ชโย-ไชโย โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ชโย-ไชโย

          คำว่า ชโย และ ไชโย เป็นคำอุทานที่เปล่งออกเพื่อแสดงความยินดี เช่น ไชโย ! คุณพ่อจะพาเราไปเที่ยวหน้าร้อนนี้. ขอให้บ่าวสาวจงมีความสุขชั่วนิรันดร์ ไชโย ! ไชโย ! ไชโย!

          คำว่า ชโย หรือ ไชโย แปลว่า ชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำมาจากคำร้องอวยชัยของแขกยามที่มาเล่นโขนเรื่องรามเกียรติ์ถวาย. และได้โปรดให้พวกเสือป่าเปล่งคำว่า ชโย หรือ ไชโย แทนการร้อง โห่ ที่เคยใช้มาก่อน ต่อมาคนอื่นก็ใช้ตาม.

          คำว่า ชโย ไชโย นอกจากจะเปล่งเพื่อแสดงความยินดีแล้ว ยังอาจใช้ลงท้ายคำประพันธ์ เช่น วรรคท้ายของเนื้อเพลงชาติไทยว่า ดุจถวายชัย ชโย.  วรรคท้ายของเนื้อเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ว่า ถาวรยศอยู่คู่ไทย เชิดชัย ชโย.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ใต้ถุน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ใต้ถุน

          ใต้ถุน คือ ส่วนที่อยู่ใต้ตัวบ้านของเรือนไทย. แต่โบราณมาคนไทยจะปลูกบ้านแบบมีใต้ถุนสูงขนาดคนเดินผ่านเข้าไปได้. ใต้ถุนเป็นที่โล่งซึ่งใช้เป็นที่เก็บข้าวของบางอย่าง เช่น เครื่องมือทำเกษตรกรรม เป็นที่อาศัยของสัตว์เลี้ยง เป็นที่หลบร้อนนั่งพัก และเป็นที่ทำงานต่าง ๆ ในเวลากลางวัน. บางบ้านเป็นที่เก็บเรือในหน้าแล้งและเป็นที่จอดเรือในหน้าน้ำ.

          การออกแบบบ้านให้มีใต้ถุนสูงเป็นภูมิปัญญาไทยที่ชาญฉลาด และแสดงให้เห็นว่า บรรพบุรุษของไทยรู้จักและเข้าใจสภาพภูมิอากาศและลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเมืองไทยอย่างดี. แม้ในปัจจุบันนี้ถ้าได้พิจารณาปลูกบ้านให้มีใต้ถุนสูง เวลาน้ำท่วมก็คงไม่เดือดร้อน.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ชา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ชา

          ชา เป็นชื่อต้นไม้ขนาดเล็ก ขึ้นในเขตร้อน ใช้ใบอ่อนผึ่งให้แห้ง แล้วชงน้ำกินเป็นเครื่องดื่ม. มีหลายแบบเช่น ชงดื่มเปล่า ๆ แบบชาจีน ชาญี่ปุ่น ชงใส่นมใส่น้ำตาลแบบชาฝรั่ง ชงใส่น้ำตาลใส่น้ำแข็งแบบที่เรียกว่า ชาดำเย็น หรือ ชงใส่นมใส่น้ำตาลและน้ำแข็ง แบบที่เรียกว่า ชาเย็น. คนไทยนิยมกินชาหลายแบบ ตามเวลา สถานที่ และตามความพึงพอใจของแต่ละคน.

          ชาเกิดในประเทศจีนก่อนแล้วแพร่ไปยัง อินเดีย ศรีลังกา ยุโรป และอเมริกา. คำเรียก ชา ในภาษาไทยเป็นคำที่มาจากภาษาจีนกลางว่า ฉา. บางภาษาใช้ตามภาษาจีนแต้จิ๋วที่ว่า เต๊ เช่น คำว่า tea ในภาษาอังกฤษ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เจว็ด โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เจว็ด

          เจว็ด (จะ-เหฺว็ด)  เป็นคำเรียกแผ่นไม้รูปคล้ายใบเสมา แต่ทำทรงสูง เพรียว. ด้านหน้าวาดรูปหรือสลักเป็นภาพเทวดาถือพระขรรค์ เรียกว่า รูปเทพารักษ์.

          บ้านที่มีศาลพระภูมิจะประดิษฐานเจว็ดนี้ไว้ในศาลพระภูมิ. เชื่อกันว่าพระภูมิจะช่วยคุ้มกันบ้านเรือนและดูแลผู้คนที่อยู่ในบ้านนั้นให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่าง ๆ.

          เจว็ดนิยมทำด้วยไม้มาแต่เดิม เพราะถือว่าพระภูมิเป็นรุกขเทวดาที่สถิตอยู่บนต้นไม้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

จับกัง-กุลี โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

จับกัง-กุลี

          คำว่า จับกัง และ กุลี เป็นคำเรียกกรรมกรแบกหามชาวจีน หรือคนไทยที่ทำงานกับคนจีน. กรรมกรแบกหามงานหนักอย่างนี้ บางคนเรียกว่า กุลี บางคนเรียกว่า จับกัง.

          คำว่า จับกัง เป็นคำจากภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า งาน ๑๐ อย่าง.

          จับกัง หมายถึง ผู้ที่สามารถทำงานได้หลายอย่าง แต่มักเน้นงานที่ต้องใช้กำลังกาย หรืองานช่าง. ปัจจุบันมักเข้าใจว่า จับกัง เป็นกรรมกรแบกหาม เท่านั้น.

          ส่วนคำว่า กุลี เป็นคำมาจากคำภาษาอังกฤษว่า coolie. เป็นคำซึ่งอังกฤษรับมาจากคำว่า guli ในภาษาฮินดีอีกทอดหนึ่ง. guli เป็นคำที่สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากคำว่า goli ซึ่งเป็นชื่อชนเผ่าหนึ่งหรือวรรณะหนึ่งในแคว้นคุชราช เป็นพวกที่รับจ้างทำงานขนถ่ายสิ่งสกปรกที่น่ารังเกียจ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ตะโพก โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ตะโพก

          ตะโพก เป็นส่วนของร่างกายตั้งแต่ใต้เอวลงมาถึงแก้มก้น เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการรับการทรงตัวและเป็นศูนย์รวมของการเคลื่อนไหวขาในการเดิน การวิ่ง เป็นต้น. ถ้าตะโพกได้รับอันตราย เช่น ประสบอุบัติเหตุกระดูกตะโพกแตกหรือร้าว ก็จะทำให้ทรงตัวไม่ได้ เดินไม่ได้ จึงต้องระวังอย่าให้เกิดอันตรายแก่ตะโพกได้.

          คำว่า ตะโพก เป็นคำมาจากภาษาเขมรว่า ตฺรโพก. ภาษาไทยใช้ว่า ตะโพก แต่บางคนใช้ว่า สะโพก. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ให้ใช้ได้ทั้ง ตะโพก และ สะโพก.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เต้าเสียบ-เต้ารับ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เต้าเสียบ–เต้ารับ

          เต้าเสียบ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับต่อเข้ากับเต้ารับเพื่อให้กระแสไฟฟ้าเคลื่อนเข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ครบวงจร.

          เต้าเสียบจะมีขาโลหะยื่นออกมา ๒ หรือ ๓ ขา และต่อสายไฟติดไว้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น พัดลม เครื่องรับโทรทัศน์ เตารีดไฟฟ้า.

          เต้าเสียบจะไปต่อกับ เต้ารับ ซึ่งมักจะติดอยู่กับผนัง. เต้ารับเป็นที่รับกระแสไฟมาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า. เต้ารับมีรู ๒ หรือ ๓ รู มีรูปร่างและขนาดให้รับขาโลหะของเต้าเสียบได้พอดี. เต้าเสียบนั้น ในภาษาอังกฤษเรียกว่า plug เต้ารับ เรียกว่า socket.

          ในภาษาไทยบางครั้งก็เรียกทั้งเต้าเสียบและเต้ารับว่า ปลั๊ก เพื่อมิให้สับสนควรใช้คำว่า เต้าเสียบ เรียก plug ใช้คำว่า เต้ารับ เรียก socket.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ชักหน้าไม่ถึงหลัง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ชักหน้าไม่ถึงหลัง

          ชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นสำนวน หมายความว่า ขัดสนเพราะรายได้มีไม่พอคุ้มกับรายจ่าย รายได้ที่รับมาเมื่อต้นเดือนไม่พอใช้ไปถึงปลายเดือน.

          คำว่า หน้า ในที่นี้ หมายถึงช่วงหน้า คือช่วงแรกของเดือน หลัง คือ ช่วงหลังของเดือน.

          ถ้ารายจ่ายน้อยกว่ารายได้แม้เพียงเดือนละ ๑ บาท ก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร. ถ้ารายจ่ายมากกว่ารายได้แม้เพียงเดือนละ ๑ บาท ก็จะต้องเป็นหนี้เป็นสินเขา เรียกว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง. ถ้าชักหน้าไม่ถึงหลังทุกเดือนก็คงจะต้องเป็นหนี้เพิ่มและพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ.

          ฉะนั้น ถ้าต้องการมีชีวิตที่เป็นสุข ก็ต้องพยายามเพิ่มรายได้ให้มาก ลดรายจ่ายลง และดำรงชีพอยู่อย่างพอเหมาะพอสมแก่ฐานะและรายได้ของตน.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม