กุมภาพันธ์ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

กุมภาพันธ์

          คำว่า กุมภาพันธ์ เป็นชื่อเดือนที่ ๒ ตามสุริยคติ. เป็นเดือนที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีกุมภ์ คือกลุ่มดาวรูปหม้อ.
คำว่า กุมภาพันธ์ มาจากคำว่า กุมฺภ  กับคำว่า อาพนฺธ. 

          กุมภาพันธ์ มีความหมายว่า เกี่ยวเนื่องกับกลุ่มดาวรูปหม้อ. ชื่อเดือนนี้มีคำลงท้ายต่างไปจากเดือนอื่น ๆ ในจำนวน ๑๒ เดือนของไทย เพราะคนไทยมีภูมิปัญญาอันน่ายกย่องที่สามารถหาคำลงท้ายชื่อเดือนให้มีที่สังเกตจำนวนวันในแต่ละเดือนได้เป็นอย่างดี.           

          เดือนที่มีชื่อลงท้ายว่า คม เช่น มกราคม มีนาคม มี ๓๑ วัน เดือนที่มีชื่อลงท้ายด้วยคำว่า ยน เช่น เมษายน กันยายน มี ๓๐ วัน และเดือนกุมภาพันธ์ลงท้ายด้วยคำว่า พันธ์ มี ๒๘ หรือ ๒๙ วัน.

 

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ขบ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ขบ 

          ขบ มีหลายความหมาย ความหมายหนึ่ง หมายถึงอาการที่สัตว์มีเขี้ยวใช้เขี้ยวกัด เช่น งูเห่ากำลังขบเขียด . เราไม่กล้าเข้าป่าเพราะกลัวเสือขบหัว .

          สำหรับคน ขบ คือการใช้ฟันเน้นเพื่อให้แตก เช่น เขาชอบขบเม็ดแตงโม . น้องขบเห็ดเผาะดังเป๊าะ . เขาขบก้อนน้ำแข็งให้แตก . ขบ ในความหมายนี้อาจใช้เป็นคำซ้อนได้หลายคำ เช่น ขบเคี้ยว ใช้เป็นคำเรียกของกินเล่นด้วยการขบและเคี้ยวไปได้เรื่อย ๆ.

          ขบฉัน หมายความว่า เคี้ยวกิน เป็นกริยาสำหรับพระภิกษุสามเณร ในพระพุทธศาสนา เช่น มีศีลกำหนดห้ามพระภิกษุขบฉันอาหารในยามวิกาล .

          ขบกราม มีความหมายว่า กัดกรามเน้นเข้าหากัน มักเป็นอาการที่แสดงว่า โกรธ เช่น ฉันเห็นเขาขบกรามจนเป็นสัน ก็รู้ว่ากำลังโกรธมาก .

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เครื่องหมายสัญประกาศ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เครื่องหมายสัญประกาศ

           สัญประกาศ (สัน-ยะ-ประ-กาด)  คือ เส้นที่ขีดไว้ใต้คำหรือข้อความที่ต้องการให้เห็นเด่นชัดหรือต้องการให้ผู้อ่านสังเกตเป็นพิเศษ อย่างใต้หัวข้อเรื่อง ใต้คำหรือข้อความสำคัญ เป็นต้น.

           คำว่า สัญประกาศ มีความหมายว่า บอกให้รู้ด้วยเครื่องหมาย จึงเป็นชื่อที่ไม่ได้ตั้งให้ตรงกับความหมายจริง เป็นเพียงกำหนดให้เป็นชื่อเท่านั้น. เครื่องหมายนี้อาจเรียกว่า ขีดเส้นใต้ ก็ได้.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

แขม โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

แขม

          แขม คำที่เขียนด้วยสระ แ- พยัญชนะ ข และ ม ในภาษาไทยออกเสียงว่า แขม ข เป็นพยัญชนะต้น ม เป็นตัวสะกด.
          แขม เป็นชื่อไม้ล้มลุก ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้น หรือตามชายน้ำ ชายเลนซึ่งห่างจากตัวบ้าน. พงแขม คือบริเวณที่มีต้นแขมขึ้นมากมาย จนมีลักษณะเป็นพง.

          หนองน้ำที่มีต้นแขมขึ้นมากเรียกว่า หนองแขม   เป็นชื่ออำเภอหนึ่งทางฝั่งธนบุรี.

          สำนวน ปลายอ้อปลายแขม มีหมายความว่า อยู่ในที่ไกลที่ไหนไม่รู้ ยังอยู่ไกลไม่เป็นตัวเป็นตน.

          คำว่า แขม ถ้าออกเสียงว่า ขะ-แม จะหมายถึง คนเขมร.


ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ข้าวยาคู โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ข้าวยาคู

         ข้าวยาคู เป็นคำเรียกของกินอย่างหนึ่ง คำว่า ยาคู  เป็นคำภาษาบาลี แปลว่า ข้าวต้ม. ในภาษาไทยใช้เรียกของกินที่ทำด้วยข้าวอ่อน นำข้าวอ่อนที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว มาตำทั้งรวงให้เมล็ดข้าวแตกออก จะได้น้ำข้าวเป็นน้ำสีขาวขุ่น. เติมน้ำแล้วกรองน้ำข้าวออกจากเปลือกและกาก นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ  กวนจนข้าวสุก มีลักษณะเป็นแป้งเปียกนุ่ม ๆ  ใส่น้ำตาลทราย (และอาจปรุงแต่งด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนด้วยก็ได้) กินเป็นขนม. เนื่องจากข้าวยาคูทำด้วยข้าวที่เกี่ยวมาใหม่ ๆ และยังเป็นข้าวที่อ่อนอยู่ จึงมีความอ่อนนุ่มและมีกลิ่นหอม เป็นของกินที่หากินได้ไม่ง่ายนัก.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เกาะ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เกาะ

         เกาะ หมายถึง ส่วนของแผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบ อาจอยู่ในทะเล เช่น เกาะภูเก็ต หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะลอย  หรืออยู่ในแม่น้ำ เช่น เกาะเกร็ด เกาะต่าง ๆ ในแม่น้ำโขง. 

         พื้นที่มีแม่น้ำและคูคลองล้อมรอบก็เรียกว่า เกาะ เช่น เกาะรัตนโกสินทร์.

         นอกจากนี้ ยังเรียกกองดินที่พูนให้สูงขึ้นกลางถนน หรือพื้นซีเมนต์ที่ก่อขึ้นเป็นเครื่องแบ่งถนนว่า เกาะ ด้วย เช่น กรุงเทพมหานครปลูกต้นไม้ไว้บนเกาะกลางถนน ทำให้ดูงดงาม แต่ถ้าปลูกต้นไม้ใหญ่ใต้ทางก็ไม่เหมาะ. 

         คำว่า เกาะ ปรากฏในสำนวนว่า ปล่อยเกาะ แปลว่า เนรเทศให้ไปอยู่เกาะ และหมายความว่า ไม่มีใครเอาใจใส่ เช่น
เขาทำตัวไม่ดี เล่นการพนัน และติดยาเสพติด ทางครอบครัวเขาจึงปล่อยเกาะ ไม่สนใจใยดีเขาอีกต่อไป.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน