จองที่นั่ง-สำรองที่นั่ง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จองที่นั่ง-สำรองที่นั่ง

          จองที่นั่ง หมายถึง แสดงความจำนงว่าจะต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เช่น ต้องการทอดกฐินที่วัดหนึ่งจึงไปจองกฐิน แสดงความจำนงไว้ว่าจะมาทอดกฐิน ผู้อื่นจะมาทอดซ้อนกันไม่ได้.

          เมื่อต้องการเดินทางจึงไปจองที่นั่งในเครื่องบินหรือรถโดยสารไว้ล่วงหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีที่ให้โดยสารแน่นอน.

          ถ้าจะดูละครที่มีผู้ชมมาก ๆ ก็ควรไปจองตั๋วไว้ล่วงหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีที่นั่งให้ดูได้ ผู้อื่นไม่ได้จองที่นั่งไปจนหมด.

          คำว่า จองที่นั่ง อย่างนี้ มีผู้ใช้ผิดว่า สำรองที่นั่ง ทำให้ความหมายผิดไป ควรใช้ว่า จองที่นั่ง จองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วละคร จองตั๋วภาพยนตร์.

          สำรองที่นั่ง หมายความว่า จัดที่นั่งเผื่อไว้ เช่น ขสมก. สำรองที่นั่งไว้ให้พระภิกษุบนรถโดยสารประจำทาง เพื่อว่าเมื่อพระภิกษุขึ้นรถโดยสารประจำทางจะได้มีที่ให้พระภิกษุนั่ง. ที่นั่งนั้นเรียกว่า ที่นั่งสำรองสำหรับพระภิกษุ.

          สำรอง อาจหมายถึง เตรียมเผื่อไว้ใช้ เมื่อของจริงหรือตัวจริงใช้การไม่ได้ เช่น นักกีฬาตัวสำรอง  คือ นักกีฬาที่เตรียมไว้สำหรับเล่นแทนนักกีฬาตัวจริง หากนักกีฬาตัวจริงเกิดเจ็บป่วยหรือติดขัดด้วยธุระอื่นทำให้ลงแข่งไม่ได้. เงินสำรอง  คือเงินที่เตรียมไว้เผื่อต้องใช้เงินมากกว่าเงินที่กะไว้เดิม.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เซรุ่ม โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เซรุ่ม

          เซรุ่ม เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า serum. เป็นคำเรียกของเหลวใสสีเหลืองอ่อน ซึ่งลอยอยู่เหนือลิ่มเลือด. ถ้าเจาะเลือดออกมาใส่หลอดแก้วตั้งทิ้งไว้ เลือดจะแข็งตัวเป็นลิ่มเลือดแล้วจะหดตัว เซรุ่มจะลอยอยู่เหนือลิ่มเลือดนั้น.

          เซรุ่มที่รู้จักกันทั่วไป คือ ของเหลวใสที่สกัดจากเลือดสัตว์บางชนิด เช่น เลือดม้า เลือดกระต่าย โดยม้าหรือกระต่ายนั้นได้รับพิษงู หรือ ทอกซอยด์ (toxoid) ของเชื้อโรคบางชนิด เช่น โรคคอตีบ เพื่อให้ม้าหรือกระต่ายเกิดภูมิคุ้มกันพิษงูหรือโรคนั้น. เมื่อสกัดเซรุ่มจากเลือดม้า เลือดกระต่ายพวกนี้มาฉีดให้คน ก็จะแก้พิษงูหรือทำให้คนเกิดภูมิคุ้มกันโรคนั้น ๆ ได้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ตีหน้ายักษ์ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ตีหน้ายักษ์

          ตีหน้ายักษ์ เป็นสำนวน หมายความว่า โกรธ เช่น หมู่นี้เขาเป็นอะไรจึงดูหงุดหงิด ตีหน้ายักษ์เสียเรื่อย. เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องมาตีหน้ายักษ์ใส่ฉันหรอก.

          ตีหน้ายักษ์ เกิดจากคำว่า ตีหน้า กับคำว่า ยักษ์. ตีหน้า แปลว่า ทำหน้า แสดงสีหน้า. ตีหน้ายักษ์ จึงแปลว่า ทำหน้าเหมือนยักษ์. ยักษ์ในความคิดของคนไทย นอกจากจะมีร่างกายใหญ่โตกว่าธรรมดาแล้ว ยักษ์ที่คนไทยรู้จักจากเรื่องรามเกียรติ์มีหน้าตาย่นยู่ มีเขี้ยวโง้งออกมานอกปาก ตาโปนโตและมีแววดุดัน.

          คนที่โกรธมักทำหน้าบึ้ง หน้าดุดัน จึงเปรียบว่าทำหน้าเหมือนหน้ายักษ์ ใช้เป็นสำนวนว่า ตีหน้ายักษ์.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

จดหมาย โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จดหมาย

          จดหมาย หรือหนังสือที่ติดต่อไปมาถึงกันนั้น ถ้าเป็นราชาศัพท์ ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงมาถึงสมเด็จพระบรมราชกุมารี ใช้ว่า พระราชหัตถเลขา

          พระราชวงศ์ทั่วไปใช้ว่า ลายพระหัตถ์.

          จดหมายของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า คือ สมเด็จพระสังฆราชซึ่งมีฐานันดรศักดิ์เป็นพระราชวงศ์ ใช้ว่า พระสมณสาสน์ (พฺระ-สะ-มะ-นะ-สาด).

          ถ้าเป็นสมเด็จพระสังฆราชใช้ว่า ลายพระหัตถ์ เช่น สมเด็จพระสังฆราชมีลายพระหัตถ์ถึงเจ้าอาวาสวัดทั่วราชอาณาจักรให้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการอบรมสั่งสอนเยาวชนของชาติ.

          คำว่า จดหมาย ถ้าเป็นพระภิกษุทั่วไปจนถึงสมเด็จพระราชาคณะ ใช้ว่า ลิขิต. ไม่ต้องมีคำใดประกอบ (ไม่ใช่ พระลิขิต) เช่น เจ้าอาวาสมีลิขิตถวายสมเด็จพระสังฆราชฉบับหนึ่ง สมเด็จพระวันรัตมีลิขิตฉบับหนึ่งถึงอธิบดีกรมการศาสนา.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ซ้อม โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ซ้อม

          ซ้อม เมื่อใช้เป็นกริยา หมายความว่า ลองทำเพื่อให้ทำได้ถูกต้อง คล่องแคล่วในเวลาที่ต้องทำจริง เช่น ซ้อมรับปริญญา ซ้อมร้องเพลง ซ้อมกล่าวสุนทรพจน์ ซ้อมละคร.

          ซ้อม อาจใช้เป็นคำวิเศษณ์ ขยายกริยา ก็ได้ เช่น สอบซ้อม  หรือใช้ขยายนามก็ได้ เช่น วันซ้อม คู่ซ้อม.

          ถ้าใช้ ซ้อมมือ  ก็จะมีความหมายว่า ลองทำเพื่อให้ทำได้ถูกต้อง คล่องแคล่วในเวลาที่ต้องทำจริง เช่นเดียวกัน แต่จะใช้กับสิ่งที่ใช้มือทำ เช่น ก่อนเข้าแข่งขันพิมพ์ดีดเขาซ้อมมือทุกวัน . นักมวยซ้อมมือกับคู่ซ้อมวันละหลายชั่วโมง.

          ถ้าใช้เป็นคำซ้อนว่า ซักซ้อม จะมีความหมายว่า ย้ำให้แม่นยำ แนะกันไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ทำได้ถูกต้องแม่นยำ เช่น ซักซ้อมกันให้แน่นะว่าใครจะเป็นคนกล่าวอวยพร ใครจะเป็นคนถือของขวัญ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เฉลียง-ระเบียง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เฉลียง-ระเบียง

          ส่วนของบ้านเรือนที่ยื่นออกไปจากตัวบ้านนั้น มีคำเรียกอยู่ ๒ คำ คือ เฉลียง และระเบียง.

          เฉลียง เป็นส่วนของบ้านที่ต่อออกไปทางด้านหุ้มกลอง คือ ด้านหัวหรือท้ายของตัวเรือน. ถ้าเป็นโบสถ์วิหาร เฉลียง ก็คือส่วนที่อยู่หน้าโบสถ์ท้ายโบสถ์. เฉลียงเป็นที่สำหรับนั่งพัก หรือเป็นส่วนที่จะเชื่อมต่อไปกับเรือนหลังอื่นก็ได้.

          ส่วนระเบียงนั้นเป็นส่วนที่ต่อออกทางด้านข้าง. เรือนสมัยใหม่ไม่ได้สร้างให้มีความกว้างความยาวชัดเจนเหมือนเรือนโบราณ แยกเฉลียงกับระเบียงไม่ออก ก็อาจแยกด้วยตำแหน่ง. ถ้าอยู่หน้าบ้านหลังบ้าน เรียกว่า เฉลียง เช่น เฉลียงหน้าบ้าน เฉลียงหลังบ้าน  ถ้าอยู่ข้างบ้าน เรียก ระเบียง เช่น ด้านข้างบ้านมีระเบียงยื่นออกไปให้ยืนรับลมได้ .

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม