วันเฉลิมพระชนมพรรษา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วันเฉลิมพระชนมพรรษา

          วันเฉลิมพระชนมพรรษา (วัน-ฉะ-เหฺลิม-พฺระ-ชน-มะ-พัน-สา)  คือ วันที่มีการบำเพ็ญพระราชกุศลและมีการเฉลิมฉลองในมหามงคลสมัยที่วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง. วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือวันที่ ๕ ธันวาคม ทุกปี.

          คำว่า เฉลิม แปลว่า ยกย่อง เชิดชู สันนิษฐานว่า แปลงมาจากคำว่า เสริม. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้คำว่า เฉลิมพระชนมพรรษา  สำหรับการฉลองวันพระบรมราชสมภพที่นับทางสุริยคติ และใช้คำว่า ฉลองพระชนมพรรษา  สำหรับการฉลองวันพระบรมราชสมภพทางจันทรคติ.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

รองเท้าแตะ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

รองเท้าแตะ

          รองเท้า เป็นส่วนประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของการแต่งกาย. รองเท้า นอกจากจะเป็นเครื่องป้องกันเท้ามิให้บาดเจ็บหรือสกปรกแล้ว ยังเป็นเครื่องแสดงวัฒนธรรม และการได้รับการศึกษาอบรมของผู้สวมอีกด้วย.

          ในวัฒนธรรมไทยถือว่า รองเท้าแตะฟองน้ำเป็นรองเท้าที่ใช้สวมในบ้านหรือในที่สาธารณะ เช่น เวลาไปตลาด เป็นต้น ถ้าจะไปสถานที่ราชการ เข้าไปในสถานที่ที่ควรให้ความเคารพ ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ เพราะถือว่าไม่สุภาพ. การขึ้นชมเรือรบ จะสวมรองเท้าแตะไม่ได้. เมื่อแต่งเครื่องแบบก็ไม่ควรสวมรองเท้าแตะเช่นเดียวกัน.

           การรู้จักแต่งกายให้ถูกตามกาลเทศะ และรู้จักให้ความเคารพต่อสถานที่ที่เข้าไป แสดงถึงความเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมมาดี.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ล่อแหลม โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ล่อแหลม

          ล่อแหลม (ล่อ-แหฺลม)  เกิดจากคำว่า ล่อ กับ แหลม. ล่อ หมายถึง ชวนให้เกิด ชวนให้เข้ามา แหลม หมายถึงสิ่งที่มีลักษณะเรียว ปลายเสี้ยมคม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้. ล่อแหลม จึงมีความหมายว่า ชวนให้เกิดอันตราย เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เช่น การที่หญิงสาวแต่งตัวแบบนุ่งน้อยห่มน้อย อวดทรวดทรงองค์เอวมากเกินไปเป็นสิ่งที่ล่อแหลม เพราะเป็นการยั่วให้ผู้ร้ายทำอันตรายได้. คนที่แต่งเครื่องเพชรทองของมีค่ามากเกินไปก็ล่อแหลม เพราะเป็นการเชิญชวนให้ผู้ร้ายอยากจี้ปล้นได้. การที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกคบเพื่อนและชวนกันไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าไปทำอะไรที่ไหน ก็อาจล่อแหลมต่อการถูกชวนหรือถูกหลอกไปพัวพันกับยาเสพติดได้.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ยิว โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ยิว

          ยิว เป็นคำเรียกชนชาติหนึ่งซึ่งมีถิ่นฐานเดิมอยู่ในแถบตะวันออกกลาง นับถือศาสนาซึ่งมีชื่อว่า ยูดาย Judaism. ในเรื่องเวนิสวานิช มีตัวละครสำคัญตัวหนึ่งเป็นยิว ชื่อ ไชล็อก เป็นคนที่มีความละเอียดถี่ถ้วนในเรื่องเงินทอง ไม่ยอมเสียเปรียบ ไม่ยอมผ่อนผันหนี้ให้ลูกหนี้. ลักษณะของตัวละครตัวนี้ทำให้ คำว่า ยิว กลายมาเป็นสำนวนเปรียบเทียบ คนทีละเอียดถี่ถ้วนหรือคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องเงินทอง และขยายความไปถึงคนที่ตระหนี่ถี่เหนียว ขูดรีดเอาเปรียบผู้อื่นด้วย เช่น แถบนี้มีแม่ค้าอยู่เจ้าเดียว ยิวชะมัด ของก็ไม่ค่อยดี แล้วยังขายแพงเอากำไรขูดเลือดซิบ ๆ ทีเดียว. นายคนนี้ยิวจริง ๆ เขาให้กู้เงินคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ บาทต่อวันเชียวนะ.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

วัยเด็ก โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วัยเด็ก

          วัยเด็ก เป็นคำมาจากภาษาบาลีสันสกฤต วย หมายถึง ช่วงหนึ่ง ๆ ของอายุ. ในภาษาไทยมีคำเรียกช่วงอายุของคนหลายคำ แต่ละคำจะแสดงลักษณะโดยทั่วไปของคนในช่วงอายุนั้น ๆ ด้วย เช่น เด็กแรกเกิดถึงช่วง ๓-๔ เดือนแรก เรียกว่า วัยทารก  หรือ วัยแบเบาะ.  อายุ ๓-๔เดือน ถึง ๒ ขวบ เป็น วัยอุ้ม.  อายุ ๒ ขวบถึง ๕ ขวบ เป็น วัยแล่น  คือ วัยที่มักวิ่งแล่นหรือเคลื่อนที่ไปมาได้อย่างรวดเร็ว. และเรียกรวมตั้งแต่วัยแบเบาะวัยอุ้มไปจนถึงวัยแล่น ว่า วัยเด็ก.  ตั้งแต่๑๒ ถึง ๑๖ ปีเรียกว่า วัยรุ่น.  ช่วงปลายของวัยรุ่นจะเป็น วัยหนุ่มสาว  เริ่มจะพ้นจากวัยเด็ก.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

รื้อปรับระบบ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

รื้อปรับระบบ

          คำว่า รื้อปรับระบบ เป็นศัพท์บัญญัติให้ตรงกับคำว่า re-engineering ในภาษาอังกฤษ หมายความถึง การที่หน่วยงานหรือองค์กรหนึ่ง ปรับเปลี่ยนโครงสร้างในระบบการบริหาร หรือการจัดการภายในหน่วยงานโดยรื้อระบบเก่าทั้งหมด เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ความเหมาะสม ความประหยัด และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การรื้อปรับระบบการบริหารมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบราชการ.  การรื้อปรับระบบ เริ่มนำมาใช้ในงานธุรกิจและการธนาคารก่อน ต่อมาจึงนำมาใช้ในการบริหารงานอื่นด้วย.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

วันเข้าพรรษา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วันเข้าพรรษา

          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติให้พระภิกษุอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอดช่วงฤดูฝน ห้ามเดินทางไปค้างแรมที่อื่น นอกจากในกรณีจำเป็นเป็นพิเศษ เรียกว่า อยู่จำพรรษา.

          เข้าพรรษา เริ่มในวันแรม ๑ ค่ำเดือนแปดในปีปรกติ และเริ่มวันแรม ๑ ค่ำเดือนแปดหลัง ในปีที่มีเดือนแปดสองหน ซึ่งเรียกว่า อธิกมาส.

          วันแรม ๑ ค่ำ นั้นเรียกว่า วันเข้าพรรษา.  พรรษาสิ้นสุดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ ซึ่งเรียกว่า ออกพรรษา.

          ชายไทยนิยมบวชก่อนวันเข้าพรรษา เพื่อจะได้ศึกษาพระธรรมคำสอนได้เต็มที่ตลอดช่วงพรรษานั้น. พุทธศาสนิกชนจะตั้งใจถือศีล ทำบุญ ฟังเทศน์ หรือฝึกสมาธิกันมากในช่วงเวลาเข้าพรรษา เพราะเป็นเวลาที่มีพระภิกษุอยู่ประจำในวัดต่าง ๆ มากที่สุด.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน