เถลิงถวัลยราชสมบัติ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เถลิงถวัลยราชสมบัติ

          เถลิงถวัลยราชสมบัติ (ถะ-เหฺลิง-ถะ-หฺวัน-ยะ-ราด-ชะ-สม-บัด)  เป็นกริยาราชาศัพท์ ประกอบด้วยคำว่า เถลิง ถวัลย และ ราชสมบัติ.

          เถลิง เป็นคำที่รับมาจากคำภาษาเขมรว่า เฬิง แปลว่า ขึ้น แล้วนำมาแผลงเป็นคำว่า เถลิง. คำว่า ถวัลย์ แปลว่า ครอง. คำว่า เถลิงถวัลยราชสมบัติ จึงแปลว่า ขึ้นครองราชสมบัติ หมายความว่า ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินเมื่อพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อนเสด็จสวรรคตไปแล้ว เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ปากกา-ปากไก่ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ปากกา-ปากไก่


          ปากกา และ ปากไก่ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เขียนตัวอักษรลงบนสมุดไทย. ปากกาหรือปากไก่สมัยก่อนทำด้วยไม้หรือขนไก่ เหลาให้แหลม ผ่าร่องสำหรับให้น้ำหมึกเดิน. น้ำหมึกที่ใช้จะผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น น้ำหมึกสีขาวได้จากเปลือกหอยมุกบดละเอียดจนเป็นแป้งผสมกับกาวยางมะขวิด. น้ำหมึกสีเหลืองได้จาก รง ซึ่งเป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง. น้ำหมึกสีดำได้จากเขม่า เป็นต้น. ปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้เขียนหนังสือเป็นเส้นหมึก เรียกว่า ปากกา โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าทำด้วยวัสดุใด หรือรูปร่างเป็นอย่างไร.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

บริวารกฐิน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

บริวารกฐิน


          บริวารกฐิน (บอ-ริ-วาน-กะ-ถิน)  หมายถึง ข้าวของเครื่องใช้ที่สบทบเข้ากับผ้าซึ่งถวายพระสงฆ์เป็นองค์กฐิน บริวารกฐินไม่ได้ระบุว่าจะมีสิ่งใดมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปเจ้าภาพกฐินมักจะจัดสิ่งของซึ่งเป็นเครื่องใช้จำเป็นของพระภิกษุสงฆ์ เครื่องซ่อมแซมปฏิสังขรณ์วัด เครื่องใช้ในการทำบุญ เช่น เสื่อสาดอาสนะ กระติกน้ำร้อนน้ำเย็น ตลอดจนหม้อกระทะถ้วยชาม.
          บริวารกฐินที่สำคัญมักเป็นเงินซึ่งพระภิกษุจะสามารถนำไปใช้ในกิจการของวัด ซ่องแซมวัด ขยายวัด หรือสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์เพื่อความถาวรและความเจริญของวัดและพระศาสนา.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ช่องลม โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ช่องลม

          ช่องลม แปลว่า ทางที่ลมพัดผ่าน เช่น ที่ตรงนี้เป็นช่องลม ลมพัดผ่านตลอดเวลา.  นอกจากนี้ ช่องลมยังเป็นคำเรียกช่องในตัวเรือน ซึ่งอยู่ระหว่างปลายด้านบนของฝาเรือนกับฝ้าเพดาน. บางบ้านทำเป็นลูกกรง บางบ้านจะมีตัวไม้สลักลวดลายสวยงามปิดตรงช่องลม.

          ช่องลมเป็นส่วนที่ทำให้ลมผ่านเข้าออกได้ และทำให้แสงสว่างส่องเข้าในตัวเรือนได้บ้าง. ช่องลมจึงเป็นส่วนที่ช่วยให้บ้านเรือนเย็นสบายไม่อับชื้น.

          บ้านเรือนที่บรรพบุรุษของเราออกแบบไว้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศและท้องถิ่นของบ้านเรา เป็นภูมิปัญญาไทยที่ควรพิจารณานำมาปรับใช้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

จังหล่อ-จำหล่อ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จังหล่อ-จำหล่อ

          จังหล่อ หรือ จำหล่อ เป็นคำเก่าที่มีความหมายว่า เครื่องกีดกั้นทาง.

          วิธีทำจังหล่อนั้นเจ้าหน้าที่จะปักไม้เป็นเสาสูงประมาณ ๒ ศอกขวางทางไว้ มีไม้ราวตีทับหลัง. ไม้ที่ปักนี้ทำเป็น ๒ แนว วางเหลื่อมกัน. เมื่อคนเดินมาถึงจังหล่อจะผ่านไปไม่ได้ต้องเดินไปจนสุดแนวข้างหนึ่ง แล้วย้อนกลับไปทางปลายของอีกแนวหนึ่ง จึงจะผ่านไปได้. จุดประสงค์ที่มีจังหล่อก็เพื่อตรวจตราผู้ที่สัญจรผ่านไปมา เป็นต้น.

          ปัจจุบันไม่มีใครใช้คำนี้ ใช้แต่คำว่า ที่กั้น เครื่องกั้น ไม้กั้น เช่น ที่กั้นถนนตรงทางรถไฟ. น่าจะนำคำว่า จังหล่อ มาใช้เพื่อรักษาศัพท์ไว้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ชฎา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ชฎา

          ในปัจจุบันนี้ คนทั่วไปมักจะรู้จักคำว่า ชฎา (ชะ-ดา)  ว่าหมายถึง เครื่องสวมศีรษะสำหรับตัวพระในละครไทย เท่านั้น.

          แต่คำว่า ชฎา มีอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ผมที่เกล้าเป็นมวยสูงขึ้นไปอยู่ตรงกระหม่อม เช่นที่พบในหนังสือเรื่อง มหาชาติคำหลวง ตอนที่บรรยายถึงพระเวสสันดรเข้าไปอยู่ในป่า และถือเพศเป็นนักบวช ว่า “ทรงชฎามณฑล”. ทรงชฎามณฑล แปลว่า ทรงเกล้าผมเป็นมวยสูง. ตอนที่พรานเจตบุตรบรรยายลักษณะของพระอรรจุตฤาษีให้ชูชกฟัง ก็กล่าวว่า “จองชฎา” แปลว่า ผูกผมเกล้าเป็นมวยสูงขึ้นไป เช่นเดียวกัน.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม