จมูกมด (๖ เมษายน ๒๕๕๐)

จมูกมด

          จมูกมด เป็นสำนวนไทย หมายถึง การรู้เรื่อง รู้ข่าว อย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้น โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับมด ซึ่งมีจมูกดมกลิ่นได้ฉับไวเมื่อมีสิ่งที่จะเป็นอาหารของมดอยู่ ณ ที่ใด ในเวลาไม่นานก็จะมีฝูงมดมาช่วยกันลากสิ่งนั้นกลับไปที่รังของมันโดยเร็ว ทั้งนี้ มดที่ทำหน้าที่ตระเวนหาอาหารจะเดินไปมาตามที่ต่าง ๆ ตลอดเวลา เมื่อพบเหยื่อหรือสิ่งที่เป็นอาหาร  ก็จะรีบนำข่าวไปบอกให้มดตัวอื่น ๆ รู้โดยทันที  สำนวน จมูกมด นี้ มักใช้เข้าคู่กับคำ หูผี เป็น หูผีจมูกมด หมายถึง รู้เรื่องได้รวดเร็ว

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เถลิงถวัลยราชสมบัติ (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๐)

เถลิงถวัลยราชสมบัติ

          คำว่า เถลิงถวัลยราชสมบัติ (ถะ-เหฺลิง-ถะ-หฺวัน-ละ-ยะ-ราด-ชะ-สม-บัด) เป็นคำกริยาราชาศัพท์ประกอบด้วยคำว่า เถลิง (ถะ-เหลิง) ถวัลย (ถะ-หวัน) และราชสมบัติ (ราด-ชะ-สม-บัด) เถลิง เป็นคำที่รับมาจากคำภาษาเขมรว่า เฬิง (เลิง) แปลว่า ขึ้น แล้วนำมาแผลงเป็นคำว่า เถลิง คำว่า ถวัลย์ แปลว่า ครองคำว่า เถลิงถวัลยราชสมบัติ จึงแปลว่า ขึ้นครองราชสมบัติ หมายความว่า เป็นพระเจ้าแผ่นดินเมื่อสิ้นรัชกาลก่อน เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ และครบรอบ ๖๐ ปีแห่งการเถลิงถวัลยราชสมบัติในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ดินสอ (๕ เมษายน ๒๕๕๐)

ดินสอ

 คำว่า ดินสอ ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ดินขาว เพราะคำว่า สอ มาจากภาษาเขมร “” (อ่านว่า ซอ) แปลว่า ขาว

          เดิม ดินสอ อาจจะปั้นด้วยดินและเป็นสีขาว ใช้เขียนบนกระดาษสีดำหรือบนกระดานชนวน ต่อมา ดินสอทำด้วยหินก็มี ใช้เขียนบนกระดานชนวน เรียกว่า ดินสอหิน

          ปัจจุบัน คำว่า ดินสอ หมายถึง เครื่องเขียนอย่างหนึ่ง มีไส้ทำด้วยแร่แกรไฟต์ผสมดินเหนียวมีไม้หุ้ม ปรกติไส้เป็นสีดำ จึงมักเรียกว่า ดินสอดำ ถ้าไส้มีสีต่าง ๆ เรียกว่า ดินสอสี ถ้าใช้ไส้สอดลงในด้ามเป็นพลาสติก เรียกว่า ดินสอกด หรือ ปากกาดินสอ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เบญจราชกกุธภัณฑ์ (๒๕ มีนาคม ๒๕๕๐)

เบญจราชกกุธภัณฑ์

           คำว่า เบญจราชกกุธภัณฑ์ (เบน-จะ-ราด-ชะ-กะ-กุด-ทะ-พัน) แปลว่า เครื่องหมายความเป็นพระราชา ๕ อย่าง ซึ่งพราหมณ์ผู้ทำพิธีจะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในวันที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (บอ-รม-มะ-รา-ชา-พิ-เสก) เป็นเครื่องแสดงว่าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ (ถะ-เหฺลิง-ถะ-หฺวัน-ละ-ยะ-ราด-ชะ-สม-บัด) เป็นพระเจ้าแผ่นดินถูกต้องสมบูรณ์แล้ว

           เบญจราชกกุธภัณฑ์ ได้แก่ ๑. พระมหาพิชัยมงกุฎ (พิ-ไช-มง-กุด) ๒. พระแสงขรรค์ชัยศรี (ขัน-ไช-สี) ๓. ธารพระกร ๔. วาลวิชนี (วาน-ละ-วิด-ชะ-นี) พร้อมด้วยแส้จามรี (จาม-มะ-รี) และ ๕. ฉลองพระบาท

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คน-ศพ (๑๓ มีนาคม ๒๕๕๐)

คน-ศพ

          คำลักษณนามสำหรับคำนามว่า คน ก็คือ คน ไม่ว่าจะเป็นคนตาย คนเป็น คนชั่ว คนดี ก็ใช้คำลักษณนามว่า คน เช่น มีคนตาย ๓ คน 
          ส่วนคำลักษณนามว่า ศพ นั้น ใช้กับคำนามว่า ศพ เช่น เกิดอุบัติเหตุ มีคนตาย ๓ คน ญาติมารับศพแล้ว ๒ ศพ เหลืออีกศพหนึ่ง ญาติยังไม่มารับ
          จะสังเกตได้ว่า คำลักษณนามในภาษาไทยต้องสัมพันธ์กับคำนามที่มาข้างหน้า เมื่อพูดถึงคนตายก็นับเป็นคน เมื่อพูดถึงศพก็นับเป็นศพ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เมื่อฤๅษีต้องเลี้ยงลิง (๔ เมษายน ๒๕๕๐)

เมื่อฤๅษีต้องเลี้ยงลิง

          นิทานโบราณเรื่องหนึ่งเล่าว่า ฤๅษีรูปหนึ่งเลี้ยงลิงไว้ฝูงหนึ่ง ลิงซุกซนมากจนฤๅษีต้องเฆี่ยนตีอยู่เสมอ วันหนึ่ง พระราชาเสด็จมานมัสการฤๅษี เห็นฤๅษีตีลิงก็รับสั่งว่า ลิงซนตามธรรมชาติของมัน ไม่ควรต้องเฆี่ยนตี ฤๅษีก็รับคำว่าจะไม่ตีลิงอีกต่อไป แต่ทูลขอให้พระราชาทรงงดลงอาญาราษฎรด้วย  เมื่อไม่มีการลงอาญา คนร้ายก็กำเริบก่อความเดือดร้อนไปทั่ว ฤๅษีจึงทูลพระราชาว่า ผู้ที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัยย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อน จึงจำเป็นต้องมีการลงโทษ ในภาษาไทยสำนวนเปรียบเทียบว่า ฤๅษีเลี้ยงลิง หมายถึง การปกครองคนหมู่มากที่ไม่อยู่ในระเบียบวินัย ซึ่งมักทำให้เกิดความเดือดร้อน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”  ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.