โรคภูมิแพ้ (allergy) (๗ สิงหาคม ๒๕๕๒)

โรคภูมิแพ้ (allergy)

          โรคภูมิแพ้ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า allergy. โรคภูมิแพ้ เป็นสภาพที่ร่างกายของคนบางคนมีปฏิกิริยาผิดปรกติต่อสารหรือสิ่งอื่นใด เมื่อสารหรือสิ่งนั้นสัมผัสหรือเข้าสู่ร่างกาย โดยที่สารหรือสิ่งนั้น ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น

          สารที่มาสัมผัสร่างกายอาจเป็นสารเคมีเช่นยา  สารหรือวัสดุจากพืชและสัตว์เช่นยางไม้ ขนสัตว์ หรือสารก่อภูมิต้านทานเช่นวัคซีน เชื้อราต่าง ๆ. เมื่อได้รับสารประเภทนี้ เซลล์ในร่างกายของผู้ที่แพ้สารนี้จะหลั่งสารฮิสตามีนออกมา ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยขยายตัว ผิวหนังบวม เยื่อบุอวัยวะภายในเช่นโพรงจมูกจะบวม คัดจมูก น้ำมูกไหล เกิดผื่นคัน ความดันโลหิตลดลง หลอดลมเล็กในปอดหดตัว หายใจลำบาก เกิดอาการหอบหืด ถ้าอาการรุนแรงมากอาจเสียชีวิต

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พุธ (๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๒)

พุธ

          พุธ เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤตว่า พุธ (อ่านว่า พุ-ทะ) แปลว่า การตื่น การตื่นตัวเพื่อเรียนรู้ ความชาญฉลาด สติปัญญา ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง

          ทั้งในภาษาสันสกฤตและภาษาไทย พุธ เป็นชื่อดาวเคราะห์ เป็นชื่อวันในรอบสัปดาห์ต่อจากวันอังคาร เรียกว่า วันพุธ นอกจากนี้ ยังเป็นชื่อเทพอีกด้วย เรียกว่า พระพุธ

          ตามตำนานของอินเดียโบราณกล่าวว่าพระพุธเป็นโอรสของพระจันทร์ พระพุธเป็นผู้ที่มีปัญญาปราดเปรื่อง และใฝ่ในการบำเพ็ญพรต ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีสัตว์ชนิดใดเป็นพาหนะ ส่วนรูปวาดของไทย มักให้ทรงช้างเป็นพาหนะ และวาดรูปพระพุธเป็นเทพหน้าตาอ่อนเยาว์ สวมชฎาแบบฤๅษี ห่มผ้าสังฆาฏิสีขาวเฉียงบ่าอย่างผู้ถือศีล

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

เติ่ง-ค้างเติ่ง (๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒)

เติ่ง-ค้างเติ่ง

          เติ่ง เป็นอุปกรณ์ประกอบการเล่นสกา ทำด้วยงาหรือไม้แข็ง ๆ เป็นรูปกระปุก มีรูข้าง ๆ สำหรับให้ลูกบาศก์หรือลูกเต๋าลอดออกทางรูหรือช่องที่เจาะไว้นั้น ก่อนจะตกลงไปบนกระดานสกา และปรากฏแต้มให้ผู้ทอดสกาเดินตัวหมากหรือตัวสกาตามจำนวนแต้มนั้น

          ในบางครั้งผู้เล่นทอดลูกเต๋าลงไปในเติ่งแล้ว ลูกเต๋าติดค้างอยู่ในเติ่งไม่ลอดออกมาทางรูหรือช่องที่เจาะไว้ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายรออยู่นานเกินควร ลูกเต๋ายัง “ค้างเติ่ง” ก็ต้องทอดกันใหม่ จึงเกิดเป็นสำนวน “ค้างเติ่ง” ที่หมายถึงอาการที่ค้างอยู่นาน ไม่สำเร็จ เช่น วิทยานิพนธ์บทสุดท้ายยังค้างเติ่งอยู่ ไม่เสร็จเสียที.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คละ-คะ (๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒)

คละ-คะ

          คำว่า คละ มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรควบ คล.  คละ หมายความว่า ปนกันไปหลายขนาด เช่น มะม่วงในเข่งนี้มีทั้งลูกเล็กลูกใหญ่คละกันไป. หนังสือเก่าบ้างใหม่บ้างขายคละกันไปราคาเดียว จะได้หมด.   ของหลายอย่างดีบ้างไม่ดีบ้างปนกันก็เรียกว่า คละ เช่น ผลไม้ในเข่งนี้ดีก็มีเสียก็มีคละกันไป. 

          ส่วนคำว่า คะ เป็นคำลงท้ายที่ผู้หญิงใช้เพื่อแสดงความสุภาพในคำเรียกขานและคำถาม เช่น คุณคะ  คุณแม่คะ  พี่กำลังทำอะไรคะ  คุณจะไปไหนคะ  มีเรื่องอะไรหรือคะ.

          คำว่า คละ กับ คะ มีพยัญชนะต้นเป็นอักษรต่ำ สระะเสียงสั้น ไม่มีตัวสะกด จัดเป็นคำตาย พื้นเสียงเป็นเสียงวรรณยุกต์ตรีเหมือนกันทั้ง ๒ คำ  จึงไม่ต้องใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์ใด ๆ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สกา (๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒)

สกา

          สกา กร่อนมาจากคำว่า ปาสก (อ่านว่า ปา-สะ -กะ) ในภาษาบาลี  ภาษาไทยใช้คำว่า บาศก์ ที่เขียนตามรูปภาษาสันสกฤต  บาศก์ เป็นลูกสี่เหลี่ยม มี ๖ หน้า

          สกา เป็นการเล่นชนิดหนึ่ง ใช้ลูกบาศก์หรือลูกเต๋าทอดลงไปในอุปกรณ์ที่เรียกว่า “เติ่ง” แล้วเดินตัวหมากหรือตัวสกา ตามแต้มลูกบาศก์ในช่องบนกระดานสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เรียกกว่า “กระดานสกา”  บนกระดานสกาผู้เล่นแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย  แต่ละฝ่ายมีช่องสำหรับเดินตัวสกาฝ่ายละ ๑๒ ช่อง  ตรงกลางระหว่าง ๑๒ ช่อง นั้น มีช่องใหญ่สำหรับเก็บตัวสกา เรียกว่า เมือง

          การเล่นสกาเป็นการพนันอย่างหนึ่ง ถ้าเล่นจนติดอาจทำให้เสียทรัพย์ ดังปรากฏในวรรณคดีเรื่องพระนลคำหลวงที่พระนลเล่นพนันสกาจนเสียเมือง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.