ถ่ายทอด (๓๐ มกราคม ๒๕๕๒)

ถ่ายทอด

          ถ่ายทอด ประกอบด้วยคำว่า ถ่าย กับ ทอด. ถ่าย แปลว่า เอาออกจากที่หนึ่งไปไว้หรือใส่อีกที่หนึ่ง เช่น คุณแม่ถ่ายแกงที่เพื่อนบ้านนำมาให้ใส่ถ้วยไว้. ถ่าย หมายความว่า เอาของหรือคนที่อยู่ในที่หนึ่งไปใส่ในอีกที่หนึ่งก็ได้ เช่น ถ่ายของจากกระเป๋าใบหนึ่งไปใส่อีกใบหนึ่ง. รถเสียกลางทางจึงต้องถ่ายคนไปใช้รถอีกคันหนึ่ง. ถ่ายเลือด หมายความว่า เอาเลือดเสียหรือเลือดที่ไม่ดีออก แล้วเอาเลือดดีใส่แทน

          ทอด ความหมายหนึ่งหมายถึง พาดจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง. ถ่ายทอด เป็นคำประสม หมายความว่า นำเรื่องราวจากคนหนึ่ง หรือที่หนึ่งไปเล่าให้อีกคนหนึ่งทราบ เช่น เขาถ่ายทอดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาให้ทหารทุกหน่วยทราบ. เขาถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้ของชนชั้นกรรมกรในประเทศจีน มาเป็นนวนิยาย. นอกจากนี้ การกระจายเสียงและแพร่ภาพทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่รับจากสถานีหนึ่งมาแพร่ออกไป ก็เรียกว่า ถ่ายทอด เช่น มีการถ่ายทอดการประชุมวิชาการของราชบัณฑิตยสถาน. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ่ายทอดการอภิปรายของสภาวิจัยไปทั่วประเทศ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๓๐ น.

บริการ (๑๙ มกราคม ๒๕๕๒)

บริการ

          คำว่า บริการ  เป็นคำกริยา แปลว่า ปฏิบัติรับใช้  ให้ความสะดวกต่าง ๆ เช่น  โรงแรมนี้บริการลูกค้าดีมาก.  ใช้เป็นคำนามก็ได้ เช่น หน่วยงานของเราต้องการให้ผู้ที่มาใช้บริการที่นี่ได้รับความสะดวกสบายทุกประการ. ใช้เป็นคำนามว่า การบริการ ก็ได้ เช่น การบริการลูกค้าของบริษัทเราตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสะดวกสบายและให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด.   คำว่า บริการ เป็นคำที่สร้างขึ้นจากคำภาษาบาลีว่า ปริกร (อ่านว่า ปะ-ริ-กะระ) แปลว่า ผู้ช่วย บริวาร และแปลว่า  สิ่งที่ช่วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กรู-พรู (๘ มกราคม ๒๕๕๒)

กรู-พรู

          คำว่า กรู และ พรู ต่างหมายถึงเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันโดยเร็วเป็นจำนวนมาก. แต่ความหมายก็ต่างกันอยู่บ้าง คือ กรู แสดงการเคลื่อนที่ซึ่งมักมีจุดมุ่งหมาย เช่น พอประตูห้างสรรพสินค้าเปิด นักซื้อของลดราคาก็กรูกันเข้าไป. เด็ก ๆ วิ่งกรูกันไปรับของแจกที่กลางสนาม.

          ส่วน พรู แสดงการเคลื่อนที่ออกมาพร้อม ๆ กัน แล้วกระจายออกไป ซึ่งมักไม่มีจุดหมาย เช่น พอได้ยินเสียงตะโกนว่าไฟไหม้ ฝูงชนก็วิ่งพรูออกจากโรงละคร. เด็กน้อยน้ำตาร่วงพรูเมื่อได้ยินว่าจะไม่ให้ไปเที่ยว. ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรูตามแรงลมกระโชก

          คำว่า พรู ใช้ขยายคำกริยาเท่านั้น ส่วนคำว่า กรู ใช้เป็นคำกริยาก็ได้ ใช้ขยายคำกริยาก็ได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

แม่ย่านาง (๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๑)

แม่ย่านาง

          แม่ย่านาง เป็นคำเรียกเทวดาผู้หญิงที่อยู่ประจำเรือ เรื่องนี้อาจมาจากในสมัยก่อน ใช้ไม้ซุงขนาดใหญ่มาขุดเป็นเรือ โดยเฉพาะไม้ตะเคียนที่มีเนื้อเหนียวและผุยาก. ต้นตะเคียนนั้นคนไทยเชื่อว่ามีนางไม้หรือรุกขเทวดาผู้หญิงสถิตอยู่ เมื่อนำมาขุดเป็นเรือ ก็ต้องเชิญเทวดานั้นมาคุ้มครองเรือและเจ้าของเรือ โดยสถิตอยู่ที่หัวเรือ. หัวเรือ จึงเป็นที่หวงห้าม ไม่ให้ผู้ใดเหยียบ มีเครื่องบูชาเป็นพวงมาลัยหรือผ้าแดงผูกหัวเรือและมีพิธีเซ่นไหว้. คำว่า แม่ย่า พ่อปู่ เป็นคำเรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ จึงเรียกนางไม้นั้นอย่างเคารพว่า แม่ย่านาง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บริกร (๑๘ มกราคม ๒๕๕๒)

บริกร

          คำว่า บริกร เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า ปริกร (อ่านว่า ปะ-ริ-กะระ) แปลว่า ผู้ที่ช่วย คนรับใช้ และหมายถึงสิ่งที่ช่วยด้วย.  ในภาษาไทย คำว่า บริกร ใช้หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ผู้อื่นในหน้าที่ต่าง ๆ เช่น ในการเดินทางทางอากาศ มีผู้ทำหน้าที่เป็นบริกรคอยดูแลให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกสบาย. บริกรในร้านอาหารรับคำสั่งอาหารต่างๆจากลูกค้าไปให้พ่อครัวและนำอาหารมาเสิร์ฟลูกค้า.  การทำงานของบริกร  เรียกว่า บริการ  เช่น  บริกรร้านนี้บริการลูกค้าดีมาก  ลูกค้าจึงพอใจมาอุดหนุนและรับบริการกันมาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กะพง (๗ มกราคม ๒๕๕๒)

กะพง

          คำว่า กะพง มี ๒ ความหมาย

          ความหมายแรก คือ ปลาชนิดหนึ่ง ลำตัวหนา แบนข้างเล็กน้อย หัวโตลาดลงมาจากด้านหลัง ตาค่อนข้างโต ปากกว้าง เช่น กะพงแดง  กะพงขาว กะพงลาย

          ความหมายที่ ๒ คือ หอยทะเลกาบคู่ชนิดหนึ่ง ยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร เปลือกบางยาวรี สีเขียว มีลายเป็นเส้นสีน้ำตาล  อาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเลที่เป็นเลนปนทราย โดยยึดติดกันเป็นกระจุกหรือแผ่เป็นแผ่นใหญ่. หอยกะพง นิยมนำมาทำเป็นอาหารโดยผัดกับใบโหระพา

          ขอให้สังเกตว่า พยางค์แรกของคำว่า กะพง เขียน กะ  ไม่มี ร ควบ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.