สารบรรณ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๒)

สารบรรณ

          คำว่า สารบรรณ (อ่านว่า สา-ระ-บัน) ประกอบด้วยคำว่า สาร (อ่านว่า สา-ระ) แปลว่า  เนื้อความ หนังสือ.  กับคำว่า บรรณ (อ่านว่า บัน-นะ)  แปลว่า แผ่น หนังสือ. เมื่อรวมเป็น สารบรรณ  ใช้แปลว่า  หนังสือที่เป็นหลักฐาน.  เป็นคำที่ใช้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวกับการจัดการเอกสาร  จดหมายหรือหนังสือสำคัญทางราชการซึ่งหน่วยงานทุกแห่งจำเป็นต้องมี เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ชัดเจน แน่นอน.  เจ้าหน้าที่สารบรรณมีหน้าที่จัดทำ รับ ส่ง และเก็บรักษาเอกสารที่ใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินงานขององค์กร ตลอดจนสืบค้น และบริการให้แก่ผู้ต้องการใช้เอกสารนั้นๆด้วย. งานสารบรรณต้องมีระเบียบปฏิบัติที่เป็นระบบ งานสารบรรณของสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้นแบบของการจัดงานสารบรรณของทุกกระทรวง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สภาพคล่อง คือสภาพอะไร (๓๑ มกราคม ๒๕๕๒)

สภาพคล่อง คือสภาพอะไร

          สภาพคล่อง เป็นคำที่ใช้เสมอ ๆ ในทางเศรษฐศาสตร์และการธนาคาร. พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงบัญญัติขึ้นเพื่อให้ตรงกับคำภาษาอังกฤษ liquidity ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕

          สภาพคล่อง หมายถึง ความสามารถที่ทรัพย์สินใด ๆ จะเปลี่ยนสภาพเป็นเงินสด. ทรัพย์สินใดที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายและรวดเร็ว ถือว่าทรัพย์สินนั้นมีสภาพคล่องสูง. ดังนั้นกิจการหรือสถาบันใดที่มีทรัพย์สินที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายเป็นจำนวนมาก กิจการหรือสถาบันการเงินนั้นจะมีสภาพคล่องสูง เช่น ผลกระทบจากการขาดสภาพคล่องของระบบสถาบันการเงินและระบบการเงินโลก อาจมีผลกระทบต่อสภาพคล่องของประเทศอื่น. ระบบการเงินไทยยังไม่ขาดสภาพคล่อง เพราะเงินบาทในตลาดมีจำนวนมาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บริขาร (๒๐ มกราคม ๒๕๕๒)

บริขาร

          คำว่า บริขาร เป็นคำเรียกเครื่องใช้สอยของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา  มี ๘ อย่าง  ได้แก่ สบงคือผ้านุ่ง  จีวร คือผ้าสำหรับห่ม  สังฆาฎิคือผ้าทาบ เป็นจีวรสำรองอีกผืนหนึ่ง  บาตร  มีดโกนพร้อมทั้งหินลับมีด เข็มพร้อมทั้งกล่องเข็มและด้าย  ประคดเอวคือผ้าคาดเอว และกระบอกกรองน้ำ.   เครื่องใช้ ๘ อย่างนี้จัดเป็นของจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับพระภิกษุ.  ด้วยเหตุที่เป็นของใช้ ๘ อย่าง จึงเรียกว่า อัฐบริขาร (อ่านว่า อัด-ถะ-บอ-ริ-ขาน) ก็ได้    และด้วยเหตุที่เป็นของใช้สำหรับสมณะ จึงเรียกว่า สมณบริขาร (สะมะ-นะ บอ-ริ-ขาน)   ด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ถ่ายทอด (๓๐ มกราคม ๒๕๕๒)

ถ่ายทอด

          ถ่ายทอด ประกอบด้วยคำว่า ถ่าย กับ ทอด. ถ่าย แปลว่า เอาออกจากที่หนึ่งไปไว้หรือใส่อีกที่หนึ่ง เช่น คุณแม่ถ่ายแกงที่เพื่อนบ้านนำมาให้ใส่ถ้วยไว้. ถ่าย หมายความว่า เอาของหรือคนที่อยู่ในที่หนึ่งไปใส่ในอีกที่หนึ่งก็ได้ เช่น ถ่ายของจากกระเป๋าใบหนึ่งไปใส่อีกใบหนึ่ง. รถเสียกลางทางจึงต้องถ่ายคนไปใช้รถอีกคันหนึ่ง. ถ่ายเลือด หมายความว่า เอาเลือดเสียหรือเลือดที่ไม่ดีออก แล้วเอาเลือดดีใส่แทน

          ทอด ความหมายหนึ่งหมายถึง พาดจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง. ถ่ายทอด เป็นคำประสม หมายความว่า นำเรื่องราวจากคนหนึ่ง หรือที่หนึ่งไปเล่าให้อีกคนหนึ่งทราบ เช่น เขาถ่ายทอดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาให้ทหารทุกหน่วยทราบ. เขาถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้ของชนชั้นกรรมกรในประเทศจีน มาเป็นนวนิยาย. นอกจากนี้ การกระจายเสียงและแพร่ภาพทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ที่รับจากสถานีหนึ่งมาแพร่ออกไป ก็เรียกว่า ถ่ายทอด เช่น มีการถ่ายทอดการประชุมวิชาการของราชบัณฑิตยสถาน. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ่ายทอดการอภิปรายของสภาวิจัยไปทั่วประเทศ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๓๐ น.

บริการ (๑๙ มกราคม ๒๕๕๒)

บริการ

          คำว่า บริการ  เป็นคำกริยา แปลว่า ปฏิบัติรับใช้  ให้ความสะดวกต่าง ๆ เช่น  โรงแรมนี้บริการลูกค้าดีมาก.  ใช้เป็นคำนามก็ได้ เช่น หน่วยงานของเราต้องการให้ผู้ที่มาใช้บริการที่นี่ได้รับความสะดวกสบายทุกประการ. ใช้เป็นคำนามว่า การบริการ ก็ได้ เช่น การบริการลูกค้าของบริษัทเราตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสะดวกสบายและให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด.   คำว่า บริการ เป็นคำที่สร้างขึ้นจากคำภาษาบาลีว่า ปริกร (อ่านว่า ปะ-ริ-กะระ) แปลว่า ผู้ช่วย บริวาร และแปลว่า  สิ่งที่ช่วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กรู-พรู (๘ มกราคม ๒๕๕๒)

กรู-พรู

          คำว่า กรู และ พรู ต่างหมายถึงเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันโดยเร็วเป็นจำนวนมาก. แต่ความหมายก็ต่างกันอยู่บ้าง คือ กรู แสดงการเคลื่อนที่ซึ่งมักมีจุดมุ่งหมาย เช่น พอประตูห้างสรรพสินค้าเปิด นักซื้อของลดราคาก็กรูกันเข้าไป. เด็ก ๆ วิ่งกรูกันไปรับของแจกที่กลางสนาม.

          ส่วน พรู แสดงการเคลื่อนที่ออกมาพร้อม ๆ กัน แล้วกระจายออกไป ซึ่งมักไม่มีจุดหมาย เช่น พอได้ยินเสียงตะโกนว่าไฟไหม้ ฝูงชนก็วิ่งพรูออกจากโรงละคร. เด็กน้อยน้ำตาร่วงพรูเมื่อได้ยินว่าจะไม่ให้ไปเที่ยว. ดอกจันทน์กะพ้อร่วงพรูตามแรงลมกระโชก

          คำว่า พรู ใช้ขยายคำกริยาเท่านั้น ส่วนคำว่า กรู ใช้เป็นคำกริยาก็ได้ ใช้ขยายคำกริยาก็ได้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.