็นทางแยกบนบก

          เราจะพบคำว่า “แพรก” ในชื่อสถานที่บางแห่ง เช่น ปากแพรก เป็นชื่อตำบลในอำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อนี้หมายถึงบริเวณปากทางแยกที่จะไปตามลำน้ำแควใหญ่ได้สายหนึ่งและตามลำน้ำแควน้อยได้อีกสายหนึ่ง บริเวณนั้นถ้ามองในแง่ว่า เป็นจุดที่แม่น้ำ ๒ สายไหลมาบรรจบกันก็ตรงกับความหมายของคำว่า “สบ” (เขียน ส เสือ บ ใบไม้ อ่านว่า สบ) แต่ในที่นี้มองในแง่ของเส้นทางเดินทางที่เป็นทางแยกของลำน้ำ จึงใช้คำว่า “แพรก”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.


ผีพุ่งไต้ (๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)

ผีพุ่งไต้

          ในเวลากลางคืนเดือนมืด บางครั้งเรามองเห็นวัตถุในท้องฟ้าพุ่งผ่านไปในอากาศอย่างรวดเร็ว คล้ายดวงไฟสุกสว่าง แล้วดับหายไป คนโบราณเรียกว่า “ผีพุ่งไต้” (คำว่า ไต้ ใช้สระไอไม้มลาย) ส่วนคนปัจจุบันเรียกว่า “ดาวตก” หรือ “อุกกาบาต” (อ่านว่า อุก-กา-บาด) ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีสันสกฤตว่า “อุกฺกา” กับคำว่า “บาต”. อุกฺกา แปลว่า คบเพลิง ส่วน บาต แปลว่า ตก. อันที่จริงคำว่า ผีพุ่งไต้ เป็นคำที่เหมาะสม เพราะในสมัยโบราณเราใช้ไต้สำหรับจุดไฟให้แสงสว่างหรือทำเชื้อเพลิง เมื่อเกิดมีดาวตกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ก็เลยตั้งชื่อให้ว่า ผีพุ่งไต้ หมายถึง คบไฟหรือดวงไฟที่ผีพุ่งผ่านไปในท้องฟ้า.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บูกิต (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)

บูกิต

          คำว่า บูกิต เป็นคำภาษามลายู หมายถึง ภูเขา ไทยรับเอาคำนี้มาใช้เรียกชื่อสถานที่หลายแห่งในภาคใต้ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา เช่น บ้านบูกิตจือแร ที่ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส.

          คำว่า บูกิต บางทีก็เพี้ยนเสียงไปเป็น บูเกะ หรือ บูเก๊ะ เช่น ชื่อบ้านบูเกะบือราแง ที่ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และชื่อภูเขาบูเก๊ะบูลือยอ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสกับอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา.

          ที่น่าสนใจคือ ชื่อจังหวัดภูเก็ต ก็สันนิษฐานว่าเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า บูกิต เช่นกัน เพราะที่จังหวัดนั้นมีภูเขาตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองด้วย เผอิญเสียงที่เพี้ยนไปนี้มีคำว่า ภู ซึ่งในภาษาไทยหมายถึง ภูเขา จึงมีความหมายเข้ากันได้พอดี.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คนหลังเขา (๗ มีนาคม ๒๕๕๐)

คนหลังเขา

          คนหลังเขา หมายถึง คนที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร คนโง่เซ่อ เพราะอยู่ไกลถึงหลังเขา แต่โบราณมาคนที่อยู่ป่าอยู่เขามักจะไม่ได้รับข่าวสาร ไม่รู้เรื่องความเป็นไปของบ้านเมือง ไม่ได้รับความรู้ทางวิทยาการหรือเทคโนโลยีใด ๆ ไม่ทราบความก้าวหน้าของโลก ก็เป็นคนที่ล้าหลังไม่ทันคนอยู่แล้วยิ่งถ้าอยู่หลังเขาก็ยิ่งไกลออกไปอีก ความไม่รู้ ไม่ทันคน ไม่ทันความก้าวหน้าของโลกก็ยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ 

          สรุปว่า คนหลังเขา คือคนที่โง่เพราะไม่รู้ เช่น คุณไม่คิดตามข่าวคราว ไม่เรียนรู้วิทยาการอะไร ก็จะเป็นคนหลังเขา


ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ม่อน (๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)

ม่อน

          คำว่า ม่อน เป็นคำภาษาถิ่นภาคเหนือ หมายถึง ภูเขา หรือ เนินเขา ส่วนมากเป็นภูเขาหรือเนินเขาที่มีขนาดไม่สูงใหญ่มากนัก หากเป็นภูเขาขนาดสูงใหญ่มักใช้คำว่า “ดอย”

          ตัวอย่างของสถานที่ซึ่งมีคำว่า “ม่อน” ประกอบ ได้แก่ ม่อนเปี๊ยะ เป็นภูเขาในตำบลแม่สาย อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ สูง ๖๖๐ เมตร ม่อนวัด เป็นภูเขาในตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย สูง ๙๐๐ เมตร ม่อนข้าวหลาม เป็นภูเขาในตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สูงเพียง ๕๐๓ เมตร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

ตระพัง (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)

  ตระพัง

         คำว่า ตระพัง มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรว่า “ตรฺพำง” (อ่านว่า ตรอเปียง) แปลว่า บ่อหรือสระน้ำที่ขุดขึ้นไทยเรารับเอาคำนี้มาใช้ในความหมายเดียวกัน แต่แปลงเป็นหลายรูปแบบ เช่น ตระพัง ตะพัง สะพัง กะพัง หรือ พัง. ส่วนใหญ่เป็นชื่อของสระน้ำในบริเวณสถานที่ หรือโบราณสถานที่เคยได้รับอิทธิพลจากขอมหรือเขมรโบราณ เช่น ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ ๔ แห่ง เรียกชื่อว่า ตระพังเงิน ตระพังทอง ตระพังสอ และตระพังตะกวน ในเขตอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ก็มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง เรียกชื่อว่า สะพังนาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
 

โคโยตี้ (๕ มีนาคม ๒๕๕๐)

โคโยตี้

          คำว่า โคโยตี้ หมายถึง การเต้นรำท่าทางยั่วยวนที่ผู้เต้นคิดท่าเอง และอาจหมายถึงผู้หญิงสาวที่หารายได้จากการเต้นรำดังกล่าวด้วย คำนี้มาจากคำภาษาอังกฤษว่า c-o-y-o-t-e (ซี-โอ-วาย-โอ-ที-อี)อ่านออกเสียงไม่เหมือนกับในภาษาไทย คือแบบอังกฤษออกเสียงว่า คอยโย้ต หรือ แบบอเมริกันออกเสียงว่า คายโยตี้ ซึ่งมีความหมายว่า หมาป่าชนิดหนึ่ง คำนี้แรกเริ่มเป็นคำในภาษาอินเดียนแดงเผ่านะว้าทึ่ล (Nahuatl) ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณประเทศเม็กซิโก ออกเสียงว่า คอ-ยอ-ตึ้ล แปลว่า สุนัขร้องเพลง ภาษาสเปนถิ่นเม็กซิโกยืมคำนี้มาใช้ และภาษาอังกฤษในอเมริกายืมมาจากสเปนอีกต่อหนึ่ง ความหมายก็เปลี่ยนไปจากสุนัขร้องเพลง เป็นหมาป่า เข้าใจว่าคำ โคโยตี้ ในภาษาไทยมาจากชื่อภาพยนตร์อเมริกันเรื่อง “Coyote Ugly” (โค-โย-ตี้-อั๊ก-ลี่).

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.