พระบรมราชวโรกาส โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

พระบรมราชวโรกาส

          พระบรมราชวโรกาส (พฺระ-บอ-รม-มะ-ราด-ชะ-วะ-โร-กาด)  แปลว่า โอกาสอันประเสริฐของพระราชา หมายถึงโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่ประชาชนและผู้ที่ขอเข้าฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท. เมื่อข้าราชการ ประชาชน พ่อค้า หรือผู้หนึ่งผู้ใดมีความประสงค์จะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จะต้องกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนั้น โดยทำเป็นหนังสือผ่านทางราชเลขาธิการ. เมื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยแล้ว อาจจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ตามวันและเวลาอันควร.

          คำว่า พระบรมราชวโรกาส ใช้เฉพาะในกรณีขอเข้าเฝ้าฯ เบิกผู้เข้าเฝ้าฯ หรือ พระราชทานให้เข้าเฝ้าฯ เท่านั้น.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

พ่อหลวง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

พ่อหลวง

          พ่อหลวง เป็นคำในภาษาถิ่นพายัพ หรือถิ่นเหนือ เป็นคำเรียก ผู้ใหญ่บ้าน เช่น พ่อหลวงบ้านร่มหลวง พ่อหลวงบ้านกาด พ่อหลวงบ้านหัวฝาย.  ในภาคเหนือ เรียกภรรยาพ่อหลวง คือภรรยาผู้ใหญ่บ้านว่า แม่หลวง. ในภาคใต้ เรียกพระภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาส ว่า พ่อหลวง.

          การใช้คำว่า พ่อหลวง แทน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเป็นการใช้คำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง. การนำคำภาษาถิ่นมาใช้ในภาษาภาคกลางเป็นเรื่องดี เพราะจะเป็นการรักษาภาษาถิ่นของเราไว้บ้าง แต่ควรจะเลือกใช้ให้ถูกความหมาย.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ฯพณฯ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ฯพณฯ

          คำว่า ฯพณฯ ออกเสียงว่า พะ-นะ-ท่าน.  แต่โบราณใช้ว่า พณหัวเจ้า หรือ พณหัวเจ้าท่าน เป็นคำยกย่องที่ใช้เป็นคำนำหน้าชื่อผู้ใหญ่ เช่น เมื่อเอ่ยชื่อหรือตำแหน่งเอกอัครราชทูต หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่. คำนี้ ได้มีหนังสือเวียนของกรมเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นว.๑๘๒/๒๔๘๗ ลงวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๗ แจ้งทุกกระทรวงให้ทราบว่า คณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกการใช้คำว่า “ฯพณฯ” และต่อมาได้มีหนังสือเวียน ที่ นว. ๑๐๘/๒๔๘๘ แจ้งรัฐมนตรีทุกกระทรวงอีกครั้งหนึ่งให้เลิกใช้คำว่า “ฯพณฯ” เว้นแต่ในกรณีพิเศษอันเกี่ยวกับต่างประเทศเท่านั้น. แม้ว่าจะได้มีประกาศเลิกใช้แล้วถึง ๒ ครั้ง แต่คนทั่วไปก็ยังนิยมใช้คำว่า ฯพณฯ กันอยู่.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

มวยวัด โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

มวยวัด

          มวยวัด หมายถึง มวยที่ไม่ได้ฝึกหัดซักซ้อมกันอย่างมีรูปแบบ ได้แต่เหวี่ยงหมัดไปมา จึงไม่มีแบบแผนการต่อสู้ เช่น นายไปมีเรื่องกับนักมวย ชกเขาแบบมวยวัดจะไปสู้คนที่เขาหัดมวยจริง ๆ ได้อย่างไร.

          คำว่ามวยวัด หมายถึง การต่อยมวยแบบวัดเหวี่ยงหมัดออกไป ไม่ใช่มวยที่ฝึกต่อยจริง. แต่บางท่านกล่าวว่า เกิดจากในสมัยก่อนเด็กวัดมักจะวิวาทชกต่อยกัน แต่เด็กวัดไม่ได้หัดมวยตามกระบวนท่าต่าง ๆ ชกต่อยกันเปะปะไม่เป็นท่า จึงเกิดคำว่า มวยวัด หมายความว่า ชกต่อยกันอย่างไม่เป็นท่า. ต่อมากลายเป็นสำนวน หมายความถึง การทำแบบทำไม่เป็น การทำอย่างไม่ชำนาญ ไม่มีทักษะ เช่น ฉันไม่เคยเรียนคอมพิวเตอร์ แต่ก็เล่นได้ทำได้แบบมวยวัด. นักวิชาการบางคนทำงานวิจัยแบบมวยวัดไม่มีรูปแบบ ไม่มีวิธีการเลย.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

พระราชจริยวัตร-พระจริยวัตร โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

พระราชจริยวัตร-พระจริยวัตร

          คำว่า พระราชจริยวัตร (พฺระ-ราด-จะ-ริ-ยะ-วัด)  และพระจริยวัตร (พฺระ-จะ-ริ-ยะ-วัด)  ประกอบด้วยคำว่า พระราช หรือ พระ กับคำว่า จริยวัตร. จริย แปลว่า ความประพฤติ วัตร แปลว่า ปฏิบัติ. จริยวัตร แปลว่า ความประพฤติ การปฏิบัติตน. เมื่อเป็นราชาศัพท์ จึงใช้ว่า พระราชจริยวัตร และ พระจริยวัตร หมายถึงความประพฤติของเจ้านาย เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชจริยวัตรที่งดงามเหมาะสมเสมอ. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระจริยวัตรที่งามมาก.

          พระราชจริยวัตร และ พระจริยวัตร หมายถึง การปฏิบัติองค์โดยปรกติธรรมดาของเจ้านาย.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ฟังหูไว้หู โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ฟังหูไว้หู


          ฟังหูไว้หู เป็นสำนวน แปลว่า ฟังหูหนึ่งจงเก็บไว้หูหนึ่ง หมายความว่า ฟังเรื่องอะไรมา รู้เรื่องอะไรมา อย่าเชื่อหรือเห็นคล้อยตามไปทั้งหมด ต้องรู้จักพิจารณาไตร่ตรองว่า เรื่องที่ฟังมานั้น ถูกต้อง สมเหตุผลหรือไม่ สมควรเชื่อหรือไม่ สมควรปฏิบัติตามหรือไม่.

          การพิจารณาไตร่ตรองด้วยเหตุผลที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ ปราศจากความโลภ ความหลง และใช้สามัญสำนึก จะทำให้สามารถพิจารณาได้ว่า เรื่องที่ฟังมานั้น เป็นสิ่งที่ควรเชื่อหรือไม่ ควรทำตามและเห็นด้วยหรือไม่ เรื่องนั้นมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่. สำนวน ฟังหูไว้หู เป็นสำนวนที่สอนให้เรามีสติ รู้จักคิดไม่หลงเชื่อใครง่าย ๆ.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

พระบรมมหาราชวัง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

พระบรมมหาราชวัง

          คำว่า พระบรมมหาราชวัง (พฺระ-บอ-รม-มะ-หา-ราด-ชะ-วัง)  พระราชวัง และวัง เป็นคำเรียกที่อยู่ของพระราชวงศ์ ตั้งแต่พระเจ้าแผ่นดิน ลงมาถึงพระบรมวงศานุวงศ์. พระบรมมหาราชวัง ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า วังหลวง เป็นวังที่สำคัญที่สุดอยู่ที่กรุงเทพมหานคร. เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล. ในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ประทับในพระบรมมหาราชวัง แต่ทรงใช้พระบรมมหาราชวังเป็นที่ทรงประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น พระราชพิธีฉัตรมงคล พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา. เป็นที่ทรงรับอักษรสาส์นตราตั้งและพระราชสาส์นตราตั้งเอกอัครราชทูตประเทศต่าง ๆ ด้วย.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

เผื่อเหนียว โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เผื่อเหนียว


          เผื่อเหนียว เป็นสำนวน หมายความว่า ทำหรือเตรียมไว้มากกว่าที่ต้องการ เผื่อว่าที่ทำไว้หรือเตรียมไว้จะไม่พอกับความต้องการ เช่น คนมีเพียง ๑๐ คนเย็บกระทง ๑๐ ใบก็พอ แต่ฉันทำเผื่อเหนียวมาอีก ๒ ใบ. เราไปค้างกันคืนเดียวฉันเตรียมเสื้อไปเปลี่ยนชุดหนึ่งแต่ก็มีเผื่อเหนียวมาอีกชุดหนึ่ง.

          คำว่า เผื่อเหนียว มาจากการที่คนแต่ก่อนเชื่อคาถาอาคม และเชื่อว่ามีการเสกเป่าทำให้หนังเหนียว ใครจะทำร้ายด้วยคมอาวุธก็ไม่อาจทำได้ เพราะหนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า. คนที่ตีฟันกับผู้อื่นจนผู้นั้นล้มสลบไปแล้ว ก็ยังเกรงว่าจะรอดตายไปได้ จึงตีเพิ่มเผื่อว่าผู้นั้นเหนียวก็คงจะช้ำในตาย. จึงเกิดเป็นสำนวนว่า ตีเผื่อเหนียว  และปัจจุบันใช้ว่า เผื่อเหนียว.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน