ชะเง้อ-ชะแง้ (๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒)

ชะเง้อ-ชะแง้

          คำ ชะเง้อ กับ ชะแง้ มีเสียงและความหมายคล้ายกัน มักนำมาใช้ซ้อนกันเป็น ชะเง้อชะแง้

          ชะเง้อ หมายถึง ยืดคอขึ้นดู เช่น เราเข้าไปข้างในไม่ได้ ได้แต่ยืนชะเง้ออยู่นอกกำแพง. คนที่นั่งข้างหน้าทั้งสูงทั้งใหญ่ แม้ฉันชะเง้อคอเต็มที่ ก็ได้เห็นแค่หัวตัวละครบนเวที

          ชะแง้ หมายถึง เหลียวแลดู เอียงตัวหรือเอียงหน้าดู เช่น เย็นแล้วลูกยังไม่กลับบ้าน แม่ก็ได้แต่ชะแง้แลดูว่าลูกเมื่อไรจะกลับ.

          คำว่า ชะแง้ มักใช้ในคำประพันธ์ เช่นในเรื่องพระอภัยมณี มีตัวอย่างว่า “บัดเดี๋ยวดังหงั่งแหง่งวังเวงแว่ว  สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา” หรือ “ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง  อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย”

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หักร้างถางพง (๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒)

หักร้างถางพง

          คำว่า หักร้างถางพง เป็นสำนวน หมายความว่า ฟันหรือหักโค่นต้นไม้ลง แล้วถากถางพื้นที่ซึ่งเป็นป่าดงพงไม้ให้เตียน เช่น เดิมที่ตรงนี้เป็นป่ารก เขามาหักร้างถางพงแล้วถากไถ ปลูกต้นไม้ต่าง ๆ ทำเป็นไร่เป็นสวน มีทั้งไม้ยืนต้นไม้ล้มลุกที่ทำเงินให้ปีละหลายหมื่นบาท.

          คำว่า ร้าง แปลว่า ที่ถูกทอดทิ้งให้ว่างเปล่า. หักร้าง คือ หักโค่นต้นไม้ให้กลายเป็นที่ร้างที่ว่างเปล่า. หักร้าง ใช้เป็นคำขยายคำว่า ถางพง เป็น หักร้างถางพง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กังวล-วิตก (๘ มีนาคม ๒๕๕๒)

กังวล-วิตก

          คำว่า กังวล กับ วิตก มีความหมายคล้ายกัน

          คำว่า กังวล หมายความว่า ไม่สบายใจเพราะเกรงไปล่วงหน้า เช่น ลูกกลับบ้านช้ากว่าปรกติมาก แม่จึงกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า. เขาตั้งนาฬิกาปลุกแล้ว แต่ก็ยังกังวลว่าอาจจะตื่นสายไปสอบไม่ทัน. แขกมามากกว่าที่คาด จนเขากังวลว่าอาหารอาจไม่พอ

          คำว่า วิตก หมายความว่า นึกกลัว เป็นทุกข์ กังวลมาก เช่น เขาวิตกว่าก้อนเนื้อที่หน้าอกอาจเป็นเนื้อร้าย. ข่าวเรื่องปัญหาการเงินของบริษัท ทำให้เขาวิตกว่าอาจจะต้องตกงาน. เขาวิตกว่าถ้าหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน อาจจะถูกฟ้อง. นักเล่นหุ้นวิตกว่าปัญหาการเมืองจะทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ. แม่วิตกว่าจะไม่มีเงินเสียค่าเล่าเรียนให้ลูก.

          คำว่า กังวล เป็นคำยืมจากภาษาเขมร ส่วนคำว่า วิตก เป็นคำยืมจากภาษาบาลี

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ดับเครื่องชน (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒)

ดับเครื่องชน

          ดับเครื่องชน เป็นสำนวน หมายความว่า สู้อย่างยอมตาย เช่น ถ้าเขามารังแกน้องฉันละก็ ฉันจะดับเครื่องชนเลยทีเดียว. สำนวน ดับเครื่องชน เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒   เมื่อนักบินญี่ปุ่นขับเครื่องบินไปโจมตีกองทัพอเมริกัน แต่เนื่องจากนักบินญี่ปุ่นมีไม่พอ การที่จะให้นักบินขับเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเรือรบอเมริกัน อาจจะทิ้งได้ไม่ตรงเป้า และอาจจะถูกปืนเรืออเมริกันยิงตกเปล่า ๆ. นักบินญี่ปุ่นทุกคนยอมสละชีวิตเพื่อชาติ ญี่ปุ่นจึงใช้วิธี ดับเครื่องชน หมายถึงการขับเครื่องบินบรรทุกระเบิดไปถึงเรืออเมริกัน แล้วดับเครื่องให้เครื่องบินตกลงสู่เป้าหมายคือเรือรบอเมริกัน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สำปั้น (๑๙ มีนาคม ๒๕๕๒)

สำปั้น

          คำว่า สำปั้น เป็นชื่อเรือต่อชนิดหนึ่ง หัวท้ายเชิด. สมัยธนบุรีเรียกเรือสำปั้นว่า สามป้าน   คำว่า สำปั้น หรือ สามป้าน นี้ น่าจะตรงกับคำว่า ซำปัน (sampan)ในภาษามลายู ซึ่งหมายถึง เรือแจวหรือเรือพาย สำหรับใช้ในแม่น้ำลำคลอง และ ซำปั้ง ในภาษาจีนแต้จิ๋ว ซึ่งแปลตามตัวอักษรว่า ไม้กระดาน ๓ แผ่น หมายถึงเรือขนาดเล็กชนิดหนึ่ง  มีคำอธิบายว่าเหตุที่เรียกเช่นนี้เพราะใช้กระดาน ๓ แผ่น มาต่อประกอบเข้าเป็นเรือ

          ในสมัยโบราณ เรือสำปั้นสั่งตรงมาจากประเทศจีน. เรือสำปั้นของจีนมีขนาดเล็ก แต่เรือสำปั้นที่ใช้ในประเทศไทยมีหลายขนาด ขนาดใหญ่มักใช้สำหรับพักอาศัยและขายสินค้า ขนาดกลางใช้เป็นเรือจ้างรับส่งผู้โดยสาร ขนาดเล็กใช้สำหรับพายขายสินค้าพวกพืชผักผลไม้และอาหาร

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เรือผีหลอก (๗ มีนาคม ๒๕๕๒)

เรือผีหลอก

          เรือผีหลอก เป็นเรือที่มักใช้หาปลาในเวลากลางคืน. สาเหตุที่เรียกว่าผีหลอก น่าจะเป็นเพราะหลอกให้ปลากระโดดลงในเรือ. ลักษณะของเรือผีหลอกคือท้องเรือค่อนข้างแบน เมื่อลอยอยู่ในน้ำกราบเรือจะสูงกว่าระดับน้ำไม่มาก แคมเรือด้านหนึ่งติดแผ่นกระดานทาสีขาว และวางให้เอียงลาดลงน้ำ แคมเรืออีกด้านหนึ่งขึงตาข่ายเป็นแนวยาวตลอดลำเรือ. ชาวประมงจะแจวหรือพายเรือตามริมตลิ่งในเวลากลางคืน แล้วโคลงเรือไปมา ปลาเห็นแผ่นกระดานสีขาวท่ามกลางความมืด จะตกใจและกระโดดขึ้นพ้นน้ำ ปลาจึงตกลงมาในท้องเรือ แต่ถ้ากระโดดไกลออกไปจะถูกตาข่ายกั้นไว้

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.