คาถาพัน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

คาถาพัน

          คาถาพัน เป็นคำเรียก ชาดกเรื่อง เวสสันดรชาดก ซึ่งมีจำนวนคาถาประมาณเกือบ ๑๐๐๐ บท. คำว่า เทศน์คาถาพัน หมายถึง การเทศน์คาถาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐๐๐ บทนั้นติดต่อกันรวดเดียวจบ.

          เป็นธรรมเนียมถือกันมาแต่โบราณว่า การเทศน์คาถาพันต้องระวังมิให้ผิดพลาดหรือตกหล่น จะเป็นบาปหนัก. การบูชากัณฑ์ก็ถือว่า ต้องใช้เครื่องบูชาเท่าจำนวนคาถา.

          เครื่องบูชากัณฑ์นิยมใช้ ธง ๕ สี ธูป เทียน ดอกบัว ทุกอย่างจำนวนอย่างละ ๑๐๐๐.

          ในบางครั้งมีการเทศน์คาถาหมื่น คือ นิมนต์พระ ๑๐ รูป เทศน์คาถาพันพร้อมกัน. และถ้านิมนต์พระ ๑๐๐ รูป เทศน์คาถาพัน ก็เรียกว่า เทศน์คาถาแสน.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เกิน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เกิน

          เกิน มีความหมายว่า พ้นไป เลยไป มากกว่า หรือยิ่งกว่าที่กำหนด มักมีนัยว่า ไม่เหมาะ ไม่ดี เช่น ที่ใช้ว่า เกินคน หมายความว่า มีลักษณะบางอย่างมากกว่าคนปรกติ เช่น เก่งเกินคน เลวเกินคน ฉลาดเกินคน. 

          ถ้าใช้ว่า แต่งตัวเกินงาม  ก็หมายความว่า แต่งตัวมากเกินไปจนดูไม่งาม. ทำงานหนักเกินตัวก็จะทำให้เจ็บป่วยได้ ใช้จ่ายเกินฐานะจะทำให้เป็นหนี้เป็นสิน ได้รับความลำบาก. 

          คำว่า เกิน ประกอบกริยาใด ทำให้มีความหมายว่า มาก จึงไม่เหมาะไม่ดี ควรทำให้พอเหมาะ พอดีพอควร จะดีที่สุด.


ผู้เขียน
  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

 

เครื่องหมายมหัพภาค . โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เครื่องหมายมหัพภาค .

          มหัพภาค (มะ-หับ-พาก)  คือ เครื่องหมาย จุด ซึ่งเขียนแสดงการจบประโยค. ในภาษาอังกฤษเรียกเครื่องหมายนี้ว่า full stop แสดงการจบประโยคโดยสมบูรณ์.

          ในภาษาไทยใช้เครื่องหมายมหัพภาคเพื่อแสดงว่าจบประโยคได้เช่นเดียวกับในภาษาอังกฤษ. แต่ที่นิยมใช้กันมาก คือ

          ใช้เขียนหลังตัวเลขหรือตัวอักษรที่บอกลำดับข้อ.

          ใช้เขียนหลังตัวอักษรเพื่อแสดงว่า เป็นอักษรย่อของคำ เช่น พ.ศ. เป็นคำย่อคำว่า พุทธศักราช.

          ใช้เป็นเครื่องหมายแสดงทศนิยม หมายความว่า ตัวเลขที่เขียนไว้หลังจุดเป็นจำนวนส่วนของสิบ ของร้อย ของพันไปเรื่อย ๆ.

          นอกจากนี้ ยังใช้คั่นระหว่างตัวเลขบอกจำนวนชั่วโมงกับตัวเลขที่บอกจำนวนนาทีได้เช่นเดียวกับเครื่องหมายทวิภาคด้วย เช่น เวลา ๑๒.๓๐ น. หมายความว่า เวลา ๑๒ นาฬิกา ๓๐ นาที.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ข้าวกระยาทิพย์ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ข้าวกระยาทิพย์

          ข้าวกระยาทิพย์ คำว่า กระยา เป็นคำที่มาจากภาษาเขมรว่า กฺรยา แปลว่า ข้าว. ทิพย์ มาจากคำภาษาบาลี ทิพฺย แปลว่า วิเศษยิ่ง ดีอย่างของเทวดา.

          กระยาทิพย์ คือ ข้าวที่กวนในเทศกาลสารท ซึ่งเป็นเวลาที่เก็บเกี่ยวพืชผลได้เป็นครั้งแรกของปี. ชาวนานิยมนำข้าวเหนียว น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ถั่ว งา มากวนเข้าด้วยกันเพื่อทำบุญ. แต่การกวนนั้นต้องใช้หญิงพรหมจารี คือ หญิงซึ่งเป็นสาวบริสุทธิ์. เวลากวนจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดขาว และผู้ที่กวนข้าวกระยาทิพย์ต้องถือศีลด้วย.

          ข้าวกระยาทิพย์มีรสอร่อย มีกลิ่นหอม จึงได้เรียกว่า ข้าวกระยาทิพย์ แปลว่า ข้าวของเทวดา.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

กราบ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

กราบ

         กราบ เป็นวิธีการแสดงความเคารพอย่างสูง. คนไทยกราบพระพุทธรูป กราบพระภิกษุ และกราบผู้ใหญ่.  การกราบมี ๒ แบบ คือ แบบแบมือ กับ แบบไม่แบมือ. 

          การกราบแบมือ ใช้สำหรับกราบพระพุทธรูป กราบพระสงฆ์ มักประกอบกับอาการสำรวมอย่างอื่นด้วย เช่น การกราบที่เรียกว่า กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ คือ นั่งคุกเข่าให้เข่าทั้งสองจดพื้น พนมมือ แล้วโน้มตัวลงจนข้อศอกทั้งสองจดพื้นพร้อมกับแบมือทั้งสองคว่ำลงอยู่สองข้างของหน้าผากที่ก้มลงมานั้น. ทำอย่างนี้ ๓ ครั้ง. 

       การกราบแบบไม่แบมือ ใช้สำหรับกราบผู้ใหญ่ที่เคารพอย่างสูง ด้วยการนั่งพนมมือ แล้วน้อมศีรษะลงพร้อมกับมือที่พนมให้ถึงพื้น หรือถึงผู้รับการกราบ และกราบครั้งเดียวโดยไม่ต้องแบมือ. ถ้ากราบศพก็กราบครั้งเดียวและไม่ต้องแบมือเช่นเดียวกัน.

 

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน


กล้วย โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

กล้วย 

          กล้วยเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในประเทศไทย กล้วยมีประมาณ ๑๐๐ ชนิด แต่ที่นิยมปลูกไว้รับประทานมี กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก กล้วยเล็บมือนาง. และที่ปลูกไว้ใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ คือ กล้วยน้ำไท. ส่วนกล้วยตานีปลูกไว้ใช้ใบตองห่อของ. กล้วยน้ำว้าเป็นกล้วยที่นิยมกินผลสุก และแปรรูปเป็นขนมต่าง ๆ เช่น ขนมกล้วย กล้วยแขก กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ กล้วยตาก. 

          คนไทยนิยมให้เด็กทารกอายุตั้งแต่ ๓ เดือนขึ้นไปกินกล้วยน้ำว้ามาแต่โบราณเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี เติบโตสมวัย. ผู้สูงอายุถ้ากินกล้วยน้ำว้าทุกวันจะทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ทำให้แข็งแรงและไม่เจ็บป่วยง่าย. กล้วยน้ำว้าเป็นกล้วยที่มีคุณค่าทางอาหารมากและยังมีคุณค่าทางยาด้วย.

 

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน