แบก (๖ มิถุนายน ๒๕๕๒)

แบก

          แบก หมายถึงกิริยาเอาบ่าหรือหลังรับน้ำหนักของที่จะยกไป เช่น กรรมกรแบกกระสอบข้าวสารไปบรรจุในโรงเก็บ.  เขาแบกคนเจ็บขึ้นบ่าไปหาหมอ.

          แบก เป็นกิริยารับน้ำหนัก จึงใช้ในความเปรียบ หมายถึง แบกสิ่งที่ทำให้หนักใจทำให้กังวลใจ เช่น แบกความรับผิดชอบ. แบกภาระหน้าที่. แบกความทุกข์. เมื่อพ่อตาย เขาต้องแบกภาระรายจ่ายของครอบครัวทั้งหมดเพียงคนเดียว.  ผู้บริหารประเทศต้องแบกภาระรับผิดขอบทุกข์สุขของคนในประเทศ.  ไหน ๆ สามีเธอก็ตายไปแล้ว เธอจะมางอมืองอเท้านั่งแบกความทุกข์อยู่ทำไม เลิกทุกข์มาคิดทำมาหากินดีกว่า.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สะบ้า (๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๒)

สะบ้า

          สะบ้า เป็นชื่อไม้เถาชนิดหนึ่ง มีฝักคล้ายฝักสะตอ แต่ใหญ่กว่า ข้างในมีเมล็ดกลมแบนและแข็ง  ล้อกลิ้งได้ เรียกว่า ลูกสะบ้า   โบราณใช้เล่นทอยกัน  จนเกิดเป็นการเล่นชนิดหนึ่ง.  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์  ชนชาวไทยเชื้อสายมอญจะนำลูกสะบ้ามาเล่นแข่งกันระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้พบกัน รู้จักกันในที่เปิดเผย  โดยอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ด้วย. การเล่นสะบ้าของชาวไทยเชื้อสายมอญอาจใช้ลูกสะบ้าจริง หรือใช้สิ่งอื่นที่มีลักษณะกลมแบนกลิ้งได้ ก็ได้. การเล่นมักจะจัดที่บ้านฝ่ายหญิง  มีสาว ๆ และหนุ่ม ๆ จำนวนมากเล่นกันเป็นคู่ ตามกติกาที่ทราบกันดี. การเล่นสะบ้านี้ บางทีเรียกว่า สะบ้ามอญ. คำว่า สะบ้า นอกจากจะใช้เรียกลูกสะบ้าและการเล่นสะบ้าแล้ว ยังหมายถึง กระดูกที่อยู่หน้าข้อเข่า มีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับเมล็ดสะบ้า ด้วย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สถาปนา ๒ (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒)

สถาปนา ๒

          คำว่า สถาปนา มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า สฺถาปน (อ่านว่า สะ -ถา-ปะ -นะ). สถาปนา แปลว่า ตั้งขึ้น ก่อตั้งขึ้น   นอกจากจะใช้แก่การก่อตั้งหน่วยราชการหรือองค์กรสำคัญระดับชาติแล้ว ยังใช้กับการเลื่อนพระอิสริยยศของพระราชวงศ์ให้สูงขึ้นด้วย เรียกว่า สถาปนาพระอิสริยยศ เช่น สถาปนาพระอิสริยยศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ขึ้นเป็นเจ้าต่างกรม.  และใช้กับการยกฐานะวัดราษฎร์เป็นวัดหลวงด้วย เช่น วัดศาลาสี่หน้าได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นวัดหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และได้รับพระราชทานชื่อว่า วัดคูหาสวรรค์วรวิหาร.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

อุ้ม-โอบอุ้ม-อุ้มชู (๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒)

อุ้ม-โอบอุ้ม-อุ้มชู

          อุ้ม เป็นกิริยาโอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ในวงแขนแล้วยกขึ้นแนบไว้กับตัว เช่น แม่อุ้มลูกไว้กับอก. พอลูกเดินได้แล้วแม่ก็ไม่ต้องอุ้ม. พี่ชอบอุ้มน้องเข้าสะเอวคำว่า อุ้ม เป็นกิริยาที่มักใช้กับเด็กทารกซึ่งต้องการการระวังทะนุถนอมเป็นพิเศษ   อุ้ม จึงมีนัยความหมายว่า ทะนุถนอม ดูแลเป็นพิเศษด้วย เช่น ลูกโตแล้วก็ควรให้เขาดูแลตัวเอง ไม่ต้องคอยอุ้มกันอยู่.

          เมื่อใช้ว่า โอบอุ้ม จะแปลว่า อุดหนุน ชุบเลี้ยง ประคับประคอง เช่น รัฐบาลต้องเข้าโอบอุ้มสถาบันการเงินที่กำลังจะล้มละลาย.  เราควรช่วยกันโอบอุ้มครอบครัวคนยากจนให้เขาเงยหน้าอ้าปากได้บ้าง.

          เมื่อใช้ว่า อุ้มชู จะแปลว่า ประคับประคอง ช่วยเหลือยกย่องให้สูงขึ้น เช่น เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้า เขาสงสารจึงเอามาเลี้ยงและอุ้มชูจนได้เป็นใหญ่เป็นโต เด็กจึงกตัญญูต่อเขามาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กระเดียด (๕ มิถุนายน ๒๕๕๒)

กระเดียด

          กระเดียด เป็นกิริยาใช้สะโพกข้างหนึ่งแบกน้ำหนักของสิ่งที่จะยกไป ด้วยการเอาของที่จะนำไปวางบนสะโพกข้างหนึ่ง และใช้มือข้างนั้นประคองไว้ เช่น เธอกระเดียดกระจาดใส่ผักที่เก็บมาจากสวนไปขายที่ตลาด.  บนผนังมีรูปวาดสาวเขมรกระเดียดคนโทน้ำเข้าสะเอว. คำว่า กระเดียด ใช้กับสิ่งของมีน้ำหนักที่ใส่ภาชนะ เช่น กระจาด ตะกร้า. ถ้าแบกน้ำหนักเด็กไว้บนสะโพก เด็กจะใช้ขาโอบสะเอวผู้แบกไว้ เรียกว่า อุ้มเข้าสะเอว ไม่ใช้คำว่า กระเดียด เช่น เธอเลี้ยงน้องอุ้มน้องเข้าสะเอวมาทุกคน. ปัจจุบันไม่นิยมอุ้มเด็กเข้าสะเอว เพราะคิดว่าจะทำให้ขากาง ไม่สวย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บ่อน (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒)

บ่อน

          คำว่า บ่อน  เป็นทั้งคำนามและคำกริยา. บ่อนที่เป็นคำนาม  มีหลายความหมาย. บ่อน ในภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า ที่ เช่น บ่อนนอน หมายถึง บริเวณสำหรับนอน. บ่อน ในภาษาไทยภาคกลาง หมายถึงสถานที่ที่ชุมนุมเพื่อการเล่นสนุกอย่างอื่นด้วย  อย่างในเวลาสงกรานต์ หลายแห่งจะจัดสถานที่เพื่อให้ผู้คนมาชุมนุมเล่นการละเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ  เช่น  รำโทน  สะบ้า  สักวา  เล่านิทาน   หรือการเล่นอย่างอื่น  ก็เรียกว่า ติดบ่อน  เช่น  สงกรานต์ปีนี้ผู้ใหญ่บ้านติดบ่อนรำวง และหานักร้องลูกทุ่งมาร้องเพลงด้วยนะ.   ปัจจุบัน คำว่า บ่อน หมายถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมนุมเล่นการพนัน  เช่น บ่อนไพ่  บ่อนกาสิโน  บ่อนปลากัด  บ่อนไก่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สถาปนา ๑ (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒)

สถาปนา ๑

          คำว่า สถาปนา มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า สฺถาปน (อ่านว่า สะ -ถา-ปะ -นะ). สถาปนา แปลว่า ตั้งขึ้น ก่อตั้งขึ้น  มักใช้แก่หน่วยงานราชการหรือองค์การที่สำคัญ ๆ ที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งขึ้น  หรือตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติของหน่วยงานนั้น ๆ เช่น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานีเมื่อพุทธศักราช ๒๓๒๕.  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๙.  ราชบัณฑิตยสถานสถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๖. 

          เมื่อถึงวันครบรอบการสถาปนา มักเรียกว่า วันสถาปนา หน่วยราชการหรือองค์กรนั้น ๆ มักมีการฉลอง เช่น กระทรวงมหาดไทยจัดงานมอบรางวัลผู้ใหญ่บ้านดีเด่นในวันสถาปนากระทรวงมหาดไทยปีนี้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หอบ (๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒)

หอบ

          หอบ เป็นกิริยาขนหรือนำสิ่งของจำนวนมากไปด้วยการใช้แขนทั้งสองข้างโอบรวบและรองรับสิ่งของนั้น เช่น เขาหอบผ้าไปซักที่ริมคลอง. เขาหอบฟืนมาไว้ในบ้าน.  หอบ หมายความว่า พาไปนำไปอย่างพะรุงพะรัง ก็ได้ เช่นในคำว่า หอบลูกหอบเต้า  หอบข้าวหอบของ เช่น เกิดน้ำท่วมมากจนอยู่ในบ้านไม่ได้ เขาต้องหอบลูกหอบเต้าไปอาศัยศาลาวัดชั่วคราว.  เขาถูกไล่ที่จึงต้องหอบข้าวหอบของไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด.   เมื่อใช้ว่า หอบหิ้ว แปลว่า ทั้งหอบและหิ้ว หมายความว่า พากันไปโดยไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เช่น ถ้าเราจะต้องย้ายจากที่อยู่นี่ไป เราก็จะหอบหิ้วกันไปด้วยกัน.  เขาหอบหิ้วสุนัขตัวโปรดของเขาไปด้วยทุกแห่ง. 

          หอบ นอกจากจะใช้เป็นกิริยาของคนแล้ว ยังใช้เป็นกิริยาของลมพายุและของสัตว์ด้วย เช่น ลมหอบเอาฝนมาตกทางอ่าวไทย.  พายุหอบเอาเมฆฝนไปหมด.  แม่ลิงหอบลูกน้อยปีนขึ้นต้นไม้ไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.