วิสัย (๒๗ มกราคม ๒๕๕๒)

วิสัย

          วิสัย เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า วิสย (อ่านว่า วิ-สะ-ยะ) แปลว่า ความสามารถ เช่น ทัศนวิสัย หมายถึง ความสามารถที่จะมองเห็นไปได้ไกลเพียงใด และมักหมายถึงขอบเขตของการมองว่าไปไกลหรือไม่ เช่น วันนี้หมอกลงจัด ทัศนวิสัยไกลเพียง ๓๐ เมตร. วิสัย จึงมีนัยความหมายถึง ขอบเขตของความสามารถนั้น ๆ ด้วย เช่น เขามีรายได้อยู่ในวิสัยที่จะเลี้ยงครอบครัวได้. การงานอย่างนี้เหลือวิสัยที่เขาจะทำได้เพียงลำพัง.

          คนเรามีความสามารถไม่เท่ากัน บางคนมีความสามารถมาก บางคนมีความสามารถน้อย วิสัยจึงใช้หมายถึงความสามารถในลักษณะที่เป็นปรกติประจำตัวของมนุษย์และสัตว์ และหมายถึงลักษณะของมนุษย์หรือสัตว์โดยทั่วไป เช่น เขาเป็นคนมีความโหดร้ายผิดวิสัยมนุษย์. ความอดทนของเขาเกินวิสัยมนุษย์ปรกติ. วิสัยสัตว์ย่อมจะต้องเอาตัวรอดเมื่อมีภัย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

แม่รับ (๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๑)

แม่รับ

          แม่รับ คือ ช้างพังที่คอยช่วยเหลือแม่ช้างในเวลาตกลูก. ในธรรมชาติที่ช้างอยู่กันเป็นฝูงหรือผู้เลี้ยงช้างมีช้างหลายเชือก แม่ช้างที่ท้องแก่ใกล้ออกลูกจะหาเพื่อนช้างพังที่สนิทไว้คอยช่วยเหลือเวลาที่จะตกลูก. ลูกช้างที่ออกมาจะมีถุงเป็นเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่ แม่รับจะเข้าไปช่วยฉีกถุงหุ้มออกจากตัวลูกช้าง และคอยดูแลลูกช้างจนลูกช้างลุกขึ้นเดินได้ แม่รับจะประคับประคองลูกช้างให้เดินไปหาแม่ช้างเพื่อให้ลูกช้างกินนม แม่ช้างบางตัวยังไม่มีสัญชาตญาณรักลูกเพราะยังเจ็บปวดกับการออกลูก ก็อาจจะทำร้ายลูกช้างจนตายได้ แม่รับจะคอยกันลูกช้างไม่ให้เข้าใกล้แม่จนเห็นว่าปลอดภัย จึงให้ลูกช้างเข้าไปกินนมแม่ได้. แม่รับบางตัวเอาใจใส่ดูแลลูกช้างมากกว่าแม่ช้าง โดยจะคอยช่วยดูแลและพาไปหัดกินหญ้าอ่อน คอยป้องกันอันตรายอื่น ๆ เช่น ไม่ให้ถูกงูกัดหรือถูกไม้กลิ้งทับ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กิตติเมธี (๑๖ มกราคม ๒๕๕๒)

กิตติเมธี

          กิตติเมธี หมายถึง ศาสตราจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญยิ่งในศาสตร์เฉพาะสาขา ซึ่งมหาวิทยาลัยเชิญมาทำงานวิจัยและพัฒนาบุคลากรในศาสตร์สาขานั้น เป็นตำแหน่งที่กำหนดระยะเวลาและค่าตอบแทน ซึ่งส่วนใหญ่หรือทั้งหมดมาจากกองทุนมหาวิทยาลัย ในประเทศไทยเป็นตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมาปฏิบัติงานวิจัยและบริการวิชาการที่นอกเหนือและสูงกว่างานของศาสตราจารย์ประจำ เช่น ศ. คุณหญิงแม้นมาส  ชวลิต ได้รับแต่งตั้งเป็นกิตติเมธีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ศาสตราภิชาน (๑๕ มกราคม ๒๕๕๒)

ศาสตราภิชาน

          คำว่า ศาสตราภิชาน มาจากคำ ศาสฺตฺร (อ่านว่า สาด-ตฺระ) แปลว่า วิชา. กับคำว่า อภิชาน  (อ่านว่า อะ-พิ-ชา-นะ) แปลว่า รู้ยิ่ง. ศาสตราภิชาน แปลว่า ผู้รู้ยิ่งในศาสตร์. ศาสตราภิชานไม่ใช่ตำแหน่งทางวิชาการ เป็นตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยตั้งขึ้นเพื่อยกย่องผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เชิญมาทำงานในมหาวิทยาลัย เป็นตำแหน่งที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภายนอกมหาวิทยาลัย ผู้ได้รับการแต่งตั้งอาจเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ หรือนักวิชาการที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งทางวิชาการก็ได้ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้ง รศ. ดร.ประพิณ  มโนมัยวิบูลย์ เป็นศาสตราภิชาน สาขาภาษาจีน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สารนิพนธ์ (๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒)

สารนิพนธ์

          คำว่า สารนิพนธ์ (อ่านว่า สา-ระ-นิ-พน) เป็นคำเรียกรายงานผลการศึกษาค้นคว้าในวิชาการสาขาใดสาขาหนึ่ง ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท เพื่อฝึกฝนให้มีความสามารถในการศึกษาด้วยตนเอง โดยมีอาจารย์ผู้สอนเป็นที่ปรึกษา. วิชาที่เรียนเรียกว่า individual study ในภาษาไทยใช้ว่า การศึกษาเฉพาะบุคคล หรือ การศึกษาเอกเทศ. รายงานผลการศึกษานั้น ต้องเขียนเป็นเอกสารเสนอต่ออาจารย์ผู้สอน

          คำว่า สารนิพนธ์ ประกอบด้วยคำว่า สาร (อ่านว่า สา-ระ) แปลว่า เนื้อความ เรื่องราว ส่วนสำคัญ  กับคำว่า นิพนธ์ แปลว่า แต่งหนังสือ. สารนิพนธ์ เป็นการประมวลความรู้จากผู้อื่น หรือเป็นความรู้ที่ได้ใหม่ หรือเป็นผลการศึกษาเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของวิชา ผลการศึกษาของสารนิพนธ์อาจนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ได้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เลา-เลา ๆ (๔ มกราคม ๒๕๕๑)

เลา-เลา ๆ

          คำว่า เลา มีหลายความหมาย

          ความหมายแรก เลาคือไม้ล้มลุกประเภทหญ้าหรือต้นอ้อ ดอกสีขาวเงิน เป็นมัน  ผมที่หงอกขาวและมีสีดำแซมอยู่บ้าง จึงเปรียบเทียบว่าเป็น “ผมสีดอกเลา

          ความหมายที่ ๒ เลาคือไม้ลองในหรือกระบอกสำหรับสอดเพลาในดุมเกวียน

          ความหมายที่ ๓ เลาคือลักษณนาม ใช้เรียกเครื่องเป่าที่มีลักษณะยาวตรงและกลมอย่างปี่ และ ขลุ่ยของไทย เช่น ขลุ่ย ๑ เลา. ปี่เลานี้เป่าแล้วมีเสียงเพราะ.

          คำว่า เลา ถ้าเติมไม้ยมก เป็น เลา ๆ หมายความว่า พอเป็นรูปเค้า เช่น นึกได้เลา ๆ ว่าเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน. เขียนพอเป็นเลา ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.