อุ้ม-โอบอุ้ม-อุ้มชู (๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๒)

อุ้ม-โอบอุ้ม-อุ้มชู

          อุ้ม เป็นกิริยาโอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ในวงแขนแล้วยกขึ้นแนบไว้กับตัว เช่น แม่อุ้มลูกไว้กับอก. พอลูกเดินได้แล้วแม่ก็ไม่ต้องอุ้ม. พี่ชอบอุ้มน้องเข้าสะเอวคำว่า อุ้ม เป็นกิริยาที่มักใช้กับเด็กทารกซึ่งต้องการการระวังทะนุถนอมเป็นพิเศษ   อุ้ม จึงมีนัยความหมายว่า ทะนุถนอม ดูแลเป็นพิเศษด้วย เช่น ลูกโตแล้วก็ควรให้เขาดูแลตัวเอง ไม่ต้องคอยอุ้มกันอยู่.

          เมื่อใช้ว่า โอบอุ้ม จะแปลว่า อุดหนุน ชุบเลี้ยง ประคับประคอง เช่น รัฐบาลต้องเข้าโอบอุ้มสถาบันการเงินที่กำลังจะล้มละลาย.  เราควรช่วยกันโอบอุ้มครอบครัวคนยากจนให้เขาเงยหน้าอ้าปากได้บ้าง.

          เมื่อใช้ว่า อุ้มชู จะแปลว่า ประคับประคอง ช่วยเหลือยกย่องให้สูงขึ้น เช่น เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้า เขาสงสารจึงเอามาเลี้ยงและอุ้มชูจนได้เป็นใหญ่เป็นโต เด็กจึงกตัญญูต่อเขามาก.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

กระเดียด (๕ มิถุนายน ๒๕๕๒)

กระเดียด

          กระเดียด เป็นกิริยาใช้สะโพกข้างหนึ่งแบกน้ำหนักของสิ่งที่จะยกไป ด้วยการเอาของที่จะนำไปวางบนสะโพกข้างหนึ่ง และใช้มือข้างนั้นประคองไว้ เช่น เธอกระเดียดกระจาดใส่ผักที่เก็บมาจากสวนไปขายที่ตลาด.  บนผนังมีรูปวาดสาวเขมรกระเดียดคนโทน้ำเข้าสะเอว. คำว่า กระเดียด ใช้กับสิ่งของมีน้ำหนักที่ใส่ภาชนะ เช่น กระจาด ตะกร้า. ถ้าแบกน้ำหนักเด็กไว้บนสะโพก เด็กจะใช้ขาโอบสะเอวผู้แบกไว้ เรียกว่า อุ้มเข้าสะเอว ไม่ใช้คำว่า กระเดียด เช่น เธอเลี้ยงน้องอุ้มน้องเข้าสะเอวมาทุกคน. ปัจจุบันไม่นิยมอุ้มเด็กเข้าสะเอว เพราะคิดว่าจะทำให้ขากาง ไม่สวย.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บ่อน (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒)

บ่อน

          คำว่า บ่อน  เป็นทั้งคำนามและคำกริยา. บ่อนที่เป็นคำนาม  มีหลายความหมาย. บ่อน ในภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า ที่ เช่น บ่อนนอน หมายถึง บริเวณสำหรับนอน. บ่อน ในภาษาไทยภาคกลาง หมายถึงสถานที่ที่ชุมนุมเพื่อการเล่นสนุกอย่างอื่นด้วย  อย่างในเวลาสงกรานต์ หลายแห่งจะจัดสถานที่เพื่อให้ผู้คนมาชุมนุมเล่นการละเล่นพื้นเมืองต่าง ๆ  เช่น  รำโทน  สะบ้า  สักวา  เล่านิทาน   หรือการเล่นอย่างอื่น  ก็เรียกว่า ติดบ่อน  เช่น  สงกรานต์ปีนี้ผู้ใหญ่บ้านติดบ่อนรำวง และหานักร้องลูกทุ่งมาร้องเพลงด้วยนะ.   ปัจจุบัน คำว่า บ่อน หมายถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งชุมนุมเล่นการพนัน  เช่น บ่อนไพ่  บ่อนกาสิโน  บ่อนปลากัด  บ่อนไก่.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สถาปนา ๑ (๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒)

สถาปนา ๑

          คำว่า สถาปนา มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า สฺถาปน (อ่านว่า สะ -ถา-ปะ -นะ). สถาปนา แปลว่า ตั้งขึ้น ก่อตั้งขึ้น  มักใช้แก่หน่วยงานราชการหรือองค์การที่สำคัญ ๆ ที่พระมหากษัตริย์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งขึ้น  หรือตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติของหน่วยงานนั้น ๆ เช่น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานีเมื่อพุทธศักราช ๒๓๒๕.  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๙.  ราชบัณฑิตยสถานสถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๖. 

          เมื่อถึงวันครบรอบการสถาปนา มักเรียกว่า วันสถาปนา หน่วยราชการหรือองค์กรนั้น ๆ มักมีการฉลอง เช่น กระทรวงมหาดไทยจัดงานมอบรางวัลผู้ใหญ่บ้านดีเด่นในวันสถาปนากระทรวงมหาดไทยปีนี้.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

หอบ (๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒)

หอบ

          หอบ เป็นกิริยาขนหรือนำสิ่งของจำนวนมากไปด้วยการใช้แขนทั้งสองข้างโอบรวบและรองรับสิ่งของนั้น เช่น เขาหอบผ้าไปซักที่ริมคลอง. เขาหอบฟืนมาไว้ในบ้าน.  หอบ หมายความว่า พาไปนำไปอย่างพะรุงพะรัง ก็ได้ เช่นในคำว่า หอบลูกหอบเต้า  หอบข้าวหอบของ เช่น เกิดน้ำท่วมมากจนอยู่ในบ้านไม่ได้ เขาต้องหอบลูกหอบเต้าไปอาศัยศาลาวัดชั่วคราว.  เขาถูกไล่ที่จึงต้องหอบข้าวหอบของไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด.   เมื่อใช้ว่า หอบหิ้ว แปลว่า ทั้งหอบและหิ้ว หมายความว่า พากันไปโดยไม่ทอดทิ้งกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน เช่น ถ้าเราจะต้องย้ายจากที่อยู่นี่ไป เราก็จะหอบหิ้วกันไปด้วยกัน.  เขาหอบหิ้วสุนัขตัวโปรดของเขาไปด้วยทุกแห่ง. 

          หอบ นอกจากจะใช้เป็นกิริยาของคนแล้ว ยังใช้เป็นกิริยาของลมพายุและของสัตว์ด้วย เช่น ลมหอบเอาฝนมาตกทางอ่าวไทย.  พายุหอบเอาเมฆฝนไปหมด.  แม่ลิงหอบลูกน้อยปีนขึ้นต้นไม้ไป.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สร้าง-ก่อสร้าง-ก่อ (๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒)

สร้าง-ก่อสร้าง-ก่อ

          คำว่า สร้าง มีความหมายหนึ่งว่า ทำสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้เกิดมีขึ้น มักใช้กับสิ่งที่แข็งแรงมั่นคง เช่น สร้างวัด โบสถ์ วิหาร. สร้างพระพุทธรูป. สร้างอนุสาวรีย์. สร้างถาวรวัตถุ. สร้างสนามเด็กเล่น. สร้างบ้านเรือน. สร้างทางรถไฟ.

          ในการสร้างอาคาร สร้างบ้านเรือนที่เป็นถาวรวัตถุ อาจใช้คำว่า ก่อสร้าง ก็ได้ เนื่องจากการสร้างสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยการก่อขึ้นไป เช่น ก่ออิฐ ก่อแบบ ก่อฐานราก.  คำว่า ก่อ เน้นการลงแรงทำอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เศรษฐีสร้างวัดเลยจ้างคนงานก่อสร้างให้.

          คำว่า สร้าง ใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ แต่ ก่อสร้าง ต้องใช้กับสิ่งที่เป็นรูปธรรม

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.