เขียง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เขียง

          เขียง คือ ท่อนไม้หนา ใช้สำหรับรองสิ่งต่าง ๆ เช่น รองหั่น รองสับ.

          ไม้ที่หั่นเป็นท่อนสั้น ๆ นอกจากจะใช้รองสับรองหั่นแล้ว ยังอาจใช้เป็นที่นั่ง เป็นทางเดิน หรือทำเป็นขั้นบันได ก็ได้ เรียกว่า เขียง หรือ ไม้เขียง เช่นเดียวกัน. 

          สวนหย่อมที่ใช้ไม้เขียงตกแต่งทำเป็นทางเดิน เรียกว่า สวนไม้เขียง.

          ขั้นบันไดที่ทำด้วยไม้เขียงเรียกว่า บันไดเขียง  หรือ บันไดไม้เขียง .

          นอกจากนี้ แท่นที่ใช้ฝึกซ้อมการพายเรือพระราชพิธี ก็เรียกว่า เขียง เช่น ฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และเรือพระที่นั่งอื่น ๆ ฝึกพายบนเขียงคล่องแล้วจึงฝึกพายในเรือจริง .

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

ข้าวเป็นตากบ โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ข้าวเป็นตากบ

          คนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก จึงมีคำที่ใช้บรรยายลักษณะของข้าวหลายคำ เช่น ข้าวที่หุงสุกแล้วเรียกว่า ข้าวสุก.

          ถ้าเป็นข้าวที่หุงได้พอดี เมล็ดร่วนไม่ติดกัน เรียกว่า ข้าวสวย ซึ่งหมายความว่า ข้าวร่วน.

          ถ้าหุงไม่พอดี ดิบเกินไป จะใช้คำอธิบายว่า ข้าวเป็นตากบ คือ ข้าวที่มีไตขาว ๆ คล้ายตาของกบอยู่ข้างในเมล็ดข้าว บางทีเรียกว่า ข้าวท้องเล็น หรือ ข้าวเป็นท้องเล็น.

          ในการหุงข้าว ถ้าใส่น้ำมากเกินไป หรือหุงนานเกินไป ข้าวจะนุ่มมาก เรียกว่า ข้าวเปียก. ถ้าหุงข้าวจนเป็นข้าวเปียกและน้ำข้าวก็ยังเทออกไม่หมด เรียกว่า ข้าวแฉะ.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

คาถาพัน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

คาถาพัน

          คาถาพัน เป็นคำเรียก ชาดกเรื่อง เวสสันดรชาดก ซึ่งมีจำนวนคาถาประมาณเกือบ ๑๐๐๐ บท. คำว่า เทศน์คาถาพัน หมายถึง การเทศน์คาถาเวสสันดรชาดกทั้ง ๑๐๐๐ บทนั้นติดต่อกันรวดเดียวจบ.

          เป็นธรรมเนียมถือกันมาแต่โบราณว่า การเทศน์คาถาพันต้องระวังมิให้ผิดพลาดหรือตกหล่น จะเป็นบาปหนัก. การบูชากัณฑ์ก็ถือว่า ต้องใช้เครื่องบูชาเท่าจำนวนคาถา.

          เครื่องบูชากัณฑ์นิยมใช้ ธง ๕ สี ธูป เทียน ดอกบัว ทุกอย่างจำนวนอย่างละ ๑๐๐๐.

          ในบางครั้งมีการเทศน์คาถาหมื่น คือ นิมนต์พระ ๑๐ รูป เทศน์คาถาพันพร้อมกัน. และถ้านิมนต์พระ ๑๐๐ รูป เทศน์คาถาพัน ก็เรียกว่า เทศน์คาถาแสน.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  ประเภทวรรณศิลป์  สาขาวิชาภาษาไทย สำนักศิลปกรรม

เกิน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

เกิน

          เกิน มีความหมายว่า พ้นไป เลยไป มากกว่า หรือยิ่งกว่าที่กำหนด มักมีนัยว่า ไม่เหมาะ ไม่ดี เช่น ที่ใช้ว่า เกินคน หมายความว่า มีลักษณะบางอย่างมากกว่าคนปรกติ เช่น เก่งเกินคน เลวเกินคน ฉลาดเกินคน. 

          ถ้าใช้ว่า แต่งตัวเกินงาม  ก็หมายความว่า แต่งตัวมากเกินไปจนดูไม่งาม. ทำงานหนักเกินตัวก็จะทำให้เจ็บป่วยได้ ใช้จ่ายเกินฐานะจะทำให้เป็นหนี้เป็นสิน ได้รับความลำบาก. 

          คำว่า เกิน ประกอบกริยาใด ทำให้มีความหมายว่า มาก จึงไม่เหมาะไม่ดี ควรทำให้พอเหมาะ พอดีพอควร จะดีที่สุด.


ผู้เขียน
  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

 

กวาดบ้าน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

กวาดบ้าน

          กวาดบ้าน เป็นคำกริยาที่เข้าใจความหมายกันดีว่า หมายถึงใช้ไม้กวาดทำความสะอาดที่อยู่อาศัยให้หมดผงและฝุ่นละอองซึ่งทำให้สกปรกรกเลอะเทอะ. 

          ปัจจุบันมีผู้นำคำว่า กวาดบ้าน มาใช้เป็นสำนวน หมายความว่า จัดการให้เรื่องวุ่นวาย มลทิน หรือการทุจริตภายในองค์กรหรือหมู่คณะของตนหมดสิ้นไป เพื่อให้องค์กรหรือหมู่คณะของตนอยู่ในระเบียบวินัยอย่างถูกต้องเรียบร้อย ไม่มีมูลเหตุที่ทำให้ผู้อื่นตำหนิหรือโจมตีได้ เช่น ก่อนที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมืองอื่นควรจะกวาดบ้านของตนให้เรียบร้อยเสียก่อน. หัวหน้าพรรคของเราคงจะดูแลกวาดบ้านของเราเองแหละ คนอื่นไม่ต้องมาวุ่นวายหรอก.

 

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล  ราชบัณฑิต  สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน