เงาะถอดรูป โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เงาะถอดรูป

          เงาะถอดรูป หมายความว่า เปลี่ยนแปลงเป็นคนงามขึ้นในทันที สวยงามขึ้นในทันที เช่น เด็กคนนี้อย่างกับเงาะถอดรูป เมื่อมาถึงใหม่ ๆ ดูไม่ได้เลย อยู่กรุงเทพฯ ไม่เท่าไร ดูมีน้ำมีนวลแต่งเนื้อแต่งตัวสวยจนจำไม่ได้.

          สำนวน เงาะถอดรูป เป็นสำนวนที่ได้มาจากวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง ซึ่งตัวเอก คือ พระสังข์ได้ชุบตัวในบ่อทองทำให้ผิวเป็นทองทั้งตัว แล้วเอารูปเงาะหน้าตาน่าเกลียดสวมทับไว้. ท้าวสามลคิดว่าน่าเกลียดจริงจึงขับไปอยู่ปลายนาทำให้ต้องมีชีวิตอย่างลำบาก. พระอินทร์ต้องการจะช่วยพระสังข์จึงมาท้าตีคลี. พระสังข์ถอดรูปเงาะออก แต่งองค์เป็นกษัตริย์ สวยงามจนท้าวสามลออกปากชม. เมื่อตีคลีชนะพระอินทร์แล้ว ท้าวสามลก็รับพระสังข์กลับเข้าเมือง.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ดีแต่เปลือก โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ดีแต่เปลือก

          เปลือก คือ ส่วนที่หุ้มอยู่ภายนอกของต้นไม้ ผลไม้ ผิวนอกของหอย เป็นต้น เช่น เปลือกผลไม้ เปลือกไข่ เปลือกไม้ เปลือกตา เปลือกโลก.

          นอกจากความหมายโดยตรงแล้ว เปลือกยังใช้ในสำนวนว่า ดีแต่เปลือก หมายถึง ดูจากลักษณะหรืออากัปกิริยาที่ปรากฏภายนอกเห็นว่ามีลักษณะดี ภูมิฐาน น่าเลื่อมใส แต่ไม่มีคุณสมบัติภายในที่มีคุณค่า เช่น ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีความรับผิดชอบหรือคุณธรรม เช่น คุณสมศักดิ์นี่ดูท่าทางมีความรู้ แต่เมื่อได้มาทำงานด้วยจึงรู้ว่าไม่มีความรู้ความสามารถอะไรนัก ดีแต่เปลือกแท้ ๆ.

          สำนวนนี้เปรียบคนกับต้นไม้ที่ดูงดงามตรงเปลือกหรือผิว แต่เนื้อไม้กลับใช้การไม่ได้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เครื่องหมายมหัพภาค . โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เครื่องหมายมหัพภาค .

          มหัพภาค (มะ-หับ-พาก)  คือ เครื่องหมาย จุด ซึ่งเขียนแสดงการจบประโยค. ในภาษาอังกฤษเรียกเครื่องหมายนี้ว่า full stop แสดงการจบประโยคโดยสมบูรณ์.

          ในภาษาไทยใช้เครื่องหมายมหัพภาคเพื่อแสดงว่าจบประโยคได้เช่นเดียวกับในภาษาอังกฤษ. แต่ที่นิยมใช้กันมาก คือ

          ใช้เขียนหลังตัวเลขหรือตัวอักษรที่บอกลำดับข้อ.

          ใช้เขียนหลังตัวอักษรเพื่อแสดงว่า เป็นอักษรย่อของคำ เช่น พ.ศ. เป็นคำย่อคำว่า พุทธศักราช.

          ใช้เป็นเครื่องหมายแสดงทศนิยม หมายความว่า ตัวเลขที่เขียนไว้หลังจุดเป็นจำนวนส่วนของสิบ ของร้อย ของพันไปเรื่อย ๆ.

          นอกจากนี้ ยังใช้คั่นระหว่างตัวเลขบอกจำนวนชั่วโมงกับตัวเลขที่บอกจำนวนนาทีได้เช่นเดียวกับเครื่องหมายทวิภาคด้วย เช่น เวลา ๑๒.๓๐ น. หมายความว่า เวลา ๑๒ นาฬิกา ๓๐ นาที.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ข้าวกระยาทิพย์ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ข้าวกระยาทิพย์

          ข้าวกระยาทิพย์ คำว่า กระยา เป็นคำที่มาจากภาษาเขมรว่า กฺรยา แปลว่า ข้าว. ทิพย์ มาจากคำภาษาบาลี ทิพฺย แปลว่า วิเศษยิ่ง ดีอย่างของเทวดา.

          กระยาทิพย์ คือ ข้าวที่กวนในเทศกาลสารท ซึ่งเป็นเวลาที่เก็บเกี่ยวพืชผลได้เป็นครั้งแรกของปี. ชาวนานิยมนำข้าวเหนียว น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ถั่ว งา มากวนเข้าด้วยกันเพื่อทำบุญ. แต่การกวนนั้นต้องใช้หญิงพรหมจารี คือ หญิงซึ่งเป็นสาวบริสุทธิ์. เวลากวนจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดขาว และผู้ที่กวนข้าวกระยาทิพย์ต้องถือศีลด้วย.

          ข้าวกระยาทิพย์มีรสอร่อย มีกลิ่นหอม จึงได้เรียกว่า ข้าวกระยาทิพย์ แปลว่า ข้าวของเทวดา.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เก้าอี้ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เก้าอี้

          เก้าอี้ เป็นชื่อเครื่องเรือนอย่างหนึ่ง เป็นที่สำหรับรองนั่ง ปรกติมีขา ๔ ขา มีพนักพิง ยกเคลื่อนที่ได้. ปัจจุบันมีการทำเก้าอี้ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ไม้ พลาสติก ทองเหลือง และอาจปรับแต่งให้มีรูปทรงแปลก ๆ ออกไป เช่น เป็นเก้าอี้นอน เก้าอี้โยก. 

          เก้าอี้เป็นเครื่องเรือนที่ได้รับมาจากจีน. เครื่องสำหรับรองนั่งที่เป็นของไทย คือ ม้านั่ง ซึ่งมีลักษณะต่างจากเก้าอี้ตรงที่ม้านั่งมักจะไม่มีพนักพิง. ม้านั่งอาจทำเตี้ย ๆ เช่น ม้านั่งของแม่ค้านั่งขายของตามริมถนน. ม้านั่งอาจทำไม่ให้เคลื่อนย้ายได้. 

          คำว่า เก้าอี้ เป็นคำที่รับมาจากคำภาษาจีนแต้จิ๋ว. โดยปรกติคนไทยสร้างบ้านเรือนบนเสาสูง เมื่อขึ้นเรือนแล้วก็นั่งบนพื้นหรือบนเสื่อ ไม่ต้องมีเก้าอี้. คนจีนสร้างบ้านบนพื้นดินจึงต้องมีเก้าอี้ไว้นั่ง. ไทยรับคำที่เกี่ยวกับเครื่องเรือนจากจีนมาใช้หลายคำ นอกจากคำว่า เก้าอี้ แล้ว คำว่า ตู้ โต๊ะ ก็มาจากภาษาจีนด้วย.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

เขตพระราชฐานในพระบรมมหาราชวัง

เขตพระราชฐานในพระบรมมหาราชวัง

          ภายในพระบรมมหาราชวังปัจจุบัน แบ่งเขตพระราชฐานเป็น ๓ ชั้น คือ พระราชฐานชั้นนอก พระราชฐานชั้นกลาง และพระราชฐานชั้นใน. ระหว่างพระราชฐานแต่ละชั้นมีกำแพงหรืออาคารกั้น.

          พระราชฐานชั้นนอก  คือส่วนซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยราชการต่าง ๆ และที่ทำการของทหารรักษาพระราชวัง เรียกว่า ฝ่ายหน้า .

          พระราชฐานชั้นกลาง  คือส่วนซึ่งเป็นพระมหาปราสาท และพระราชมนเทียรทั้งหมด เป็นที่ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน ปัจจุบันเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ.

          พระราชฐานชั้นใน  คือพระตำหนักและตำหนักต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมเหสี พระราชธิดา และเป็นที่อยู่ของเจ้าจอมมารดา เจ้าจอมและข้าราชการหญิง ซึ่งเรียกว่า ฝ่ายใน .

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม