ซื้อเวลา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ซื้อเวลา

          ซื้อเวลา หมายความว่า ยื้อเวลา ถ่วงเวลา ยอมเสียประโยชน์บางอย่าง เพื่อยืดเวลาดำรงตำแหน่ง หรือ อยู่ในฐานะใดฐานะหนึ่ง ไม่ทำการใด ๆ ที่ควรทำ แต่ปล่อยให้เวลาผ่านไป โดยหวังว่าเวลาจะช่วยทำให้สถานการณ์หรือปัญหาที่เกิดขึ้นคลี่คลายไปในทางที่ดีได้เอง.

          เมื่อมีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้นในบ้านเมือง และผู้รับผิดชอบไม่ดำเนินการตามที่ควร หากใช้เวลาเป็นเครื่องผัดผ่อน จะกล่าวเป็นสำนวนว่า ซื้อเวลา  เช่น คุณบริหารงานผิดพลาดก็เห็นอยู่แล้ว ทำไมจึงไม่ลาออก เราจะได้เลือกประธานคนใหม่. คุณจะซื้อเวลาไปจนกว่าจะหมดวาระเชียวหรือ. เขารู้ว่าชาวบ้านไม่พอใจให้เขาเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เมื่อยังไม่มีใครกล้าฟ้องร้องหรือขับไล่เขา เขาก็ซื้อเวลาอยู่เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อไปจนกว่าจะหมดวาระ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ฉายเดี่ยว โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ฉายเดี่ยว

          ฉายเดี่ยว เป็นสำนวน ประกอบด้วยคำว่า ฉาย  ซึ่งแปลว่า ส่องแสงออกไป ส่องพุ่งออกไปกับคำว่า เดี่ยว  ซึ่งแปลว่า หนึ่ง คนเดียว แต่ลำพังตนเอง.

          ฉายเดี่ยว ใช้ในความหมายว่า ไปไหนมาไหนคนเดียว ทั้ง ๆ ที่โดยปรกติจะมีคู่มาด้วย เช่น วันนี้สามีเธอไปธุระต่างจังหวัด คุณวนิดาจึงต้องฉายเดี่ยว.

          ฉายเดี่ยว อาจมีความหมายว่า ทำงานรับผิดชอบคนเดียว ไม่ได้ประสานงานกับผู้อื่น ไม่ได้ร่วมมือกับผู้อื่น เช่น เขาชอบฉายเดี่ยว เวลาให้ทำงานร่วมกับใคร เขาก็จะทำคนเดียวหมด คนอื่นไม่ได้แสดงฝีมือเลย.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

จุติ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จุติ

          จุติ (จุด-ติ)  เป็นคำกริยา มาจากคำภาษาบาลีว่า จุติ แปลว่า เคลื่อน หมายถึงการที่เทวดาเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งมาเป็นอีกสภาพหนึ่ง เป็นกริยาของเทวดาที่เสวยสุขอยู่บนสวรรค์จนหมดอายุการเป็นเทวดาแล้วจะเปลี่ยนสภาพลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เช่น พระนางผุสดีจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตลงมาเกิดเป็นมเหสีพระเจ้ากรุงสญชัย.

          คำว่า จุติ ใช้เฉพาะการที่เทวดาเคลื่อนจากภพที่สูงกว่าลงมาบังเกิดในภพที่ต่ำกว่า เป็นกิริยาของเทวดาโดยเฉพาะ ไม่ใช้กับผู้อื่น. ถ้าจะใช้ว่า มนุษย์จุติไปเกิดเป็นเทวดา ใช้ไม่ได้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ตัดหน้าฉาน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ตัดหน้าฉาน

          ตัดหน้าฉาน หมายถึง เดิน หรือ คลานผ่านหน้าพระที่นั่งโดยตัดตรงจากขวามาซ้ายหรือจากซ้ายมาขวา. เป็นกิริยาที่กระทำไม่ได้เป็นอันขาด. ถ้าจำเป็นต้องทำ ให้เดินหรือคลาน แฉลบให้ห่างออกไป หรือมิฉะนั้นให้อ้อมทางด้านหลัง.

          การตัดหน้ากระบวนเสด็จพระราชดำเนินในระยะกระชั้น ก็เรียกว่า ตัดหน้าฉาน เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เช่นเดียวกัน. การตัดหน้ากระบวน แม้เป็นกระบวนอื่น ๆ ก็เป็นกิริยาที่ไม่สมควร. เช่นเดียวกับการเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ก็เป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ. การเดินตัดหน้าหรือผ่านคนที่กำลังพูดกันอยู่ก็ไม่ควรกระทำ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

จุมโภ่ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จุมโภ่

          จุมโภ่ เป็นคำเรียกเจ้าหน้าที่ดูแลการทำอาหารในเรือ เช่น ในเรือรบ ในเรือประมง ซึ่งผู้ที่ทำงานในเรือต้องอยู่ในเรือกลางทะเลเป็นเวลานาน ต้องมีการประกอบอาหารให้คนในเรือรับประทาน อย่างที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า cook.

          คำว่า จุมโภ่ สันนิษฐานว่าเป็นคำจากภาษาจีน. ภาษาทางการมักจะใช้คำว่า เจ้าหน้าที่สูทกรรม (สูด-ทะ-กำ).  เรียกฝ่ายประกอบอาหาร ว่า ฝ่ายสูทกรรม.

          คำว่า สูทกรรม เป็นคำมาจากภาษาบาลี สูท แปลว่า คนครัว พ่อครัว. สูทกรรม หมายถึง การทำอาหาร การประกอบอาหาร.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

จุกช่องล้อมวง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จุกช่องล้อมวง

          คำว่า จุกช่องล้อมวง เป็นสำนวนเก่าที่ประกอบด้วยคำว่า จุกช่อง และ ล้อมวง. เป็นคำที่ใช้เฉพาะแก่พระเจ้าแผ่นดิน เช่น ในเวลาที่เสด็จประพาส มีเหตุการณ์ไม่ปรกติ หรือมีการจลาจลวุ่นวาย จะมีการจุกช่องล้อมวงเพื่อถวายการอารักขาพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ให้ปลอดภัย.

          จุกช่อง คือ จัดทหารมารักษาการณ์อยู่ตามช่องทางที่เป็นถนนตรอกซอกซอย เป็นช่องทางที่ข้าศึกศัตรูอาจเข้ามาถึงพระองค์ได้. ส่วน ล้อมวง นั้น คือ จัดผู้อารักขาล้อมที่ประทับไว้เป็นชั้น ๆ.

          ปัจจุบัน จุกช่องล้อมวง ใช้เป็นสำนวนหมายความว่า อารักขาคุ้มกัน เช่น เวลารัฐมนตรีคนนี้ไปไหนมาไหนทำไมจึงต้องจุกช่องล้อมวงกันถึงขนาดนั้นนะ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม