คว่ำบาตร

          หนังสือพิมพ์รายวันเสนอข่าวที่มีคำว่า “คว่ำบาตร” “หงายบาตร” ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอนำท่านผู้อ่านมารู้จักความหมายของคำดังกล่าว ดังต่อไปนี้

          “คว่ำบาตร” พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้นิยามว่า “(สำ) ก. ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย เดิมหมายถึงสังฆกรรมที่พระสงฆ์ประกาศลงโทษคฤหัสถ์ผู้ประทุษร้ายต่อศาสนาด้วยการไม่คบ ไม่รับบิณฑบาต เป็นต้น.”

          ส่วน “หงายบาตร” พจนานุกรมฯ ได้นิยามว่า “(สำ) น. สังฆกรรมที่คณะสงฆ์ประกาศยกโทษให้แก่คฤหัสถ์ที่เคยถูกประกาศคว่ำบาตรมาแล้ว ด้วยการยอมรับบิณฑบาตเหมือนเดิม.”

          ในพระไตรปิฎกมีเรื่องการคว่ำบาตรเรื่องหนึ่ง ดังนี้

          เจ้าวัฑฒลิจฉวีเป็นเพื่อนกับพระเมตติยะและพระภุมมชกะ วันหนึ่ง เจ้าวัฑฒลิจฉวีได้ไปหาหาพระทั้งสอง ครั้นนมัสการถึง ๓ ครั้ง พระทั้งสองก็ไม่ยอมพูดคุยด้วย เจ้าวัฑฒลิจฉวีจึงถามว่าตนเองผิดอะไรจึงไม่ยอมพูดด้วย พระทั้งสองได้กล่าวว่า ท่านทั้งสองได้ถูกพระทัพพมัลลบุตรเบียดเบียน แต่ท่านกลับไม่ช่วยอะไรเลย เจ้าวัฑฒลิจฉวีจึงถามว่าจะให้ช่วยอะไร ท่านทั้งสองได้บอกว่าต้องการให้พระทัพพมัลลบุตรสึก จากนั้นได้แนะนำให้เจ้าวัฑฒลิจฉวีไปกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ภรรยาถูกพระทัพพมัลลบุตรทำมิดีมิร้าย

          เจ้าวัฑฒลิจฉวีได้ไปกราบทูลพระพุทธองค์ตามที่ท่านทั้งสองแนะนำ พระพุทธองค์รับสั่งให้ประชุมสงฆ์และทรงสอบถามพระทัพพมัลลบุตรว่าได้ทำตามที่เจ้าวัฑฒลิจฉวีกล่าวหาหรือไม่

          พระทัพพมัลลบุตรได้กราบทูลพระพุทธองค์ว่า “พระองค์ผู้เจริญ ตั้งแต่เกิดมา ข้าพระพุทธเจ้าไม่รู้จักการเสพเมถุนธรรมแม้ในความฝัน ไม่จำต้องกล่าวถึงเมื่อตอนตื่นอยู่”

          จากนั้น พระพุทธองค์ทรงรับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงคว่ำบาตรเจ้าวัฑฒลิจฉวี คือ ห้ามสมโภคกับสงฆ์” และทรงแสดงถึงเหตุแห่งการคว่ำบาตรว่ามี ๘ ประการ

สำรวย นักการเรียน