รถมอเตอร์ไซค์ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

รถมอเตอร์ไซค์

          รถมอเตอร์ไซค์ (รด-มอ-เตอ-ไซ)  คือ รถจักรยาน ๒ ล้อที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์. บางถิ่นอาจเรียกว่า รถเครื่อง หรือใช้ชื่อทางการค้า เช่น ยามาฮ่า คาวาซากิ.

          คำว่า มอเตอร์ไซค์ มาจากคำว่า motorcycle ในภาษาอังกฤษ พยางค์สุดท้ายในคำภาษาอังกฤษคำนี้ออกเสียงเบา ไม่เข้ากับลักษณะในภาษาไทย เราจึงตัดเสียงพยางค์ท้ายทิ้งไป และออกเสียงว่า มอเตอร์ไซค์. ในการเขียนในภาษาไทยเพื่อรักษารูปศัพท์ของคำเดิม จึงเขียนว่า มอเตอร์ไซค์ ใช้ตัว ค์ เพื่อสะท้อนถึงตัว c ในภาษาอังกฤษ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ลดราวาศอก โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ลดราวาศอก

          ลดราวาศอก หมายความว่า ผ่อนลง ยอมอ่อนให้ เช่น สองคนนี้ทะเลาะกันเป็นประจำไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้ใครเลย. เราเห็นว่าเขาเป็นผู้ใหญ่จึงยอมลดราวาศอกให้ ถ้าเป็นคนเท่า ๆ กันละก็จะไม่มีวันยอม.

          คำว่า ลดราวาศอก ความหมายหลักอยู่ที่คำว่า ลดรา ส่วน วาศอก เป็นสร้อยคำที่เสริมให้หนักแน่น. เป็นสำนวนที่ใช้จำกัดความหมายให้เป็นเรื่องเฉพาะในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งยอมอ่อนให้อีกฝ่ายหนึ่งเพราะความเกรงใจด้วยเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าหรือมีฐานะสูงกว่า.

          คำว่า ลดราวาศอก ไม่ใช้กับการลดราคาสินค้า ไม่ใช้กับการลดจำนวนพนักงาน ไม่ใช้กับการลดปริมาณสิ่งของ ใช้เฉพาะการยอมอ่อนยอมสุภาพ ยอมลงให้แก่ผู้ที่เหนือกว่า เท่านั้น.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

วัยผู้ใหญ่ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วัยผู้ใหญ่

          วัยผู้ใหญ่ ทางกฎหมายจะนับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เป็น วัยผู้ใหญ่.  เป็นวัยที่พ้นจากวัยรุ่นแล้วและเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว มักถือว่าเป็นวัยที่ร่างกายเติบโตเต็มที่ แข็งแรง และงามที่สุด. ในทางสติปัญญาก็เป็นวัยที่มุ่งศึกษาหาความรู้เพื่อการประกอบอาชีพ. วัยที่ประกอบอาชีพ เรียกว่า วัยงาน.  ถึงอายุประมาณ ๔๐ ปี เรียกว่า วัยกลางคน.  มักเป็นวัยแห่งความสำเร็จและความก้าวหน้า. เมื่อถึงอายุ ๖๐ เป็นผู้สูงอายุที่พ้นจากวัยทำงาน ถึงวัยที่มักเรียกว่า วัยทอง.  เป็นวัยที่พักจากการทำงานประกอบอาชีพ แต่ยังสดชื่นแข็งแรง สามารถเดินทางท่องเที่ยว และยังเป็นที่พึ่งที่ปรึกษาให้แก่ผู้อื่นได้. สุดท้ายจึงถึง วัยชรา.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

รู้ตื้นลึกหนาบาง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

รู้ตื้นลึกหนาบาง

          รู้ตื้นลึกหนาบาง เป็น สำนวน แปลว่า รู้สัดส่วนทั้งหมด. หมายความว่า รู้รายละเอียดทั้งหมด. เปรียบได้กับการรู้ลักษณะทั้งหมดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง.

          ในภาษาไทยไม่ค่อยมีคำที่มีความหมายรวม จึงมักใช้คำที่บรรยายลักษณะต่าง ๆ มารวมกันใช้แทนความหมายของทั้งหมด เช่น ใช้ว่า สูงต่ำดำขาว หมายถึงขนาดและผิวพรรณของบุคคล ใช้คำว่า หัวหาง หมายความว่า ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้คำว่า เหตุผลต้นปลาย หมายถึง สาเหตุและความเป็นไปทั้งหมดของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นต้น.

          รู้ตื้นลึกหนาบางจึงหมายถึง รู้เรื่องราวทั้งหมด รู้ความเป็นมาทั้งหมด เช่น เรื่องหนี้สินของครอบครัวนี้ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางของเขาอย่าไปวิจารณ์เลย.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

โลกาภิวัตน์ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

โลกาภิวัตน์

          โลกาภิวัตน์ (โล-กา-พิ-วัด)  แปลว่า การแพร่กระจายไปทั่วโลก หมายถึงการที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใด จะสามารถรู้หรือได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วจากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิด ณ ที่ใดในโลก ทั้งนี้ เนื่องจากการพัฒนาทางด้านการคมนาคมและระบบสารสนเทศทำให้คนไปมาหาสู่กันและสื่อสารถึงกันได้รวดเร็วขึ้น.

          คำว่า โลกาภิวัตน์ เป็นศัพท์บัญญัติให้ตรงกับ คำว่า globalization ในภาษาอังกฤษ ด้วยการนำคำว่า โลก มารวมกับคำว่า อภิวตฺตน ซึ่ง แปลว่า การหมุนไปอย่างยิ่ง หรือการทำให้หมุนไปเร็วขึ้น. โลกาภิวัตน์ จึงแปลว่า การหมุนไปทันโลกอย่างรวดเร็ว เช่น ในยุคโลกาภิวัตน์ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจซึ่งเกิดในประเทศหนึ่งสามารถมีผลกระทบหรือลุกลามไปสู่อีกหลาย ๆ ประเทศได้อย่างรวดเร็ว.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

โยนเผือกร้อน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

โยนเผือกร้อน

          โยนเผือกร้อน เป็นสำนวน หมายความว่า โยนปัญหาให้ ส่งความเดือดร้อนมาให้ เช่น ผู้อำนวยการเขาตั้งคุณมาเป็นผู้ดูแลการเงินของบริษัทเพราะกำลังมีปัญหา เขาโยนเผือกร้อนมาให้คุณแท้ ๆ.  เผือกที่ต้มร้อน ๆ ถ้าใครโยนมาให้รับไว้ก็จะร้อนมือ. คนรับไม่คิดว่าจะร้อนคิดว่าเป็นของให้ของดีก็รีบรับ แต่เมื่อรับมาแล้วจึงรู้ว่าร้อน ถ้าโยนต่อให้ผู้อื่นไม่ได้ก็ต้องทนร้อนถือเผือกนั้นไว้ต่อไป.

          การที่มีคนส่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาให้ในลักษณะเป็นของกำนัล หรือรางวัล แต่สิ่งที่ให้มานั้นกลับนำความเดือดร้อนมาให้ เปรียบเป็นสำนวนว่า โยนเผือกร้อน.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน