หัวเห็ด โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

หัวเห็ด

          หัวเห็ด เป็นสำนวน เดิมมีความหมาย ว่า ดื้อ รั้น ไม่ยอมตามง่าย ๆ มีความคิดอย่างไรก็คงเป็นอย่างนั้น. กาญจนาคพันธุ์ อธิบายว่า หัวเห็ดเป็นคำเรียกตะปูชนิดหนึ่ง ซึ่งมีหัวใหญ่เหมือนดอกเห็ด เมื่อตอกอะไรก็จะตรึงแน่น ไม่หลุดออกง่าย. คนที่มีความคิดความเชื่ออย่างไรก็ติดแน่นอยู่อย่างนั้น จึงเปรียบว่า เหมือนตะปูหัวเห็ด หรือเรียกว่า หัวเห็ด เช่น ไม่ว่าใครจะนิยมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปอย่างไร คุณย่าก็ไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนอะไรในบ้านเลย ใคร ๆ ว่าท่านหัวเห็ดอย่างนี้มาตั้งแต่สาว ๆ แล้ว.

          ปัจจุบัน คำว่า หัวเห็ด กลายความหมายจากดื้อรั้น มาเป็น อดทน ทรหด ทำงานอย่างไม่ย่อท้อ เช่น นักข่าวหัวเห็ดเข้าไปทำข่าวในแดนที่มีการสู้รบกันได้อย่างกล้าหาญ. นักสืบหัวเห็ดพยายามสืบจนสามารถไขเรื่องลับให้กระจ่างได้.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

วันทหารไทย โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วันทหารไทย

          วันที่ ๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๑๓๕ เป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่า และทรงได้ชัยชนะ ทำให้ประเทศไทยพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า จึงได้โปรดให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นหลักฐาน ณ ที่กระทำยุทธหัตถีนั้น คือ ที่ดอนเจดีย์.

          ต่อมารัฐบาลได้สร้างเจดีย์สวมเจดีย์องค์เดิมของสมเด็จพระนเรศวร โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๙. และได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จไปทรงเปิดอนุสรณ์สถานที่สร้างใหม่นี้ ในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๒. ทางราชการจึงได้กำหนดให้วันที่ ๒๕ มกราคม เป็น วันกองทัพบก และต่อมาได้กำหนดให้เป็น วันกองทัพไทย ด้วย.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ศิลปิน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ศิลปิน

          ศิลปิน (สิน-ละ-ปิน)  คือ ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ หรือผู้แสดงออกอย่างมีศิลปะ. เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้เริ่มการประกาศยกย่องผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านศิลปะเป็นที่ประจักษ์ ให้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ” เพื่อให้สังคมได้รับรู้ ได้ยกย่องเชิดชู เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศิลปะของชาติไทย.

          ศิลปินของไทยได้ผลิตงานด้านศิลปะไว้มากมายหลายอย่าง คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติจึงจัดสาขาทางศิลปะไว้หลายแขนง เช่น ศิลปะการแสดง  จิตรกรรม-ประติมากรรม  ศิลปะพื้นบ้าน.

          ศิลปินแห่งชาติเป็นบุคคลผู้มีค่า สมควรที่เราทุกคนจะยกย่องเชิดชู และถือเป็นแบบอย่างในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีไว้ให้สังคมและประเทศชาติ.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ลักษณนามของคำว่า ช้าง โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ลักษณนามของคำว่า ช้าง

          ช้าง เป็นสัตว์ซึ่งมีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์บกทั้งหลาย ช้างสามารถรับคำสอนให้ทำตามคำสั่งของคนได้ สามารถฝึกให้ทำงานต่าง ๆ ได้หลายอย่าง และในสมัยก่อนมีการฝึกช้างให้เป็นพาหนะในการทำสงคราม ช้างจึงเป็นสัตว์ที่ถือว่าพิเศษกว่าสัตว์อื่น ๆ จนถึงให้มีตำแหน่ง มียศ มีราชทินนาม.

          ความพิเศษของช้างนั้น ปรากฏในภาษาที่ใช้สำหรับช้างด้วย คือ ช้างป่า ใช้ลักษณนามว่า ตัว เช่นเดียวกับสัตว์อื่น ๆ เช่น ช้างโขลงนั้นมีมากกว่า ๒๐ ตัว.

           ช้างที่นำมาฝึกให้ทำงานให้คนและเป็นสัตว์เลี้ยงของคน ใช้ลักษณนามว่า เชือก เช่น เขากำลังฝึกช้างหลายเชือกให้เล่นฟุตบอล.

          ส่วนช้างที่ขึ้นระวางเป็นช้างหลวง ใช้ลักษณนามว่า ช้าง เช่น ในโรงช้างหลวงมีช้างขึ้นระวางอยู่ ๕ ช้าง.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

ยื่นหมูยื่นแมว โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

ยื่นหมูยื่นแมว

          ยื่นหมูยื่นแมว เป็นสำนวน หมายความว่า แลกเปลี่ยนกันในทันที ต่างฝ่ายต่างให้และรับจากกันและกันในขณะเดียวกัน เช่น ถ้าฉันให้เธอยืมรถจักรยาน เธอต้องให้ฉันเล่นเกมคอมพิวเตอร์ของเธอ ยื่นหมูยื่นแมวกันนะ.  เวลาซื้อของในที่ท่องเที่ยวบางแห่งต้องใช้วิธียื่นหมูยื่นแมว ไม่เช่นนั้นบางครั้งจะถูกโกง ให้สตางค์ไปแล้วไม่ได้ของมา.

          คำว่า ยื่น แปลว่า ส่งให้แก่กัน การส่งให้กันและกันเพื่อแลกเปลี่ยนกัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับของผู้อื่นมาแล้วไม่ส่งของของตัวที่จะแลกไป การแลกเปลี่ยนนั้นก็จะไม่บังเกิดผล เพื่อให้การแลกเปลี่ยนยุติธรรมไม่มีการบิดพลิ้ว จึงใช้วิธีให้ต่างฝ่ายต่างให้และรับจากกันและกันในขณะเดียวกัน เรียกว่า ยื่นหมูยื่นแมว.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

วัวลืมตีน โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วัวลืมตีน

          วัวลืมตีน เป็นสำนวน หมายความถึง คนที่เดิมยากจน ต่อมามีฐานะดีแล้วลืมตัว ลืมฐานะเดิมของตัว.  มักใช้ว่า ลืมตัวเหมือนวัวลืมตีน. สำนวนนี้ความหมายอยู่ที่คำว่า ลืมตัว ในลักษณะที่เห่อเหิม หยิ่งผยอง. ลืมว่าตัวเคยต่ำต้อยหรือยากจนมาก่อน และมักแสดงตนอวดมั่งอวดมี ไม่คบหากับคนฐานะต่ำต้อยที่ตนเคยรู้จักและคบหามาก่อน เป็นต้น. เช่น ยายเม้าแกว่าลูกสาวแกว่า เป็นวัวลืมตีน เพราะไปแต่งงานกับเศรษฐีแล้วดูถูกคนบ้านเดิม.

          ถ้าเป็นคนแก่ลืมตัวว่าอายุมากแล้ว ไปออกกำลังหรือทำงานหนักอย่างคนหนุ่มสาว ไม่เปรียบว่าเป็น วัวลืมตีน.

          คนที่ลืมตัวเพราะโมโห จึงทำสิ่งที่ไม่สมควรไปโดยไม่ได้ยั้งคิด เช่น ทำร้ายผู้อื่น แสดงอาการก้าวร้าวผู้ใหญ่ ก็ไม่เรียกว่า วัวลืมตีน.

          สำนวน วัวลืมตีน ใช้เปรียบคนจนที่เมื่อมีฐานะดีแล้วกลายเป็นคนเย่อหยิ่ง และดูถูกคนจนคนอื่น เท่านั้น.

ผู้เขียน  ศ. ดร.กาญจนา  นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

รู้อยู่เต็มอก โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

รู้อยู่เต็มอก

          รู้อยู่เต็มอก เป็นสำนวน แปลว่า รู้ชัด รู้แน่ เช่น รัฐบาลรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีงบประมาณพอที่จะแทรกแซงราคาสินค้าได้ทุกอย่าง แต่ก็ต้องรับปากราษฎรว่าจะพยายามแทรกแซงให้ได้มากที่สุด. เขารู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีเงินพอที่จะซื้อรถใหม่ได้แต่ก็อยากซื้ออยู่ดี.

          ภาษาไทยมีวิธีการเลือกใช้คำให้แสดงความหมายเน้น แต่แทนที่จะใช้คำว่า อย่างเต็มที่ อย่างมาก มากจนเต็มกำหนด ในทุกกรณี ซึ่งจะทำให้น่าเบื่อ จึงใช้คำว่า เต็ม  ประกอบกับคำที่แสดงผลหรือแสดงเครื่องมือที่ใช้ในการทำกริยานั้น ๆ จึงเกิดสำนวนที่แสดงความหมายเน้นหลายสำนวน เช่น รู้เต็มอก พูดเต็มปาก เห็นเต็มตา นอนเต็มตื่น ร้องเต็มเสียง กินเต็มอิ่ม ทำงานเต็มแรง  เป็นต้น.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน

วันเฉลิมพระชนมพรรษา โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล

วันเฉลิมพระชนมพรรษา

          วันเฉลิมพระชนมพรรษา (วัน-ฉะ-เหฺลิม-พฺระ-ชน-มะ-พัน-สา)  คือ วันที่มีการบำเพ็ญพระราชกุศลและมีการเฉลิมฉลองในมหามงคลสมัยที่วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง. วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือวันที่ ๕ ธันวาคม ทุกปี.

          คำว่า เฉลิม แปลว่า ยกย่อง เชิดชู สันนิษฐานว่า แปลงมาจากคำว่า เสริม. ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้คำว่า เฉลิมพระชนมพรรษา  สำหรับการฉลองวันพระบรมราชสมภพที่นับทางสุริยคติ และใช้คำว่า ฉลองพระชนมพรรษา  สำหรับการฉลองวันพระบรมราชสมภพทางจันทรคติ.

ผู้เขียน ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน