ฤดูกาล (๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒)

ฤดูกาล

          คำว่า ฤดูกาล มาจากคำว่า ฤดู รวมกับคำว่า กาลฤดูกาล มีความหมายแตกต่างกันหลายความหมาย ดังนี้

          ความหมายแรก มีความหมายเหมือนคำว่า ฤดู ซึ่งหมายถึง ระยะเวลาแต่ละช่วงของปีที่มีอากาศและปริมาณฝนแตกต่างกัน เช่น เขตร้อนกับเขตหนาวมีฤดูต่างกัน อาจใช้ว่า เขตร้อนกับเขตหนาวมีฤดูกาลต่างกัน ก็ได้

          ความหมายที่ ๒ หมายถึง ช่วงเวลาตามปรกติที่ควรเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น ภาวะโลกร้อนทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล. เมื่อถึงฤดูกาล เต่ามะเฟืองก็จะพากันขึ้นมาวางไข่ตามริมหาดของเกาะคราม

          ความหมายที่ ๓ หมายถึง เวลาที่เหมาะสมซึ่งคนควรทำกิจกรรมให้สอดคล้องกับสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติหรือลมฟ้าอากาศตามธรรมชาติ เช่น ถ้าเลือกกินผลไม้ตามฤดูกาล ก็จะได้กินผลไม้ที่อร่อยและราคาไม่แพง.

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ประชาธิปไตย (๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๒)

ประชาธิปไตย

          ประชาธิปไตย เป็นศัพท์บัญญัติตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า democracy. คำว่า ประชาธิปไตย มาจากภาษาสันสกฤตว่า ปฺรชา (อ่านว่า ปฺระ -ชา) กับคำภาษาสันสกฤตว่า อธิปเตย (อ่านว่า อะ -ทิ-ปะ -เต-ยะ). ประชาธิปไตย หมายถึง ระบอบการปกครองโดยตัวแทนของประชาชน เป็นระบอบที่พลเมืองผู้มีสิทธิ์ เลือกผู้แทนไปบริหารประเทศแทนตน ผู้แทนเหล่านั้นต้องบริหารประเทศเพื่อประชาชนส่วนใหญ่ และประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบการทำงานของผู้แทนเหล่านั้นด้วย. ไม่ได้เน้นการถือมติของเสียงข้างมากเป็นใหญ่แต่เพียงอย่างเดียว

          ระบอบการปกครองแบบนี้ ให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือศาสนา การพูด และการแสดงความคิดเห็น แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมายและสิทธิของผู้อื่น

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ศุกร์ (๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒)

ศุกร์

          ศุกร์ เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาสันสกฤตว่า ศุกฺร (อ่านว่า สุ-กฺระ) แปลว่า สุกสว่าง เปล่งประกาย ใสกระจ่าง

          ศุกร์ เป็นทั้งชื่อดาว ชื่อเทพ และชื่อวันในรอบสัปดาห์. เมื่อเป็นชื่อดาว เรียกว่า ดาวศุกร์ หรือดาวพระศุกร์ เมื่อเป็นชื่อเทพ เรียกว่า พระศุกร์ เมื่อเป็นชื่อวัน เรียกว่า วันศุกร์

          ในตำนานเทพของอินเดียโบราณเล่าว่า พระศุกร์เป็นครู เป็นที่ปรึกษา และเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมให้เหล่าอสูร  เมื่ออสูรรบกับเทวดาและต่างฝ่ายต่างล้มตายกันไป ฝ่ายเทวดามีน้ำอำมฤตช่วยประพรมเพื่อชุบชีวิต ฝ่ายอสูรก็อาศัยพระศุกร์ซึ่งเป็นอาจารย์ของตนร่ายมนตร์วิเศษเพื่อชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน. พระศุกร์เป็นเทพที่มีรูปงาม กายของพระศุกร์มีสีเลื่อมพราย ทรงอาภรณ์อย่างฤๅษี มีโคเป็นพาหนะ

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.