เขตพระราชฐาน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เขตพระราชฐาน

          เขตพระราชฐาน (เขด-พฺระ-ราด-ชะ-ถาน ) ประกอบด้วยคำว่า เขต กับคำว่า พระราชฐาน. คำว่า พระราชฐาน ใช้หมายถึง ที่ประทับหรือที่อยู่ของพระเจ้าแผ่นดิน.

          เขตพระราชฐาน จึงหมายถึง เขตหรือบริเวณซึ่งเป็นที่ประทับ เช่น มีทหารเฝ้าอยู่รอบเขตพระราชฐาน . กรุงเทพมหานครปลูกไม้ดอกรอบเขตพระราชฐาน . โปรดให้สร้างโรงงานเพื่อทดลองการแปรรูปผลิตผลทางเกษตรในเขตพระราชฐาน .

          คำว่า พระราชฐาน มักหมายถึงพระราชวังที่ใช้เป็นที่ประทับ หรือเป็นที่ที่ยังทรงใช้งานอยู่. ถ้าเป็นพระราชวังที่เลิกใช้แล้วก็ไม่เรียกว่า พระราชฐาน เช่น พระราชวังสนามจันทร์ปัจจุบันไม่ได้เป็นพระราชฐาน แต่เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการหลายหน่วย .

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ขัตติยตระกูล โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ขัตติยตระกูล

         คำว่า ขัตติยตระกูล (ขัด-ติ-ยะ-ตฺระ-กูน ) ประกอบด้วยคำว่า ขัตติย กับคำว่า ตระกูล.

         ขัตติย เป็นคำภาษาบาลี ขตฺติย ตรงกับที่ภาษาสันสกฤตใช้ว่า กฺษตฺริย. คำว่า ตระกูล แปลว่า วงศ์เชื้อสาย ครอบครัวที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน. ในภาษาไทย โดยทั่วไปจะหมายถึงผู้ที่ใช้นามสกุลเดียวกันเนื่องจากสืบเชื้อสายทางบิดาสายเดียวกันมา.

          คำว่า ขัตติยตระกูล แปลว่า ตระกูลของกษัตริย์ อย่างที่ในภาษาอังกฤษว่า Royal family หมายถึง ครอบครัวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงใช้ราชสกุล มหิดล. สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นต้นราชสกุล.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

กิน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

กิน

          ในภาษาไทย คำที่มีความหมายว่า กิน มีหลายคำ เช่น กิน รับประทาน ฉัน เสวย  ซึ่งผู้ใช้จะเลือกให้เหมาะแก่บุคคลและทำเนียบภาษาว่า เป็นภาษาทางการ ภาษาลำลอง ภาษาเด็ก หรือภาษาเฉพาะกรณีต่าง  ๆ. 

          คำว่า รับประทาน เป็นคำสุภาพสำหรับคนทั่วไป.
แต่ถ้าใช้กับพืชพรรณไม้ สัตว์ สิ่งของ คำว่า กิน ก็เป็นคำสุภาพ ไม่ต้องเปลี่ยนเป็น รับประทาน เช่น พืชบางชนิดกินน้ำมาก เรือกินน้ำลึก รถแล่นกินทางผู้อื่น  อย่างนี้ไม่ต้องเปลี่ยนคำว่า กิน เป็น รับประทาน แม้ในการกราบบังคมทูลพระกรุณา ก็ใช้คำว่า กิน ในกรณีดังกล่าวนี้ได้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ความเชื่อ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ความเชื่อ

          เชื่อ มีความหมายว่า เห็นตามว่าเป็นจริง พิจารณาด้วยเหตุผลแล้วเห็นว่าเป็นจริง.

          ในทางพระพุทธศาสนาใช้คำว่า ศรัทธา หมายถึง ความเชื่อในสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งมีอยู่ ๔ ประการ คือ ความเชื่อเรื่องกรรมว่าเป็นสิ่งมีจริง ความเชื่อเรื่องผลของกรรมว่าจะเกิดจริง ความเชื่อว่าตนเองเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และความเชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า.

          ด้วยเหตุที่ความเชื่อเหล่านี้เกิดได้ด้วยการใช้ปัญญาไตร่ตรองดูเหตุและผล จึงถือว่าเป็นความเชื่อที่มีหลักฐาน. เป็นความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อจริง ๆ. คำว่า ศรัทธา ในภาษาไทย จึงมักหมายถึง ความเชื่ออย่างแท้จริง ความเชื่อที่มีความรู้สึกเลื่อมใสด้วย.

          ส่วนความเชื่อที่ไม่อยู่ในข่ายของคำว่า ศรัทธา คือความเห็นคล้อยไปตามกระแสหรือคำชักชวน โดยไม่ได้พิจารณาว่าชอบด้วยเหตุและผลหรือไม่.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ขึ้นหน้าขึ้นตา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ขึ้นหน้าขึ้นตา

          ขึ้นหน้าขึ้นตา หมายความว่า มีชื่อเสียง เช่น ผลไม้ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของหมู่บ้านเราก็มีแต่ชมพู่กับกระท้อน . อาหารที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของเมืองตรังก็คือหมูย่าง .

         คำว่า ขึ้นหน้าขึ้นตา ประกอบด้วยคำว่า ขึ้น  กับ คำว่า หน้าตา แล้วขยายเป็น คำว่า ขึ้นหน้าขึ้นตา  เพื่อให้ได้จังหวะคำสี่พยางค์ซึ่งเป็นที่นิยมในภาษาไทย.

         หน้าตามีความสัมพันธ์กับชื่อเสียงเกียรติยศ ถ้าได้รับการยกย่องก็เรียกว่า ได้หน้าได้ตา  หรือ มีหน้ามีตา  ต้องการแสดงหน้าตาให้คนเห็น. ถ้าเสื่อมเสียชื่อเสียงก็ไม่อยากให้ใครเห็นหน้า.

         ขึ้นหน้าขึ้นตา จึงหมายถึง ทำให้มีหน้าตา ทำให้เป็นที่รู้จัก มักใช้กับผลิตผลประจำแต่ละถิ่น จะเป็นผลิตผลทางการเกษตร งานช่างฝีมือ งานอุตสาหกรรม หรืองานบุญ งานประเพณี ก็ได้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ขัดสมาธิ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ขัดสมาธิ

          ขัดสมาธิ (ขัด-สะ-หฺมาด ) เป็นท่านั่งราบกับพื้นพับขาทั้งสองข้าง  เข่าทั้งสองแบะลงให้เท้าทั้งสองไขว้กันอยู่ เท้าข้างหนึ่งจะซ่อนอยู่หลังเท้าอีกข้างหนึ่ง เป็นท่านั่งขัดสมาธิของคนทั่วไป.

          แต่ท่านั่งขัดสมาธิของพระพุทธรูปนั้นท่าหนึ่ง เรียกว่า ขัดสมาธิราบ (ขัด-สะ-หฺมาด-ราบ ) จะให้พระบาททั้งสองหงายขึ้น พระบาทขวาวางอยู่บน  พระบาทซ้ายวางอยู่ล่าง.

          อีกท่าหนึ่งเรียกว่า ขัดสมาธิเพชร (ขัด-สะ-หฺมาด-เพ็ด ) เป็นท่านั่งคล้ายกับที่คนทั่วไปเรียกว่า ขัดสมาธิสองชั้น คือท่านั่งขัดสมาธิคล้ายขัดสมาธิราบ พระบาททั้งสองหงายขึ้น ให้พระบาทซ้ายซ้อนอยู่บนพระเพลาขวาชั้นหนึ่ง แล้วยกพระบาทขวาซ้อนขึ้นไปหงายอยู่บนพระเพลาซ้ายอีกชั้นหนึ่ง.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม