หิ้ว (๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๒)

หิ้ว

          หิ้ว  เป็นอาการถือสิ่งที่มีหูห้อยถ่วงไป เช่น   คนงานหิ้วปิ่นโตข้าวไปไว้กินกลางวัน   น้องหิ้วกระเป๋าหนังสือไปโรงเรียน    เขาหิ้วกระป๋องน้ำเอาน้ำไปรดต้นมะลิที่ปลูกไว้หน้าบ้าน  ยายหิ้วตะกร้าไปจ่ายตลาด.     อาการที่คน ๒ คนพยุงคนเจ็บหรือคนเมาด้วยการสอดแขนเข้าใต้รักแร้ทั้ง ๒ ข้าง ของคนนั้น แล้วยกเคลื่อนไป เรียกว่า หิ้วปีก.  

          มีสำนวนที่ใช้คำว่า  หิ้ว  สำนวนหนึ่ง คือ หิ้วท้อง  หมายความว่า   ทนรอเพื่อที่จะรับประทานอาหารอยู่นานจนหิวมาก  จึงรู้สึกคล้ายกับว่า ท้องถูกแขวนอยู่  หรือถูกหิ้วอยู่ ไม่มีอาหารมาใส่ให้หนักท้องเลย   เช่น    เขาไปติดค้างอยู่ที่เกาะเพราะเรือเกิดเสีย   ต้องหิ้วท้องรออยู่จนค่ำจึงได้กินอาหาร.    

          นอกจากนี้ คำว่า  หิ้ว  ยังใช้โดยปริยาย หมายความว่า พาไปด้วย เช่น หัวหน้ากองไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดจึงหิ้วภรรยาไปเที่ยวด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สมถะ (๙ มิถุนายน ๒๕๕๒)

สมถะ

          สมถะ (อ่านว่า สะ-มะ -ถะ) เป็นคำที่รับมาจากภาษาบาลีว่า สมถ (อ่านว่า สะ-มะ -ถะ) แปลว่า การทำใจให้สงบโดยเพ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้แน่วแน่ เป็นวิธีการปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนที่นำไปสู่ความสงบในจิตใจ.   ผู้ที่มีความสงบในจิตใจ จะพยายามตัดความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นกิเลสของมนุษย์ ให้ลดน้อยลงจนหมดไปได้ในที่สุด. คนสมถะจึงมีลักษณะมักน้อย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่โลภ ใช้สิ่งของเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสม เช่น เขาเป็นคนสมถะ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรูหรา. แม้จะร่ำรวยมีเงินทองมากมาย แต่เขาก็อยู่อย่างสมถะ. คนสมถะอย่างเขาย่อมไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุข.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เทิน (๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๒)

เทิน

          คำว่า เทิน มี  ๓  ความหมาย.   ความหมายหนึ่ง  หมายถึง  เนินดินที่พูนขึ้นเป็นทางยาว  ปัจจุบันใช้เรียกเฉพาะที่ดินที่พูนสูงขึ้นตรงเชิงของป้อมปราการ.  ในสมัยโบราณ เป็นที่ที่ทหารขึ้นไปเพื่อตรวจการณ์รักษาเมือง  หรือใช้เป็นที่ต่อสู้ข้าศึกที่จะบุกข้ามกำแพงเมืองเข้ามา เรียกว่า  เชิงเทิน.

          คำว่า เทิน ความหมายที่ ๒  หมายถึง วางซ้อนกันไว้สูง  หรือวางไว้บนที่สูง  เช่น ทำไมเอาหนังสือขึ้นไปเทินไว้บนหลังตู้อย่างนั้น.   หีบห่อจำนวนมากวางเทินไว้เป็นกองสูง.

          นอกจากนี้ เทิน  แปลว่า  ยกสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นวางไว้บนศีรษะ เช่น  หญิงชาวอินโดนีเซียไปตักน้ำแล้ว เทินหม้อน้ำไว้บนศีรษะกลับไปบ้าน  หญิงชาวอินเดียเทินของไว้บนศีรษะ. แขกขายถั่วที่มักจะเทินโต๊ะขายถั่วแล้วเดินขายไปตามที่ต่าง ๆ.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เสียบ-เหน็บ (๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒)

เสียบ-เหน็บ

          เสียบ  หมายความว่า   ดันให้สิ่งที่แหลมทะลุผ่านสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วคาไว้  เช่น  เขาใช้ไม้เสียบลูกชิ้นแล้วปิ้ง.   ไข่ปลาหมึกเสียบไม้ปิ้งขายดีมาก.  เอาสิ่งใดสิ่งหนึ่งดันให้ทะลุสิ่งที่แหลมและทิ้งคาไว้  เช่น  เขาเสียบใบรับเงินไว้ที่เหล็กเสียบ.   เสียบ แปลว่า เหน็บหรือสอดใส่ในที่บังคับ ก็ได้  เช่น  เด็กส่งหนังสือพิมพ์เอาหนังสือพิมพ์เสียบไว้ที่ประตูบ้าน   เสียบ แปลว่า ปักไว้  ก็ได้  เช่น  เขาเสียบช็อกโกแล็ตแท่งหนึ่งไว้บนไอศกรีม.  เสียบ  ต่างกับ เหน็บ ตรงที่ เสียบ ใช้กับสิ่งที่แหลมแทงทะลุสิ่งที่ถูกเสียบ  หรือใช้กับสิ่งที่บางซึ่งสามารถสอดแทรกเข้าไปคาอยู่ในรอยต่อหรือรอยแยกของสิ่งที่ถูกเสียบได้.  ส่วน เหน็บ หมายถึง เสียบและหนีบไว้ในที่บังคับ เช่น เหน็บปากกาที่กระเป๋าเสื้อ. เหน็บชายกระเบนไว้กับขอบผ้าตรงบั้นเอว. เหน็บชายผ้าปูที่นอนให้แน่น.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

มัธยัสถ์ (๘ มิถุนายน ๒๕๕๒)

มัธยัสถ์

          มัธยัสถ์ เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า มธฺยสฺถ (อ่านว่า มัด-ทะ -ยัด-ถะ) แปลว่า ปานกลาง ตั้งอยู่ในท่ามกลาง  หมายความว่า ไม่ใช้จ่ายเกินพอดี แต่ต้องไม่ให้แร้นแค้น ไม่ให้ขาดแคลนจนเกินไป.  ความมัธยัสถ์ที่ใช้เฉพาะกับการใช้จ่าย หมายถึงการใช้จ่ายอย่างพอเหมาะพอดี.  บรรดาสิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ตลอดจนอาหารการกินทุกอย่างย่อมมีสิ่งที่ดีมากน้อยต่างกัน มีราคาถูกแพงต่างกัน   ถ้าเรารู้จักเลือกซื้อของใช้ของกินที่มีราคาพอเหมาะกับฐานะ พอเหมาะกับการใช้งาน ไม่ฟุ้งเฟ้อใช้สิ่งที่แพงเกินไป ก็เรียกว่ารู้จักมัธยัสถ์.  ความมัธยัสถ์ช่วยให้คนดำรงชีวิตอยู่ได้ในความพอดี ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขอย่างยั่งยืน

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.